หลังจากนี้ทุกคนจะต้องเริ่มจดจำชื่อของ Grace Wales Bonner ไว้ให้ดีๆ เมื่อเธอถูกแต่งตั้งให้รับตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ของ Hermès ฝ่าย Menswear ความน่าสนใจอยู่ตรงที่เธอไม่ใช่แค่ดีไซเนอร์ เธอเป็นนักเล่าเรื่องผู้รังสรรค์เสื้อผ้าให้กลายเป็นบทสนทนาทางวัฒนธรรม และเป็นชื่อที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในผู้กำหนดทิศทางของแฟชั่นยุคใหม่ การมาครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวยิ่งใหญ่ที่ตอกย้ำความเชื่อมั่นในวิสัยทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ การร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสวมโลโก้ แต่มันคือการนำมรดกของ Hermès มาผสานกับมุมมองร่วมสมัยที่ลุ่มลึกและมีความหมาย
กว่า 37 ปี ของ Hermès ครั้งนี้เราจะได้เห็นทิศทางใหม่ๆ ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของเธอและความหลงใหลในงานตัดเย็บที่เธอมักถ่ายทอดบนแบรนด์ Wales Bonner ของเธอเอง ทำให้เธอกลายเป็นหนึ่งในนักออกแบบที่โลกจับตามองที่สุดในยุคปัจจุบัน วันนี้เรา The Standard Pop จึงอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับดีไซเนอร์นาม Grace Wales Bonner กันมากขึ้น
EARLY LIFE

Grace Wales Bonner เกิดเมื่อปี 1990 ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ มีเชื้อสายจาเมกาและอังกฤษ ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของมุมมองด้านวัฒนธรรมในงานออกแบบของเธอ Grace เติบโตในสภาพแวดล้อมที่รายล้อมด้วยดนตรี ศิลปะ และ ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของลอนดอน เธอศึกษาด้านแฟชั่นที่ Central Saint Martins โดยเริ่มจากระดับปริญญาตรี และ ต่อยอดสู่ปริญญาโทด้าน Menswear Design งานวิทยานิพนธ์ของเธอมุ่งสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างอัตลักษณ์ชายผิวสี ประวัติศาสตร์ยุโรป และ วัฒนธรรมแอฟริกัน-แคริบเบียน ซึ่งไม่เพียงเป็นงานแฟชั่น แต่เป็นงานวิจัยเชิงทฤษฎีที่มีน้ำหนักทางวัฒนธรรมอย่างชัดเจน
HOW SHE STARTED IN FASHION

Grace Wales Bonner เริ่มต้นเส้นทางในวงการแฟชั่นอย่างโดดเด่นตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา โดยผลงานจบการศึกษาของเธอได้รับการจับตามองจากนักวิจารณ์และสื่อแฟชั่นระดับนานาชาติทันที หลังจบการศึกษาในปี 2014 เธอตัดสินใจไม่เข้าสู่ระบบแฟชั่นเฮาส์แบบดั้งเดิม แต่ก่อตั้งแบรนด์ของตัวเอง เพื่อรักษาความอิสระทางความคิดและการเล่าเรื่อง งานของเธอถูกนิยามว่าอยู่กึ่งกลางระหว่างแฟชั่น ทฤษฎีวัฒนธรรม และศิลปะร่วมสมัย ส่งผลให้เธอกลายเป็นหนึ่งในดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการ Menswear ช่วงทศวรรษ 2010s
WALES BONNER BRAND

แบรนด์ Wales Bonner ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 และถูกวางตำแหน่งให้เป็นมากกว่าแบรนด์เสื้อผ้า แต่เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่สำรวจอัตลักษณ์ ความเป็นชาย และประวัติศาสตร์โลกแอฟริกัน-ยุโรป งานออกแบบของแบรนด์โดดเด่นด้วยการตัดเย็บแบบคลาสสิก ผสานซิลูเอตที่เรียบ ละเมียด และมีจังหวะของความเป็น Sportswear และ Tailoring อยู่ร่วมกัน พร้อมทั้งผสมผสานความหลากหลายทางวัฒนธรรมจากชนเผ่ามาตีความใหม่ให้ดูร่วมสมัยในงานดีไซน์ของเธอ Wales Bonner ยังขยายขอบเขตของแบรนด์ไปสู่สื่อสิ่งพิมพ์ นิทรรศการ และดนตรี ทำให้แบรนด์มีสถานะใกล้เคียงสถาบันทางวัฒนธรรมมากกว่าการเป็นเพียงแบรนด์แฟชั่นอย่างเดียว
ADIDAS COLLABORATION

การร่วมงานระหว่าง Wales Bonner และ Adidas เริ่มขึ้นในปี 2020 และถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แบรนด์ของ Grace เข้าถึงผู้ชมในวงกว้างขึ้น คอลเล็กชันนี้นำเอากลิ่นอาย sportswear ของ Adidas มาผสานกับการอ้างอิงวัฒนธรรม Afro-Atlantic ผ่านสี วัสดุ และดีเทลที่ละเอียดอ่อน รองเท้ารุ่นคลาสสิกอย่าง Samba, SL72 และ Gazelle ถูกตีความใหม่ในมุมที่หรู สุขุม และมีบริบททางประวัติศาสตร์ คอลแลบนี้ประสบความสำเร็จทั้งในเชิงวิจารณ์และเชิงพาณิชย์ และกลายเป็นหนึ่งใน partnership ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของ Adidas ในยุคปัจจุบัน
BOSE HEADPHONES

Grace Wales Bonner ร่วมงานกับ Bose ในการออกแบบหูฟังรุ่นพิเศษที่ผสานเทคโนโลยีเสียงเข้ากับมุมมองเชิงวัฒนธรรมของเธอ โปรเจกต์นี้สะท้อนความสนใจของ Grace ต่อดนตรีในฐานะเครื่องมือเชื่อมโยงอัตลักษณ์ ประวัติศาสตร์ และอารมณ์ของมนุษย์ งานออกแบบเน้นความเรียบหรู วัสดุคุณภาพสูง และโทนสีที่สอดคล้องกับภาษาของแบรนด์ Wales Bonner การร่วมมือกับ Bose แสดงให้เห็นศักยภาพของเธอในการทำงานข้ามอุตสาหกรรม โดยยังคงความลุ่มลึกทางแนวคิดและตัวตนของแบรนด์ไว้อย่างครบถ้วน
RECOGNITION

Grace Wales Bonner ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เธอคว้ารางวัล LVMH Prize ในสาขา Special Jury Prize ในปี 2016 ซึ่งถือเป็นจุดยืนยันสถานะของเธอในฐานะดีไซเนอร์ดาวรุ่งระดับโลก ต่อมาในปี 2021 เธอได้รับรางวัล CFDA International Men’s Designer of the Year สะท้อนอิทธิพลและวิสัยทัศน์ของเธอในวงการ menswear นอกจากนี้ รัฐบาลอังกฤษยังมอบตำแหน่ง OBE (Officer of the Order of the British Empire) ให้แก่เธอ จากคุณูปการต่อวงการแฟชั่นและวัฒนธรรมร่วมสมัย
NEXT CHAPTER AT HERMÈS

บทบาทสำคัญของ Grace Wales Bonner ที่วงการแฟชั่นจับตามองหลังจากนี้คือ การเข้ารับตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ที่ Hermès ให้กับฝ่าย Menswear การมาของเธอครั้งนี้ได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมากเพราะ Grace ถือเป็นดีไซเนอร์ผู้หญิงที่โดดเด่นในงานดีไซน์คอลเล็กชันผู้ชายเป็นอย่างมาก และกว่า 37 ปี แบรนด์ Hermès ยังไม่เคยเปลี่ยนดีไซเนอร์เลย การร่วมมือนี้ถูกมองว่าเป็นการเปิดพื้นที่ใหม่ให้ Hermès ได้มีมุมมองและสร้างบทสนทนากับวัฒนธรรมร่วมสมัยที่กว้างขึ้น ผ่านมุมมองของ Grace ที่หลากหลายบวกกับภาษาการออกแบบของเธอที่เข้ากับงานคราฟต์ได้อย่างยอดเยี่ยมซึ่งเป็นหัวใจหลัก Hermès เธอน่าจะเป็นสะพานเชื่อมให้แบรนด์เข้าถึงคนหมู่มากโดยเฉพาะคนจากวัฒนธรรมที่หลากหลายมากขึ้น


