×

ศาลสหรัฐฯ ชี้ Live Nation-Ticketmaster ผูกขาดตลาดตั๋วคอนเสิร์ตผิดกฎหมาย อัยการกว่า 30 รัฐชนะคดี เตรียมผลักดันแยกบริษัท ผู้บริโภคมีสิทธิ์ได้เงินคืน

19.04.2026
  • LOADING...
อาคารสำนักงาน Ticketmaster ในแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา

คณะลูกขุนศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์กมีมติว่า Live Nation และ Ticketmaster มีความผิดฐานผูกขาดตลาดจำหน่ายตั๋วคอนเสิร์ตรายใหญ่ในสหรัฐอเมริกาอย่างผิดกฎหมาย คำตัดสินนี้เป็นผลจากการฟ้องร้องโดยกลุ่มอัยการจากกว่า 30 รัฐ ที่ระบุว่าบริษัทเรียกเก็บราคาตั๋วเกินจริงและกดดันให้สถานที่จัดงานใช้บริการของตน การไต่สวนใช้เวลา 5 สัปดาห์ และคณะลูกขุนใช้เวลาพิจารณามติอีกเกือบ 4 วันเต็ม

 

 
 

คดีนี้ถูกยื่นฟ้องในปี 2024 สมัยรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน สะท้อนปัญหาที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่รัฐบาลบารัค โอบามาอนุญาตให้ควบรวมกิจการในปี 2010 ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่าการรวมตัวของโปรโมเตอร์และผู้จำหน่ายตั๋วรายใหญ่ที่สุดจะส่งผลเสียต่อผู้บริโภค

 

ระหว่างการไต่สวน กระทรวงยุติธรรมภายใต้รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ กลับทำข้อตกลงยอมความกับบริษัทอย่างกะทันหัน หลังมีรายงานจาก The Wall Street Journal ว่าประธานาธิบดีทรัมป์เคยสอบถามเรื่องการยุติคดีนี้ ทำให้กลุ่มอัยการจากรัฐใหญ่อย่างนิวยอร์ก เทกซัส และแคลิฟอร์เนีย ตัดสินใจเดินหน้าฟ้องร้องต่อ เนื่องจากมองว่าข้อตกลงของรัฐบาลกลางขาดความรัดกุม

 

ผู้บริโภคที่ถูกเรียกเก็บเงินเกินจริงจะมีสิทธิ์ได้รับเงินคืน คณะลูกขุนประเมินว่าผู้บริโภคถูกเก็บเงินเพิ่ม 1.72 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 55 บาท) ต่อตั๋ว 1 ใบ ครอบคลุมยอดขายราว 20% ที่จำหน่ายผ่านสถานที่จัดงาน 257 แห่ง ผู้พิพากษา อรุณ สุบรามาเนียน จะเป็นผู้กำหนดจำนวนเงินชดเชยรวม รวมถึงพิจารณาว่าจะสั่งให้แยก Ticketmaster ออกจาก Live Nation หรือไม่

 

ข้อกล่าวหาผูกขาดและกีดกันคู่แข่ง

 

กลุ่มอัยการชี้ว่าการควบรวมกิจการได้สร้างองค์กรที่ครอบงำตลาดความบันเทิง ครอบคลุมตั้งแต่การโปรโมต การจัดการสถานที่ ไปจนถึงการขายตั๋ว โดย Ticketmaster ครองตลาดคอนเสิร์ตถึง 86% และมีส่วนแบ่งรวม 73% เมื่อนับรวมกีฬา ตามข้อมูลของเจฟฟรีย์ เคสสเลอร์ ทนายความฝ่ายโจทก์

 

ข้อกล่าวหาสำคัญคือบริษัทใช้อิทธิพลมัดรวมบริการเข้าด้วยกัน เช่น บังคับให้ศิลปินต้องใช้บริการโปรโมตของบริษัทหากต้องการแสดงในสถานที่ของตน ทนายความฝ่ายโจทก์ยังยกคำพูดของผู้บริหารบริษัทเองมาเป็นหลักฐาน

 

เช่น การพูดถึงการสร้างกำแพงป้องกันไม่ให้คู่แข่งเข้ามาแย่งตลาดได้ (moat around the castle) และการใช้มาตรการกดดันอย่างแนบเนียนกับสถานที่จัดงานที่ปฏิเสธความร่วมมือ (velvet hammer)

 

การโต้แย้งในชั้นศาล

 

ผู้บริหารสถานที่จัดงานในบรุกลินที่เปลี่ยนไปใช้บริการ SeatGeek ให้การว่าซีอีโอ ไมเคิล ราพิโน ขู่ว่าจะไม่จัดคอนเสิร์ตที่สถานที่แห่งนั้นอีก คณะลูกขุนยังได้พิจารณาข้อความแชตของพนักงานที่กล่าวถึงผู้บริโภคในแง่ลบ เช่น “คนพวกนี้โง่มาก ฉันแทบจะรู้สึกแย่เลยที่เอาเปรียบพวกเขา” ภายหลังพนักงานคนดังกล่าวยอมรับว่าข้อความเหล่านั้นขาดวุฒิภาวะและไม่เหมาะสม

 

ด้าน Live Nation ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยโต้แย้งว่าผู้ที่กำหนดราคาตั๋วคือศิลปิน ทีมกีฬา และสถานที่จัดงาน เดวิด แมริออตต์ ทนายความของบริษัท กล่าวแย้งว่า “การที่บริษัทเติบโตจนมีขนาดใหญ่ไม่ได้หมายความว่าผิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาด”

 

บริษัทเตรียมขอให้ผู้พิพากษากลับคำตัดสิน โดยมั่นใจว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะไม่แตกต่างจากข้อตกลงยอมความที่เคยทำไว้กับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งกำหนดเพดานค่าธรรมเนียมตั๋วไว้ที่ 15% อนุญาตให้คู่แข่งเสนอขายตั๋วได้ และตั้งกองทุน 280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8,966 ล้านบาท) เพื่อชดเชยให้กับรัฐที่ยอมรับข้อตกลง

 

ทางบริษัทประเมินว่ามูลค่าความเสียหายเบื้องต้นน่าจะต่ำกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4,803 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามมูลค่านี้อาจถูกศาลสั่งให้จ่ายเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าตามกฎหมายต่อต้านการผูกขาด หลังทราบผลคำตัดสิน หุ้นของ Live Nation ปรับตัวลดลงกว่า 6% ในขณะที่หุ้นของคู่แข่งอย่าง StubHub และ Vivid Seats ปรับตัวสูงขึ้น 4% และ 9% ตามลำดับ

 

โรเจอร์ แอลฟอร์ด อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่าผลการตัดสินถือเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค และมองว่าเป็นโอกาสที่พลาดไปของกระทรวงยุติธรรมที่เลือกยอมความด้วยเงื่อนไขที่ง่ายดาย โดยตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่มล็อบบี้ยิสต์อาจมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจยอมความของรัฐบาลทรัมป์

 

แม้แฟนเพลงจะยังไม่ได้เห็นราคาตั๋วลดลงในทันที แต่ เลทิเทีย เจมส์ อัยการสูงสุดแห่งรัฐนิวยอร์ก กล่าวถึงผลคำตัดสินครั้งนี้ว่าถือเป็น “ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์” ขณะที่ ร็อบ บอนตา อัยการสูงสุดแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ระบุว่าคำตัดสินนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐต่างๆ สามารถปกป้องประชาชนจากบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ขึ้นราคาอย่างผิดกฎหมายได้

 

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 32.02 บาท ณ วันที่ 18 เมษายน 2569

 

ภาพ : Koshiro K / Shutterstock

 

อ้างอิง:

 

 

 

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories

Close Advertising