×

เปิดเนื้อหา เฮกเซธ ให้การคองเกรสประเด็นสงครามอิหร่านครั้งแรก ผลาญงบเท่าไหร่ เป้าหมายคืออะไร ทำสงครามโดยประมาทจริงหรือไม่?

30.04.2026
  • LOADING...
พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ให้การต่อสภาคองเกรสประเด็นสงครามอิหร่าน

พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ให้การต่อสภาคองเกรสในการไต่สวนสาธารณะครั้งแรกเกี่ยวกับหัวข้อการทำสงครามในอิหร่าน โดยเผชิญกับการซักถามที่ตึงเครียดในหลายประเด็น

 

 

ตลอดหลายชั่วโมงของการให้การร่วมกับนายแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม เฮกเซธได้ปฏิเสธตอบคำถามเกี่ยวกับเป้าหมายระยะยาวและระยะเวลาของสงคราม ซึ่งเริ่มต้นด้วยการโจมตีอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

 

ขณะที่การให้การครั้งนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่กระทรวงกลาโหมยอมเปิดเผยค่าใช้จ่ายของสงครามที่เกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน

 

และนี่คือรายละเอียดที่สำคัญของคำให้การของรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ

 

สงครามผลาญงบ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์

 

เฮกเซธ เปิดเผยเป็นครั้งแรกว่า ค่าใช้จ่ายในการทำสงครามของสหรัฐฯ นับตั้งแต่เริ่มต้นโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จนถึงปัจจุบัน สูงถึงกว่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 8.1 แสนล้านบาท)

 

โดยจูลส์ เฮิร์สต์ ที่ 3 ผู้ควบคุมการเงินรักษาการของเพนตากอน ซึ่งให้การอยู่ข้างๆ เฮกเซธ ระบุว่า ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายด้านกระสุน รวมถึงค่าใช้จ่ายในการส่งกำลังทหารไปยังตะวันออกกลาง และอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สูญเสียไปในการสู้รบ

 

เฮกเซธไม่ได้ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวรวมถึงความเสียหายต่อฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคหรือค่าใช้จ่ายในการเติมคลังอาวุธของสหรัฐฯ หรือไม่

 

อิหร่านยังไม่ละทิ้งความทะเยอทะยานนิวเคลียร์

 

ระหว่างการไต่สวน เฮกเซธยังเผชิญกับคำถามที่รุนแรง โดยเฉพาะประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ อ้างว่าเป็นเป้าหมายของสงคราม

 

อดัม สมิธ ส.ส. จากพรรคเดโมแครต ได้หยิบยกคำกล่าวที่ดูเหมือนขัดแย้งกันของเฮกเซธ จากที่เคยบอกว่า “โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ถูกทำลายไปแล้ว” หลังสงคราม 12 วันกับอิหร่านในปี 2025 มาเป็น “โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านกำลังเป็นภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา” ในช่วงก่อนสงครามครั้งล่าสุด

 

“อย่างที่คุณบอกไปเมื่อ 60 วันก่อน เราต้องเริ่มสงครามนี้เพราะอาวุธนิวเคลียร์เป็นภัยคุกคามที่ใกล้เข้ามา ตอนนี้คุณบอกว่ามันถูกทำลายไปหมดแล้ว” สมิธกล่าว และชี้ว่า “โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านยังคงเหมือนเดิมทุกประการก่อนที่สงครามนี้จะเริ่มต้น”

 

ด้านเฮกเซธ ให้คำตอบว่า “โรงงานของอิหร่านถูกทิ้งระเบิดและทำลายไปหมดแล้ว แต่ความทะเยอทะยานของอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป และพวกเขากำลังสร้างเกราะป้องกัน

 

“อิหร่านยังไม่ละทิ้งความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ และยังคงมีขีปนาวุธอยู่หลายพันลูก” เขากล่าว

 

อย่าเรียกสงครามอิหร่านว่า ‘บ่อโคลน’

 

ช่วงหนึ่งระหว่างไต่สวน เกิดการโต้เถียงที่ดุเดือด ระหว่างเฮกเซธ กับจอห์น การาเมนดี ส.ส. จากพรรคเดโมแครต โดยเฮกเซธแสดงความไม่พอใจเมื่อ การาเมนดีเรียกสงครามอิหร่านว่าเป็น “บ่อโคลน” และ “หายนะทางการเมืองและเศรษฐกิจในทุกระดับ”

 

รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า การาเมนดี “กำลังมอบโฆษณาชวนเชื่อให้กับศัตรูของเรา” ซึ่งหมายถึงอิหร่าน

 

“ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราเผชิญในขณะนี้ คือคำพูดที่ประมาท ไร้ประสิทธิภาพ และมองโลกในแง่ร้ายของ ส.ส. พรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันบางคน” เขากล่าว

 

ทั้งนี้ เฮกเซธยังยืนยันว่า รัฐบาลทรัมป์ได้ “พิจารณาในทุกแง่มุม” ของความเป็นไปได้ที่อิหร่านอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ และอ้างว่าการปิดกั้นและควบคุมเส้นทางขนส่งเชื้อเพลิงที่สำคัญของเตหะราน ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นจุดต่อรองหลักในสงครามตอนนี้

 

“ไม่ไว้ชีวิต” ศัตรู?

 

เซธ มอลตัน ส.ส. จากพรรคเดโมแครต ยังถามเฮกเซธเกี่ยวกับคำกล่าวในอดีตของเขาที่เคยกล่าวว่า “กองทัพสหรัฐฯ จะไม่ยอมไว้ชีวิต และไม่เมตตาต่อศัตรูของเรา”

 

วลีนี้ในอดีตหมายถึงการสังหารนักรบฝ่ายศัตรู แม้ว่าพวกเขาจะยอมจำนนแล้วก็ตาม ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมสงครามภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายมนุษยธรรม

 

เมื่อถูกถามว่าเขายังคงยืนยันคำกล่าวนี้หรือไม่ เฮกเซธตอบว่า “กระทรวงสงคราม (กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ) ต่อสู้เพื่อชัยชนะ และเรามั่นใจว่านักรบของเรามีกฎการสู้รบที่จำเป็นเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

 

เฮกเซธ ยังถูกถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในปฏิบัติการโจมตีโรงเรียนในเมืองมินาบของอิหร่าน ซึ่งทำให้ครูและเด็กนักเรียนเสียชีวิตอย่างน้อย 120 คน โดยเฮกเซธ ตอบว่า “สถานการณ์ที่น่าเศร้าดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่จะไม่ระบุค่าใช้จ่ายใดๆ”

 

เฮกเซธ ยังถูกถามเกี่ยวกับคำขู่ของทรัมป์ที่ว่า “จะทำลายอารยธรรมทั้งหมดของอิหร่าน” แสดงให้เห็นว่า ทรัมป์มีความพร้อมทางจิตใจที่จะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีหรือไม่

 

โดยเฮกเซธกล่าวว่าทรัมป์เป็น “ผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่เฉียบแหลมและมีวิสัยทัศน์ที่สุดที่เราเคยมีมาในรอบหลายชั่วอายุคน”

 

ภาพ : REUTERS/Kylie Cooper

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising