×

ภัทรพงษ์คาดหวังนายกฯ ลงพื้นที่สัมผัสความทุกข์คนภาคเหนือ พร้อมชู 5 ข้อเสนอแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 เร่งด่วนก่อนสายเกินไป

โดย THE STANDARD TEAM
20.04.2026
  • LOADING...
ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ ชู 5 ข้อเสนอแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 พร้อมเรียกร้อง ครม. พิจารณา พ.ร.บ. อากาศสะอาด

ตามที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เตรียมนำคณะรัฐมนตรีซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันนี้ (20 เมษายน) เพื่อติตตามการแก้ปัญหาไฟป่า และฝุ่น PM 2.5 ที่สร้างผลกระทบอยู่ในขณะนี้ เพื่อมอบนโยบายและยกระดับข้อสั่งการอย่างเป็นรูปธรรม

 

 
 

ขณะที่ก่อนหน้านี้ (19 เมษายน) ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ เขต 8 พรรคประชาชน ได้ยก 5 แนวทางเร่งด่วนในการจัดการปัญหาฝุ่น PM2.5 เสนอไปยังนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่า พื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนเผชิญปัญหามลพิษทางอากาศมานานกว่าหนึ่งเดือน โดยก่อนหน้านี้ได้มีการเสนอญัตติด่วนผ่านสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 1 เมษายน และได้อภิปรายในการแถลงนโยบายเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา

 

ชู 5 ข้อเสนอเร่งด่วนต่อรัฐบาล

 

ภัทรพงษ์คาดหวังให้การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะครั้งนี้ ได้รับรู้ถึงสภาพอากาศที่ประชาชนในพื้นที่ต้องเผชิญเป็นประจำทุกวัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการแสบตา เจ็บคอ หรือปวดไมเกรน พร้อมเสนอมาตรการ 5 ด้านที่สามารถดำเนินการได้ทันทีในช่วงท้ายของฤดูฝุ่น

 

ประเด็นแรก คือข้อเสนอให้จัดทำแผนที่เสี่ยงไฟป่าที่เป็นปัจจุบันผ่านการบูรณาการข้อมูลแผนที่ป่าของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้ากับข้อมูลพื้นที่เผาไหม้ล่าสุดจาก GISTDA และกรมอุทยานฯ เพื่อระบุพื้นที่ป่าที่ยังไม่เกิดการเผาไหม้ โดยสามารถนำข้อมูลภาครัฐเข้าสู่ระบบ warroom.pro ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่พัฒนาขึ้น

 

นอกจากนี้ ยังเสนอให้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ตามกลุ่มพื้นที่เสี่ยง เพื่อรวบรวมข้อมูลบุคลากรจากทุกภาคส่วน ข้อมูลอุปกรณ์ ข้อมูลโดรนตรวจจับความร้อน รถจักรยานยนต์วิบาก และลักษณะภูมิประเทศ เช่น พื้นที่ป่าไผ่ หญ้าแห้ง หรือหน้าผา เพื่อประเมินความพร้อมและวางแผนเส้นทาง

 

ในส่วนของบุคลากรดับไฟป่า

 

ภัทรพงษ์เสนอให้ใช้เงินทดรองราชการจากการประกาศเขตภัยพิบัติ เพื่อจ้างแรงงานคนในพื้นที่ซึ่งมีความคุ้นเคยกับภูมิประเทศ โดยเสนอให้ตีความระเบียบข้อบังคับให้ครอบคลุมการลาดตระเวนเฝ้าระวัง หรือให้กระทรวงการคลังอนุมัติการใช้เงินนอกหลักเกณฑ์ โดยกำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของค่าแรงขั้นต่ำ พร้อมเน้นย้ำถึงการบริหารจัดการบุคลากรเพื่อลดความเหนื่อยล้าสะสม เนื่องจากปัจจุบันทีมเผชิญเหตุต้องทำงาน 6 วันและพักเพียง 1 วัน หรือบางส่วนไม่มีวันพัก รวมถึงต้องมีการประสานงานกับวิทยาลัยเทคนิคหรือร้านซ่อมในพื้นที่เพื่อดูแลอุปกรณ์ที่ชำรุด

 

ประเด็นที่ 2 คือการจัดการไฟในพื้นที่การเกษตร สำหรับพื้นที่ราบในภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน เสนอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณสนับสนุนเกษตรกรเพื่อป้องกันการเผาเพิ่ม เนื่องจากต้นทุนเครื่องจักรปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน ส่วนพื้นที่การเกษตรบนที่สูง เสนอให้บูรณาการการทำงานร่วมกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ไฟป่าในระยะนี้ และวางแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงอย่างเป็นระบบในปีถัดไป

 

ประเด็นที่ 3 เกี่ยวข้องกับการรับมือด้านสุขภาพของกลุ่มเปราะบาง มีการเสนอให้จัดหามุ้งสู้ฝุ่นโดยใช้ระเบียบการประกาศเขตภัยพิบัติ และเสนอให้ปรับรูปแบบการประกาศภัยพิบัติให้ครอบคลุมระดับภูมิภาคแทนการประกาศรายตำบล

 

รวมทั้งเสนอให้รัฐบาลเร่งจัดหาอุปกรณ์สำหรับทำห้องปลอดฝุ่นชุมชน โดยระบุถึงข้อจำกัดในปัจจุบันที่พัดลมดูดอากาศขนาด 6 นิ้ว กำลังมากกว่า 500 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ขาดตลาดอย่างหนัก ทั้งที่การจัดทำห้องปลอดฝุ่นมีต้นทุนไม่สูง เช่น รูปแบบของพรรคประชาชนพื้นที่ 30 ตารางเมตร ใช้งบประมาณ 2,000 บาท หรือรูปแบบของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) พื้นที่ 60 ตารางเมตร ใช้งบประมาณ 3,600 บาท (ไม่รวมค่าแรง)

 

ทั้งนี้ ยังเสนอให้ขยายผลโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งปอด (Low dose CT scan) ซึ่งเขตสุขภาพภาคเหนือเคยดำเนินการกับกลุ่มตัวอย่าง 3,600 คนในปี 2567 โดยปรับเกณฑ์ให้สอดคล้องกับข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบในปัจจุบัน

 

ประเด็นที่ 4 คือการจัดการมลพิษอากาศข้ามแดน เสนอให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบย้อนกลับพิกัดแปลงเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นำเข้า พร้อมประกาศรายชื่อผู้กระทำผิดหรือลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย ควบคู่ไปกับการใช้กลไกทางการทูตเพื่อเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านให้เพิ่มความเข้มงวดในการจัดการปัญหาการเผาในช่วง 3 สัปดาห์ข้างหน้า

 

สุดท้าย ประเด็นที่ 5 คือความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่เกิดจากความร่วมมือของภาคประชาชน ข้าราชการ และพรรคการเมือง ภัทรพงษ์ระบุว่า ขณะนี้เหลือเวลาเพียง 23 วัน ก่อนที่ร่างกฎหมายดังกล่าวจะตกไป และคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นเพียงผู้เดียวที่มีอำนาจนำร่างกฎหมายนี้กลับมาพิจารณา จึงขอให้นายกรัฐมนตรีให้ความชัดเจนกับประชาชนถึงแนวทางของรัฐบาลต่อร่างกฎหมายฉบับนี้

 

ภัทรพงษ์กล่าวสรุปว่า ปัญหา PM2.5 เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่จำเป็นต้องมีการจัดการล่วงหน้า และคาดหวังให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม แทนการออกข้อสั่งการเมื่อสถานการณ์รุนแรงแล้ว พร้อมยกสุภาษิตภาคเหนือ “เผื่อฮู้คิง น้ำปิงปอแห้ง” ซึ่งแปลว่า กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไปเสียแล้ว

 

เปิดกำหนดการนายกฯ นำคณะเยือนเชียงใหม่

 

ทั้งนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในวันนี้ (20 เมษายน) พร้อมด้วย เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย รวมถึงคณะผู้บริหารระดับสูง

 

ในเวลา 13.30 น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานประชุมติดตามสถานการณ์ พร้อมมอบนโยบายและข้อสั่งการในการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ณ หอประชุมอาคารยอดทัพ กองพลทหารราบที่ 7 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

 

และเวลา 15.30 น. นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามภารกิจดับไฟป่า ณ วัดพระธาตุดอยสะเก็ด โดยจะตรวจการดำเนินงานตามแนวคิด ‘ป่าเปียก (Wet Fire Break)’ ซึ่งเป็นการสร้างแนวกันไฟด้วยความชื้น และติดตามการใช้เทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับขนาดใหญ่ (LAI) เพื่อสำรวจและช่วยดับไฟป่าในพื้นที่จริง

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising