×

หุ้นไทยทำจุดสูงสุดรอบ 1 ปี อานิสงส์แรงขายหุ้นสหรัฐฯ และอินโดนีเซีย นักลงทุนไทยฉวยจังหวะปรับพอร์ตกองทุน

03.02.2026
  • LOADING...
กราฟแสดงดัชนีตลาดหุ้นไทย SET index ที่ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดรอบ 1 ปี

หุ้นไทยพุ่งแตะ 1,348 จุด เพิ่มขึ้น 9.1% ภายใน 15 วันทำการ ทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี นักวิเคราะห์ชี้อานิสงส์จากกระแส Sell America และแรงขายหุ้นอินโดนีเซีย แต่กองทุนไทยดักขายตลอดทาง มูลค่า 3.1 หมื่นล้านบาท

 

ดัชนี SET วันนี้ (3 กุมภาพันธ์) ปิดที่ 1,336.11 จุด หลังจากระหว่างวันพุ่งไปทำสถิติสูงสุดนับแต่ปลายเดือนมกราคม 2568 โดย ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า ปัจจัยหนุนหุ้นไทยมาจากกระแส Sell America และการเทขายเงินดอลลาร์ที่มีความน่าเชื่อถือลดลง

 

“ทำให้เราเห็นตลาดหุ้น Emerging Market ขึ้นยกแผง และไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ได้อานิสงส์เช่นกัน ซึ่งเราไม่ได้ outperform แต่ขึ้นใกล้เคียงกับตลาดอื่น”

 

นอกจากนี้ หุ้นไทยยังได้อานิสงส์จากการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ โดยเฉพาะแรงซื้อจากนักลงทุนในประเทศ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติมักจะเข้ามาซื้อหลังจากทราบผลการเลือกตั้งแล้ว

 

ณัฐชาติกล่าวต่อว่า เป้าหมายของดัชนี SET ในปีนี้ยังคงประเมินที่ระดับเดิมคือ 1,390 จุด อิงกับกำไรต่อหุ้นที่ 96-97 บาท และ Forward P/E 14.4 เท่า หากผลการเลือกตั้งออกมาในทางบวก คือ สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว และรัฐบาลมีเสถียรภาพจากคะแนนเสียงรวมกันเกือบ 300 ที่นั่ง แต่หากเป็นเหมือนกับผลการเลือกตั้งครั้งก่อนคือพรรคอันดับ 1 และ 2 มีเสียงใกล้เคียงกัน แย่งกันจัดตั้งรัฐบาล จะนำไปสู่แรงขาย

 

อานิสงส์แรงขายหุ้นอินโดนีเซีย หนุนหุ้นไทย

 

สรพล วีระเมธีกุล หัวหน้าทีมกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย กล่าวว่า การปรับตัวขึ้นของหุ้นไทยล่าสุด ค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติอิงจากดัชนี MSCI หลังจากที่นักลงทุนปรับพอร์ตตาม MSCI โดยการขายหุ้นอินโดนีเซียก่อนหน้านี้

 

ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ จะเห็นว่าหุ้นไทยที่คำนวณอยู่ใน MSCI เช่น DELTA, ADVANC, PTT, GULF ต่างปรับตัวขึ้นได้โดดเด่นกว่าตลาด

 

นอกจากนี้ ปัจจัยบวกที่หนุนหุ้นไทยคือการเก็งกำไรก่อนหน้าการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น จากสถิติย้อนหลัง 30 ปี พบว่าหลังการเลือกตั้ง 1 เดือน ดัชนี SET ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.5-3% ขณะที่ต่างชาติซื้อสุทธิเฉลี่ย 2.5 พันล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มที่อิงกับเศรษฐกิจในประเทศ

 

นักลงทุนไทยแห่ปรับพอร์ตกองทุนในมือ

 

ท่ามกลางตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวขึ้นราว 7% จากต้นปีที่ผ่านมา ปรากฏว่านักลงทุนสถาบันในประเทศกลับเป็นฝ่ายขายสุทธิ 3.1 หมื่นล้านบาท (ณ 2 กุมภาพันธ์) ซึ่งณัฐชาติมองว่า เป็นผลจากการโยกย้ายกองทุนลดหย่อนภาษีที่ซื้อช่วงปลายปี 2567 ทั้งกองทุน RMF SSF และ ThaiESG โดยไม่ใช่การครบกำหนด แต่กองทุนเหล่านี้เปิดให้ลงทุนได้หลายสินทรัพย์ และสามารถโยกย้ายได้ตลอดเวลา

 

“ช่วงนั้นหุ้นไทยอยู่บริเวณ 1,300 – 1,400 จุด เมื่อเริ่มขึ้นมาจุดนี้ ทำให้บางกองทุนเริ่มมีกำไรเมื่อรวมเงินปันผล หรืออย่างน้อยคือกลับมาที่ระดับทุน ทำให้บางคนโยกย้ายจากหุ้นไทยไปยังสินทรัพย์อื่น แรงขายจากกองทุนรอบนี้ไม่ได้มาจากฟันด์เมเนเจอร์ แต่มาจากคำสั่งขายต้นทาง”​

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising