วันนี้ (4 พ.ค. 2569) สิงคโปร์และนิวซีแลนด์ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ ด้านความมั่นคงห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรักษาการไหลเวียนของสินค้าและพลังงาน ที่จำเป็น ท่ามกลางความเสี่ยงเศรษฐกิจการค้าที่เพิ่มขึ้น จากสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน
ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ กล่าวว่า ข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือรูปแบบใหม่ ซึ่งรวมถึงกลไกความร่วมมือเพื่อรักษาการส่งมอบสินค้าจำเป็นในช่วงวิกฤต พร้อมยกระดับความร่วมมือด้านสาธารณสุขและความมั่นคงด้านอาหาร
ทั้งนี้ประกาศข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการเยือนประเทศสิงคโปร์ ของคริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์
“แม้เกิดภาวะขาดแคลนหรือวิกฤตระหว่างประเทศ ทั้งสองประเทศจะยังคงเปิดช่องทางการค้าและไม่จำกัด การส่งออกสินค้าสำคัญระหว่างกัน เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านอาหาร เชื้อเพลิง และปัจจัยจำเป็นอื่นๆ” หว่องกล่าวในงานแถลงข่าวความร่วมมือ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่หลายประเทศในเอเชียและภูมิภาคอื่นๆ เร่งประสานความร่วมมือกันเพื่อลดผลกระทบจากความปั่นป่วนด้านพลังงานจากการปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ของการขนส่งน้ำมันโลก ซึ่งผลักดันให้ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก
ก่อนหน้านี้สิงคโปร์ได้ทำข้อตกลงลักษณะคล้ายกันกับออสเตรเลียเพื่อรับประกัน เสถียรภาพการจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมเดินหน้ากระจาย แหล่งนำเข้าก๊าซธรรมชาติเพื่อลดการพึ่งพาตะวันออกกลาง
ลักซอน เปิดเผยว่า เชื้อเพลิงประมาณ 1 ใน 3 ของนิวซีแลนด์ ผ่านกระบวนการกลั่นในสิงคโปร์สะท้อนบทบาทสำคัญของสิงคโปร์ต่อความมั่นคง ด้านพลังงานและเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์
ด้านหว่องประเมินว่า ความตึงตัวของอุปทานพลังงานในช่องแคบฮอร์มุซอาจดำเนิน ต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึงช่วงปลายปีนี้
นอกเหนือจากความร่วมมือด้านห่วงโซ่อุปทาน ทั้งสองประเทศ ยังอยู่ระหว่างการผลักดัน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้กรอบ ‘หุ้นส่วนยุทธศาสตร์แบบครอบคลุม’ ที่ลงนามเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ครอบคลุมการพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว การเชื่อมโยงนโยบายการค้าเข้ากับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการขยายความร่วมมือด้านการลงทุนและตลาดทุน
นอกจากนี้ สิงคโปร์และนิวซีแลนด์ยังให้คำมั่นขยายความร่วมมือด้านการทหาร โดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่ เช่นระบบอากาศยานไร้คนขับ ซึ่งสะท้อนการยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงควบคู่กับความร่วมมือทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ภาพ: Prime Minister’s Office, Singapore
อ้างอิง:


