×

เอกนิติหวังกู้ ‘ไทยคนป่วยเอเชีย’ รื้อโครงสร้างลงทุน ใช้โมเดล 4T พลิกวิกฤตตะวันออกกลาง

16.04.2026
  • LOADING...
ภาพอินโฟกราฟิกแสดงแนวคิดภารกิจกู้เศรษฐกิจไทย โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ที่ใช้โมเดล 4T รื้อโครงสร้างการลงทุนเพื่อพลิกวิกฤต

ไทยกำลังถูกตั้งคำถามมากขึ้นว่าอาจกลายเป็น ‘คนป่วยแห่งเอเชีย’ (Sick Man of Asia) ภาพสะท้อนของปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนาน ทั้งสังคมสูงวัยที่กดทับผลิตภาพ การลงทุนที่ซบเซาต่อเนื่อง หนี้ครัวเรือนระดับสูง และแรงกระแทกใหม่จากวิกฤตพลังงาน

 

 
 

วันที่ 15 เมษายน บนเวที IMF Governor Talks ในการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศชัดว่า ไทยจะไม่เพียง ‘ประคองตัว’ แต่จะใช้ ‘การลงทุนเชิงกลยุทธ์’ เป็นเครื่องมือพลิกวิกฤต สร้างขอบฟ้าใหม่ให้เศรษฐกิจไทย

 

จากการพึ่งพาภายนอก สู่การสร้างพลังจากภายใน

 

ในโลกที่พหุภาคีนิยมสั่นคลอนและภูมิรัฐศาสตร์แบ่งขั้วมากขึ้น ยุทธศาสตร์ ‘Rebalancing’ กลายเป็นทางรอดสำคัญ ไทยซึ่งพึ่งพาการส่งออกสูงถึง 70% ของ GDP จึงมีความเปราะบางอย่างชัดเจนเมื่อโลกผันผวน

 

คำตอบของรัฐบาลคือการ ‘ย้ายศูนย์ถ่วง’ ของเศรษฐกิจ จากอุปสงค์ภายนอกสู่การสร้างอุปสงค์ภายใน ผ่านการเร่งลงทุน โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจาก 22% เป็น 30% ของ GDP ภายใน 3-4 ปี เพื่อกลับไปสู่โครงสร้างการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการลงทุนอย่างแท้จริง

 

รัฐมนตรีมองว่าคำเปรียบเปรย ‘คนป่วยแห่งเอเซีย’ นี้เป็นการสะท้อนให้เห็นถึง ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ

 

‘หัวใจของการหลุดจากภาวะชะงักงันคือ การลงทุน การลงทุน และการลงทุน’

 

เขายังให้ความสำคัญสูงสุดกับการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์และโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ประเทศไทยยังคงตามหลังอยู่

 

4T สูตรบริหารการคลังในโลกที่พื้นที่จำกัด

 

ภายใต้ข้อจำกัดของ ‘พื้นที่ทางการคลัง’ รัฐบาลเลือกใช้กรอบคิด 4T เพื่อรักษาสมดุลระหว่างวินัยการคลังและการดูแลเศรษฐกิจ

 

  • Target: เลิกอุดหนุนแบบเหมาเข่ง หันมาใช้ราคาตลาดเป็นสัญญาณ พร้อมช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม เช่น ผู้มีรายได้น้อยหรือภาคขนส่ง ผ่านฐานข้อมูลดิจิทัลอย่างพร้อมเพย์และบัตรสวัสดิการ
  • Transition: เร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้าที่สูงถึงราว 10% ของ GDP
  • Transform: ใช้ AI และเทคโนโลยีดิจิทัลยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งระบบ
  • Together: ใช้ความร่วมมือรัฐ–เอกชน (PPP) เป็นเครื่องยนต์หลัก ในวันที่งบประมาณรัฐมีข้อจำกัด

 

พลังงานและเกษตร: จากวิกฤตสู่ตัวเร่งการเปลี่ยนผ่าน

 

แรงกระแทกจากราคาพลังงานและปุ๋ยไม่ได้เป็นเพียงความเสี่ยงระยะสั้น แต่กำลังกลายเป็น ‘ตัวเร่ง’ ให้เกิดการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง

 

ในภาคพลังงาน ไทยกำลังเดินหน้าสู่ Smart Grid และการส่งเสริมกลไก Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) และระบบกักเก็บพลังงาน เพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนระดับครัวเรือน เช่น โซลาร์เซลล์

 

ในภาคเกษตร การเปลี่ยนจากการใช้ปุ๋ยสูตรเดิมแบบ NPK ไปสู่ ‘เกษตรแม่นยำ’ (Precision Farming) ที่ใช้ข้อมูลวิเคราะห์ดินเชิงลึก จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยกระดับผลิตภาพในระยะยาว

 

AI: ทางลัดของประเทศสูงวัย

 

เมื่อโครงสร้างประชากรเปลี่ยน ทางออกไม่ใช่แค่เพิ่มแรงงาน แต่คือ ‘เพิ่มศักยภาพของแรงงาน’

 

รัฐมนตรีมองว่า AI อย่าง ChatGPT หรือ Gemini คือ ‘Skill Bridge’ ที่ช่วยให้แรงงานเรียนรู้ได้เร็วขึ้น ลดช่องว่างทักษะ และเป็นคำตอบต่อสังคมสูงวัย

 

นโยบายนี้ถูกผูกเข้ากับเงื่อนไขการลงทุนโดย BOI ที่กำหนดให้บริษัทต่างชาติ (FDI) ต้องมีส่วนในการพัฒนาทักษะแรงงานไทย เพื่อให้เทคโนโลยีไม่ใช่แค่ไหลเข้า แต่ ‘ถ่ายทอด’ สู่ระบบเศรษฐกิจไทยจริง

 

ASEAN 2.0: ตลาดดิจิทัลเดียวในโลกที่แตกเป็นเสี่ยง

 

เมื่อการค้าโลกสะดุด การรวมกลุ่มภูมิภาคคือคำตอบ

 

ในฐานะประธานด้านการบูรณาการดิจิทัลของอาเซียน ไทยกำลังผลักดัน ‘ASEAN Digital Single Market’ ผ่านการเชื่อมระบบการเงิน เช่น PromptPay และ PayNow ไปจนถึงมาตรฐาน Digital ID และธรรมาภิบาลข้อมูลร่วมกัน

 

เป้าหมายคือการสร้าง ‘Shared Services’ และระบบเศรษฐกิจดิจิทัลไร้รอยต่อ เพื่อดึงดูดการลงทุนในระดับภูมิภาค

 

ท่ามกลางคำถามเรื่องความขัดแย้งในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นชายแดนไทย–กัมพูชา หรือสถานการณ์ในเมียนมา รัฐมนตรีตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า ไทยไม่สามารถย้ายที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ได้ ‘เพื่อนบ้านจึงต้องร่วมมือกัน’ และอาเซียนยังคงเป็นแพลตฟอร์มสำคัญของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงิน

 

วินัยการคลัง และคำถามเรื่องเพดานหนี้

 

แม้หนี้สาธารณะไทยอยู่ที่ราว 66% ของ GDP แต่รัฐบาลยืนยันว่าเป็นตัวเลขที่รวมภาระทั้งหมดไว้อย่างโปร่งใส และยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้

 

“รัฐบาลยืนยันว่านี่คือตัวเลขที่รวมทั้งหนี้รัฐวิสาหกิจ (SOE) และหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ (FIDF) จากวิกฤตปี 1997 ไว้อย่างครบถ้วน และต้องทำงานลงรายละเอียดเพื่อประเมินว่าควรขยายเพดานหนี้หรือไม่”

 

ก่อนหน้านี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกล่าว THE STANDARD ว่า รัฐบาลอาจต้องพิจารณาขยายเพดานหนี้สาธารณะจาก 70% ไปสู่ระดับ 80% ของ GDP เพื่อรองรับความจำเป็นด้านการลงทุนและมาตรการดูแลเศรษฐกิจในช่วงที่ความไม่แน่นอนยังอยู่ในระดับสูง

 

ข้อเสนอการขยายเพดานหนี้ ถูกมองว่าเป็น ‘ทางเลือกเชิงนโยบาย’ เพื่อรองรับการลงทุนและมาตรการดูแลเศรษฐกิจในช่วงความไม่แน่นอน

 

รัฐมนตรีชี้ว่า หนี้ไทยส่วนใหญ่เป็นหนี้ในประเทศ ไม่ได้พึ่งพาต่างประเทศสูง จึงมีความเสี่ยงจากภายนอกต่ำกว่า พร้อมย้ำว่าการใช้นโยบายการคลังต้อง ‘ระมัดระวัง แต่ไม่หยุดลงทุน’

 

เพราะหากเศรษฐกิจไม่เติบโต ผลิตภาพไม่เพิ่ม สัดส่วนหนี้ต่อ GDP ก็จะสูงขึ้นโดยธรรมชาติ

 

เอกนิติเชื่อว่า การรักษาวินัยทางการคลังควบคู่ไปกับการกล้ากู้เงินเพื่อมา ‘ลงทุน’ ในการเปลี่ยนผ่าน (Transition) และการปฏิรูป (Transformation) คือทางเลือกที่ชาญฉลาดกว่าการปล่อยให้เศรษฐกิจหยุดนิ่ง

 

พิมพ์เขียว ‘ดิจิทัลและสีเขียว’ ของไทยในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คือโมเดลการหลุดพ้นจากกับดักโครงสร้างที่ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ทั่วโลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

 

ทั้งนี้ ไทยในฐานะเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank Annual Meetings เดือนตุลาคม 2569 ที่กรุงเทพมหานคร เตรียมขับเคลื่อนการประชุมภายใต้แนวคิด ‘Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience’ เพื่อเสนอภาพอนาคตใหม่ของความร่วมมือทางเศรษฐกิจโลก

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories