วานนี้ (6 กุมภาพันธ์) พรรคเพื่อไทย นำโดย ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ครอบครัวของศ.ดร.ยศชนัน พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย ผู้บริหารพรรค ผู้สมัคร สส.เขต และบัญชีรายชื่อ ร่วมเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย ที่สนามเทพหัสดิน
โดยก่อนเริ่มกิจกรรม ได้มีการเปิดวีดิทัศน์การลงพื้นที่หาเสียงของพรรคเพื่อไทย ตลอด 53 วัน 106 เวทีปราศรัย 49 จังหวัด ยศชนันทำได้ จากนั้นเป็นการปราศรัยของแกนนำพรรค โดยมีประชาชนกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมาฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่
รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ : ติดตามผล คะแนนเลือกตั้ง 2569 และ ผลประชามติ ได้ที่
https://election2569.thestandard.co/
‘สุริยะ’ ชูนายกฯ นักวิทย์ฯ บอกประเทศต้องการคนทำเป็น ไม่ใช่คนพูดเก่ง
จากนั้น สุริยะ กล่าวว่า ขอปลุกพลังพี่น้อง ‘แดงเพื่อไทย’ ให้ส่งเสียงดังไปทั่วประเทศ และขอให้รักษาพลังงานนี้ไว้ไปจนถึงวันเข้าคูหากาเบอร์ 9 ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ตนขอบคุณพี่น้องที่ยังรักและฝากความหวังไว้กับเรา แม้การเมืองที่ผ่านมาจะเต็มไปด้วยความเหนื่อยและความไม่แน่ใจ
ส่วนเรื่องโพลที่บอกว่าเราเป็นอันดับ 3 นั้นอย่าไปเชื่อ เพราะถ้าเราไม่สำคัญจริง คู่แข่งคงไม่โจมตีเราเช้าเย็น ที่เขาดิ้นรนกันขนาดนี้เพราะเขากลัวว่าเราจะมาที่ 1 ต่างหาก
ส่วนเรื่องนโยบาย สุริยะ กล่าวว่า ถ้าอยากได้ของเพื่อไทยก็ต้องเลือกเพื่อไทยให้มาทำ ไม่มีวันให้พรรคอื่นมาทำ เพราะนโยบายคิดยากแต่ลอกง่าย หลายพรรคทำได้แค่ก๊อบปี้หรือเขียนคำสวยหรูไว้บนป้าย แต่ขาดคนทำได้จริง และขาดประสบการณ์ในการผลักดันผ่านระบบราชการและงบประมาณ
สุริยะย้ำด้วยว่า เราเคยเป็นทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน เราเห็นทุกมุมและรู้ข้อจำกัด ดังนั้นเพื่อให้เราสามารถผลักดันนโยบายให้เกิดขึ้นจริงได้ทันภายใน 4 ปี พี่น้องต้องช่วยกันเลือกเพื่อไทยให้ถล่มทลายถึง 200 เสียง ขอเสนอนักวิทยาศาสตร์เป็นนายกฯ ให้อาจารย์เชน คนที่มองปัญหาเป็นภาพจริง ไม่ขายฝัน และเข้าใจกลไกการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เปลี่ยนความหวังให้เป็นผลลัพธ์
‘จุลพันธ์’ ฝากถึง เชน-ยศชนัน จงเป็นความหวังที่โอบรับทุกคน
ด้าน จุลพันธ์ กล่าวว่า การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ คือจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ หลังจากต้องเผชิญกับความบิดเบี้ยวทางการเมืองที่นายกรัฐมนตรีถูกปลดด้วยอำนาจพิเศษ และพรรคอันดับหนึ่งในสภากลับไปหนุนรัฐบาลเสียงข้างน้อย เปิดทางให้อำนาจอนุรักษ์นิยมกลับมาแผ่ขยายสร้างความเสียหายและเอื้อประโยชน์พวกพ้อง
จุลพันธ์ ยืนยันว่า แม้พรรคเพื่อไทยจะถูกกระทำ ถูกยุบพรรค หรือถูกนิติสงครามมาตลอด 20 ปี จนหลายคนปรามาสว่าจะสูญพันธุ์ แต่พรรคก็ลุกขึ้นยืนได้ใหม่เสมอด้วยพลังของประชาชน เพราะเพื่อไทยยึดมั่นในประชาธิปไตยที่กินได้ มุ่งแก้ปัญหาปากท้องให้พี่น้องกลับมาอยู่ดีกินดี ไม่ใช่แค่การชนะในโลกโซเชียลแต่แพ้ในโลกความเป็นจริง ประชาธิปไตยต้องเริ่มจากการยอมรับความจริงข้อนี้ ไม่ใช่เหยียบหัวคนส่วนใหญ่ แล้วเรียกตัวเองว่าก้าวหน้า
จุลพันธ์ยังได้กล่าวถึงนโยบายที่ทำได้จริงเพื่อเปลี่ยนชีวิตคนไทย ทั้ง 30 บาทรักษาทุกโรคยุคใหม่ รถไฟฟ้า 20 บาท และการปราบปรามยาเสพติด พร้อมทั้งส่งสัญญาณถึงคนเสื้อแดง และคนรุ่นใหม่ (Gen Z) ว่าพรรคเพื่อไทยคือพื้นที่ที่โอบรับความแตกต่าง ไม่สร้างศัตรู และพร้อมก้าวเดินไปข้างหน้าไม่ว่าท่านจะเดินไปไกลเพียงใด เมื่อหันกลับมา พรรคเพื่อไทยจะอยู่ตรงนั้น อยู่เคียงข้างท่านเสมอ
ในช่วงท้าย จุลพันธ์ได้กล่าวสื่อสารไปยัง อ.เชนว่า ตั้งแต่เชนลงสมัคร สส. เชียงใหม่ ครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2557 และ 50 กว่าวันที่ผ่านมา โดยยกย่องว่าเป็นผู้นำที่ถ่อมตน สร้างสรรค์ และมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอย่างแท้จริงขอฝากความฝันของพรรคและประชาชนไว้ในมือของนายกฯ เชน เพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ยิ่งใหญ่และดีที่สุดสำหรับทุกคน
‘เต้น’ ชี้ ‘อนุทิน’ ปลุกชาตินิยมกลบคดี ‘เขากระโดง’
ณัฐวุฒิขึ้นเวทีปราศรัยระบุว่า มีการใช้อำนาจรัฐกลั่นแกล้งผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทยด้วยคดีพนันออนไลน์ ทั้งที่ควรไปเรียกตัวละครอย่าง ‘ศักดา’ ในคลิปฉาวมาสอบมากกว่า พร้อมระบุว่ามีการสาดกระสุนโครงการคนละพัน ซื้อเสียงกันสะบั้นหั่นแหลก แต่เชื่อมั่นว่าเพื่อไทยจะชนะ เพราะประชาชนจำนโยบายได้แม่นยำ ต่างจากพรรคอื่นที่ทำได้แค่เคลมผลงานและขายขี้หน้า
จากนั้น ณัฐวุฒิกล่าวถึง อนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยว่าปมปลุกกระแสชาตินิยมล้นเกิน โจมตีนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร เรื่องคลิปเสียงอังเคิลหวังผลการเมือง ทั้งที่การเรียกอังเคิลคือมารยาทไทยที่เด็กเรียกผู้ใหญ่ พร้อมกล่าวว่าหน้าที่ทวงคืนดินแดนเป็นของทหาร ส่วนหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คือไปทวงคืนเขากระโดงกลับมาให้ได้ก่อน อย่ามาเคลมมั่วซั่ว
ณัฐวุฒิยังกล่าวถึงพรรคประชาชนที่หาตัวแคนดิเดตนายกฯ แทบไม่เจอ แถมทิ้งท้ายทฤษฎีสมคบคิด จับพิรุธคลิปศักดากับท่าทีของณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่พร้อมโหวตให้อนุทิน เพราะเชื่อว่ามีการวางงานจ้องล้มรัฐบาลกันมานานแล้ว
ทั้งนี้ ยังเปรียบเปรยพรรคภูมิใจไทยที่ไปไหนก็หิ้วกันไป 4 คนว่าเหมือน ‘ปลากระป๋องสามแม่ครัว’ จะกินต้องเอามายำ หั่นไชยชนกลงไป หั่นสุชาติ สันติลงไปอีก แล้วโรยด้วยใบกัญชา บีบมะเน (เนวิน) จากบุรีรัมย์ลงไป กินแล้วแสบ เมื่อเสิร์ฟก็พบว่ามีหนูนอนอยู่ในจาน
ณัฐวุฒิยังกล่าวถึงอนุทินกรณีคลิปเสียงอังเคิลด้วยว่า “อนุทินก็พูดเป็นอยู่อย่างเดียว คนละครึ่ง หลังๆ เมื่อคนละครึ่งเริ่มขายไม่ได้ ก็ประกาศว่าเป็นพรรครักชาติ แล้วชี้พรรคคนอื่นว่าเป็นพรรคเกลียดชาติ กระทบกระแทกพรรคเพื่อไทย เอะอะก็อังเคิล อังเคิล กะว่าจะทำให้นายกฯ อิ๊งเจ็บปวด ทำให้บอบช้ำทางการเมืองให้ได้ วิธีการที่นายกฯ อิ๊ง สนทนาโทรศัพท์ มีเจตนาในการสร้างสันติภาพ ไม่ได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่น และหากจะมีคนผิดจริยธรรมก็คือผู้นำอีกประเทศที่แอบอัดคลิปแล้วเอามาปล่อย”
‘ยศชนัน’ ประกาศพร้อมเป็นนายกฯ คนที่ 33
ก่อนที่ ศ.ดร.ยศชนัน จะขึ้นกล่าวปราศรัยปิดท้ายด้วยการปลุกความหวังครั้งใหญ่ ชวนคนไทยกล้าฝันถึงประเทศที่ไร้คอร์รัปชัน เกษตรกรมีรายได้ดี และมีเทคโนโลยีเป็นของตนเองเพื่อยืนหยัดในเวทีโลกอย่างมีศักดิ์ศรี โดยประกาศความพร้อมสูงสุดสำหรับวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ที่จะก้าวขึ้นทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีเพื่อเปลี่ยนความฝันเหล่านี้ให้เป็นความจริง
พร้อมย้อนรอยเส้นทางต่อสู้กว่า 17 ปี ตั้งแต่การผลักดันอธิปไตยทางเทคโนโลยี จนถึงการเข้าสู่การเมืองที่ทำให้เห็นภาพความเหลื่อมล้ำและความทุกข์ยากของประชาชนชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งในการกลับมาครั้งนี้ยืนยันว่าจะมุ่งเน้นการดึงเศรษฐกิจนอกระบบ แก้ปัญหาหนี้สิน และยกระดับการเกษตรด้วยนวัตกรรม ควบคู่กับการสร้างรัฐบาลดิจิทัลที่โปร่งใส
ก่อนที่ ศ.ดร.ยศชนั้นจะกล่าวทิ้งท้ายว่า ขอโอกาสให้พรรคเพื่อไทยได้กลับมาดูแลประชาชนอีกครั้ง ในอีก 4 ปีข้างหน้าเพื่อนำพาประเทศไทยไปสู่ความยิ่งใหญ่ ซึ่งตนพร้อมแล้วที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย เพื่อประเทศไทยที่ยิ่งใหญ่ เปลี่ยนแปลงความหวังความฝัน ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทย ให้เป็นความจริง


























เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และรายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ได้ที่นี่
https://thestandard.co/election2569/


