วันนี้ (3 กุมภาพันธ์) อรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า วานนี้ (2 กุมภาพันธ์) มีตัวแทนจากโอลิมปิกมาบอกกับตนว่ามีการตัดงบประมาณ ซึ่งตนได้เตรียมเอกสารบางส่วนเพื่อเตรียมชี้แจงต่อนายกรัฐมนตรีในที่ประชุม และรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านการท่องเที่ยวและกีฬา หากต้องการสอบถามในประเด็นดังกล่าว ซึ่งวานนี้ที่มีการออกข่าว ตนไม่สบายใจ เพราะเป็นผู้ใหญ่ที่ตนเคารพและทำงานร่วมกับท่านมาหลายเดือน ท่านบอกว่ามีการตัดงบประมาณในส่วนของการสนับสนุนนักกีฬาให้ไปแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ จาก 2,000 กว่าล้านบาท เหลือ 1,200 ล้านบาท
อรรถกรกล่าวอีกว่า เอกสารที่ตนมีนั้นมีการวางแผนและมีกระบวนการขออนุมัติจากคณะกรรมการกองทุนก่อน โดยคณะกรรมการได้วางกรอบไว้ในปี 2569 ประมาณ 4,100 ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้จะมี 12 แผนงาน และ 1 ในแผนงานนั้นคือประเด็น 1,200 ล้านบาท เกี่ยวกับการส่งนักกีฬาไปแข่งขันกีฬาต่างๆ นั้น มีการประชุมในช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งตนดำรงตำแหน่งอยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และปลายเดือนกันยายน 2568 มีการตอบรับจากกระทรวงการคลังว่า เห็นชอบกับสิ่งที่คณะกรรมการได้นำเสนอไป
อรรถกร เปิดเผยอีกว่า ตนทำงานตามกรอบในเอกสารที่ตนมาสานงานต่อ ซึ่งวันที่ตนเข้ามา กรอบแผนงานดังกล่าวถูกอนุมัติมา 1,200 ล้านบาท แต่ความต้องการขณะนั้นขอมากว่า 10,000 ล้านบาท แต่การพิจารณาและการกลั่นกรองต่างๆ ที่ส่งไปยังกระทรวงการคลังอยู่ที่ 1,200 ล้านบาท
อรรถกรกล่าวอีกว่า พวกเราจำเป็นจะต้องแก้ไข แล้วต้องหาทางทำให้ประเทศไทยโดยการกีฬาแห่งประเทศไทยและกองทุนสามารถส่งนักกีฬาไปแข่งได้ด้วยจำนวนเงินที่สมเหตุสมผล ย้ำว่าไม่มีปัญหาและต้องขอบคุณโอลิมปิกที่เป็นห่วง ซึ่งทางโอลิมปิกก็เป็นหนึ่งในกรรมการในคณะที่เสนอ 1,200 ล้านบาทด้วย เมื่อตนเข้ามาอะไรที่สามารถแก้ไขทำให้ดีขึ้นได้ก็ยินดี
ส่วนการประชุมบอร์ดกองทุนกีฬาที่ตนเป็นประธานนั้น อรรถกรกล่าวว่า มีความเห็นขอให้เราทำนำร่องการจ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา เพราะที่ผ่านมานั้นมีปัญหามาโดยตลอด เช่น กรณีที่นักกีฬาออกมาร้องเรียนว่าเงินช้าได้เงินไม่ถึง จึงอยากให้ดำเนินการจ่ายตรงไปที่นักกีฬาโดยไม่ผ่านสมาคม อาจจะเป็นแนวทางที่หลายคนไม่คุ้นเคยแต่สุดท้ายแนวทางดังกล่าว ตนเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวต่อไปได้ และขอเชิญชวนผู้บริหารโอลิมปิกมาร่วมทำงานกัน เชื่อว่าความโปร่งใสในการดูแลนักกีฬาเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่สุด
เมื่อถามว่าจะเพียงพอต่อการส่งนักกีฬาไปแข่งเอเชียนเกมส์หรือไม่ อรรถกรกล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าหากพูดตามตรงก็อาจไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของตนที่ยังรักษาการอยู่ที่จะหาทางทำให้ประเทศไทยสามารถส่งไปได้เพียงพอและมีความเหมาะสม


