×

งานวิจัยชี้ คนรวยอังกฤษมีสุขภาพดีนานกว่าคนจนถึง 20 ปี ห่วงป่วยก่อนวัยเกษียณกว่า 90% ของพื้นที่ทั่วประเทศ

29.04.2026
  • LOADING...
ภาพนักวิ่งในเมือง Bath สหราชอาณาจักร พร้อมข้อความชี้ช่องว่างสุขภาพคนรวย-คนจนในอังกฤษ

ช่วงเวลาที่คนอังกฤษมีสุขภาพดีกำลังลดลงอย่างน่ากังวล สวนทางกับประเทศร่ำรวยอื่นๆ ที่ส่วนใหญ่กลับมีตัวเลขดีขึ้น ตามรายงานการวิเคราะห์ล่าสุดของ Health Foundation

 

 
 

รายงานพบว่าอายุคาดเฉลี่ยของการมีสุขภาพดี (Healthy Life Expectancy หรือ HLE) ของคนอังกฤษลดลงราว 2 ปีในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา โดยผู้ชายลดจาก 62.9 ปีในช่วง 2012-2014 เหลือ 60.7 ปีในช่วง 2022-2024 ส่วนผู้หญิงลดจาก 63.7 ปีเหลือ 60.9 ปี ทำให้สัดส่วนชีวิตที่มีสุขภาพดีของผู้ชายลดจาก 79% เหลือ 77% และผู้หญิงจาก 77% เหลือ 73%

 

ทั้งนี้ HLE คำนวณจากข้อมูลอัตราการเสียชีวิตประกอบกับแบบสำรวจที่ประชาชนรายงานสุขภาพของตนเอง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขมองว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการประเมินสุขภาพของประชากร

 

อังกฤษเป็น 1 ใน 5 ประเทศจากกลุ่มประเทศร่ำรวย 21 ประเทศที่ HLE ลดลง โดยร่วงจากอันดับ 14 มาอยู่ที่อันดับ 20 เหลือเพียงสหรัฐอเมริกาที่อยู่ต่ำกว่า ขณะที่ประเทศอย่างญี่ปุ่น นอร์เวย์ และสเปนกลับมี HLE ดีขึ้น โดยค่าเฉลี่ยของ 20 ประเทศที่เหลือเพิ่มขึ้น 0.4 ปี อีกทั้งการลดลงของ HLE ในอังกฤษยังถือว่ารุนแรงเป็นอันดับ 2 ในกลุ่ม 5 ประเทศที่ตัวเลขลดลง ทั้งนี้ ลอนดอนเป็นภูมิภาคเดียวในอังกฤษที่ HLE ปรับตัวดีขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน

 

ช่องว่างรวย-จน กว้างขึ้นจนน่าตกใจ

 

ตัวเลขที่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างได้ชัดที่สุดคือช่องว่างระหว่างพื้นที่รวยและจน ข้อมูลพบว่าคนที่อาศัยในพื้นที่ร่ำรวยที่สุด 10% ของประเทศ มีอายุสุขภาพดีนานกว่าคนในพื้นที่ยากจนที่สุด 10% ถึง 20 ปี

 

ย่านริชมอนด์ในลอนดอนมี HLE สูงสุดที่ 69.3 ปีสำหรับผู้ชายและ 70.3 ปีสำหรับผู้หญิง ขณะที่เมืองแบล็กพูลผู้ชายมีสุขภาพดีเพียง 50.9 ปี และเมืองฮาร์ตเลพูลผู้หญิงมีสุขภาพดีเพียง 51.2 ปี

 

ที่น่าเป็นห่วงคือกว่า 90% ของพื้นที่ทั่วประเทศ ประชาชนเริ่มมีปัญหาสุขภาพก่อนถึงวัยเกษียณที่ 66 ปี และใน 1 ใน 10 พื้นที่ ตัวเลขนี้ต่ำกว่า 55 ปี ซึ่งสอดคล้องกับสถิติที่มีผู้ป่วยจนไม่สามารถทำงานได้สูงถึง 2.8 ล้านคน เป็นสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นอกจากนี้ยังพบอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มอายุ 25-49 ปี และมีคนรุ่นใหม่อายุ 16-24 ปีจำนวนมากขึ้นที่หลุดออกจากระบบการศึกษา การทำงาน และการฝึกอบรม เนื่องจากมีปัญหาสุขภาพกายหรือสุขภาพจิต

 

แอนดรูว์ มูนีย์ นักวิเคราะห์ข้อมูลหลักของ Health Foundation ระบุว่าอังกฤษมีอัตราโรคอ้วนสูงที่สุดในยุโรปตะวันตก และยังเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งสร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจมหาศาล เพราะสุขภาพที่ย่ำแย่ผลักคนออกจากตลาดแรงงาน และทำให้คนรุ่นใหม่หลุดจากระบบการศึกษาและการทำงาน

 

เจนนิเฟอร์ ดิกซัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Health Foundation กล่าวว่า “สิ่งที่ค้นพบนี้เผยให้เห็นความจริงอันโหดร้าย สุขภาพของคนอังกฤษกำลังถอยหลัง สัญญาณเตือนภัยทุกดวงกำลังกะพริบสีแดง เราเป็นประเทศที่มีอัตราโรคอ้วนสูงที่สุดในยุโรปตะวันตก ปัญหาสุขภาพจิตพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และมีผู้คนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ที่ต้องใช้ชีวิตกับโรคเรื้อรัง”

 

รายงานระบุว่าสาเหตุสำคัญมาจากโรคอ้วนที่นำไปสู่โรคเบาหวาน, โรคหัวใจ, โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็ง รวมถึงการเสียชีวิตจากแอลกอฮอล์, ยาเสพติด และการฆ่าตัวตาย ขณะที่โควิดและอายุขัยโดยรวมซึ่งยังคงทรงตัว ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการลดลงนี้ สะท้อนว่าคนอังกฤษมีอายุยืนเท่าเดิม แต่กลับใช้ชีวิตในช่วงท้ายไปกับการเจ็บป่วยมากขึ้นกว่าในอดีต

 

รัฐบาลยอมรับ ‘น่าอับอาย’

 

กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษยอมรับว่าการที่ประชากรมีสุขภาพแย่ลงในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเป็นเรื่อง ‘น่าอับอาย’ พร้อมชี้ว่ารัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการ เช่น กฎหมายห้ามสูบบุหรี่แบบถาวรสำหรับคนรุ่นใหม่ และการห้ามโฆษณาอาหารขยะทางโทรทัศน์ก่อน 3 ทุ่ม

 

ขณะที่พรรคแรงงานซึ่งเป็นรัฐบาลปัจจุบันเคยให้คำมั่นในนโยบายหาเสียงว่าจะจัดการกับปัจจัยทางสังคมที่กำหนดสุขภาพ และลดช่องว่างของอายุสุขภาพดีระหว่างพื้นที่ที่ร่ำรวยที่สุดและยากจนที่สุดในอังกฤษลงครึ่งหนึ่ง

 

อย่างไรก็ตาม ดิกซันมองว่ารัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมารู้ถึงปัญหาแต่ไม่ได้ลงมือทำอย่างจริงจัง พร้อมเรียกร้องให้บังคับบริษัทอาหารทำผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น กำหนดราคาขั้นต่ำของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อหน่วยในอังกฤษตามที่สกอตแลนด์ทำไปแล้ว และแก้ปัญหาอันตรายจากยาเสพติด “การแก้ปัญหาต้องไปไกลกว่าการซ่อมแซมระบบ NHS ต้องจัดการกับต้นตอของปัญหาสุขภาพ” เธอกล่าว

 

ด้าน ดร. เลย์ลา แมคเคย์ ผู้อำนวยการด้านนโยบายของ NHS Alliance ระบุว่าตัวเลขเหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจที่ชัดเจนว่าความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนมากเพียงใด พร้อมเสนอว่าคำตอบต้องเริ่มที่การป้องกัน จัดการกับปัจจัยกำหนดสุขภาพในวงกว้าง เสริมสร้างการดูแลในระดับชุมชน และเพิ่มการเข้าถึงบริการให้ใกล้บ้านมากขึ้น

 

ภาพ: 1000 Words / Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories