วันนี้ (4 พฤษภาคม) เวลา 12.40 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดสงขลา พรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์ชี้แจงถึงกรณีการออกจากแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) กลุ่มของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองถึงทิศทางและรอยร้าวทางการเมือง
ณัฏฐ์ชนน ชี้แจงว่า สาเหตุที่ออกจากกลุ่มไลน์นั้นไม่ได้เกิดจากความน้อยใจในเรื่องการจัดสรรตำแหน่งกรรมาธิการตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใด แต่เป็นผลมาจากการที่ตนมีกลุ่มไลน์ในการติดต่อสื่อสารมากกว่า 1,000 กลุ่ม ทำให้ที่ผ่านมาได้พิจารณาทะยอยออกจากกลุ่มอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ทั้งกลุ่ม สส. ชุดที่ 25 ชุดที่ 26 และกลุ่ม สส. ภาคใต้เดิม นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องการส่งข้อความผิดกลุ่มอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเกิดความผิดพลาดจึงปล่อยให้เลยตามเลย
อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ได้เข้ามาสอบถามถึงสาเหตุ และเมื่อตนได้อธิบายข้อเท็จจริง ทางวิปรัฐบาลจึงได้ดำเนินการเชิญกลับเข้ากลุ่มไลน์พรรคตามปกติ ซึ่งณัฏฐ์ชนนระบุว่ากระบวนการนี้เป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาล ไม่ใช่บทบาทโดยตรงของนายกรัฐมนตรี หรือเลขาธิการพรรคที่จะต้องมาเชิญด้วยตนเอง
สส. สงขลา พรรคภูมิใจไทย ยังได้กล่าวถึงมุมมองและปรัชญาทางการเมืองของตนว่า การทำหน้าที่นักการเมืองไม่ควรยึดติดอยู่กับการรักษาหน้าตาหรือเกียรติยศเพียงอย่างเดียว แต่ต้องรู้จักรักษาเส้นทางชีวิตทางการเมืองด้วย การจะได้รับตำแหน่งใดหรือไม่นั้น ถือเป็นดุลยพินิจของคณะกรรมการบริหารพรรคเป็นหลัก
ซึ่งการหลุดจากกลุ่มไลน์ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเกิดจากความบังเอิญหรือเจตนา กลับกลายเป็นโอกาสที่ทำให้ตนได้รับการมอบหมายภารกิจเพิ่มเติมจากหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และวิปรัฐบาล ทั้งงานภายในและการประสานงานนอกสภาผู้แทนราษฎร อีกทั้งยังเป็นการเปิดช่องทางให้สามารถสื่อสารกับผู้บริหารพรรคได้โดยตรงมากยิ่งขึ้น จากเดิมที่โอกาสในการพูดคุยมีค่อนข้างจำกัด
เมื่อสอบถามถึงการเจรจาหรือการรับปากเรื่องตำแหน่งในอนาคตจากผู้ใหญ่ในพรรค ณัฏฐ์ชนน ยืนยันว่ายังไม่มีการพูดคุยถึงประเด็นดังกล่าว โดยในระยะเวลาอันใกล้นี้ ตนจะมุ่งความสนใจไปที่การปฏิบัติหน้าที่ในสภาฯ เป็นหลัก โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมในการพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เงินกู้ และร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570
รวมถึงการติดตามประเด็นข้อกังวลในโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ซึ่งแม้ว่าพื้นที่จังหวัดสงขลาจะได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อย แต่พื้นที่ฝั่งทะเลอันดามันและภาคใต้ตอนบนจะได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งถือเป็นหน้าที่สำคัญของบรรดา สส. ที่จะต้องร่วมกันลงพื้นที่สื่อสารและทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิดต่อไป


