LVMH รายงานผลประกอบการในไตรมาสแรกของปี 2026 ที่เห็นรายได้ที่ลดลง 6% โดยมีผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยหลัก
ในช่วงระหว่างเดือนมกราคมจนถึงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา LVMH บริษัทลักชัวรีผู้เป็นเจ้าของแบรนด์ใหญ่อย่าง Louis Vuitton, Dior, Moët Hennessy, Tiffany & Co. และอีกมากมายนับไม่ถ้วน สามารถทำยอดขายได้ทั้งหมด 19.1 หมื่นล้านยูโร นับว่าต่ำกว่าที่แพลตฟอร์มด้านการเงินอย่าง FactSet คาดการณ์เอาไว้ในจำนวน 19.3 หมื่นล้านยูโร โดยเครื่องหนังที่เป็นสินค้าหมวดหมู่ทำเงินหลักของบริษัท มียอดขาย 9.2 พันล้านยูโร ลดลงถึง 9% และกลายเป็นหมวดหมู่ที่ได้รับผลกระทบสูงสุดของ LVMH
LVMH เผยว่า
“ด้วยปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์และภาวะทางเศรษฐกิจที่หยุดชะงักเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทาง LVMH ยังคงมีความตื่นตัวและรอบคอบ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็มั่นใจกับผลประกอบการของช่วงต้นปี”
LVMH คาดการณ์ว่าเหล่านักช็อปที่เลื่อนการจับจ่ายสินค้าแบรนด์เนมในช่วงนี้จะต้องกลับมาซื้อของกันในอนาคต โดยปกติแล้วทางบริษัทมีรายได้จากกลุ่มลูกค้าในตะวันออกกลางประมาณ 6% แต่ด้วยความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่ก็ยังคงส่งผลกระทบกับยอดขายในภูมิภาคนี้อย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากผลประกอบการในเดือนมีนาคมเพียงเดือนเดียว ที่รายได้จากตะวันออกกลางของ LVMH ลดลงไปถึง 3% อย่างไรก็ตาม บริษัทมองเห็นสัญญาณที่ดีของเทรนด์การช็อปปิ้งในจีนและสหรัฐอเมริกา หลังจากที่ธุรกิจลักชัวรีในทั้งสองประเทศซบเซาอย่างหนักมาหลายปี
ภาพ: John Wreford/SOPA Images/LightRocket via Getty Images
อ้างอิง https://th.fashionnetwork.com/news/Lvmh-reports-a-fall-in-first-quarter-revenue,1823188.html

