วานนี้ (2 กุมภาพันธ์) พล.ท. ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก นำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ 20 ประเทศ อาทิ สหรัฐฯ มาเลเซีย เวียดนาม และเจ้าหน้าที่ FBI ลงพื้นที่จุดผ่านแดนช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ในกิจกรรม Open House เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะขบวนการสแกมเมอร์ที่สร้างผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาค
โดยมี พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. และสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ ร่วมคณะลงพื้นที่สำรวจจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ตรงข้ามเมืองโอร์เสม็ด จังหวัดอุดรมีชัย หลังเหตุปะทะเมื่อเดือนธันวาคม 68 โดยพบว่าพื้นที่โอร์เสม็ดมีฐานสแกมเมอร์หลัก 2 แห่ง คือ โอร์เสม็ดรีสอร์ต และรอยัลฮิล ซึ่งมีอาคารสูง 6 ชั้น 3 อาคาร ใช้เป็นที่พักและที่ทำงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แยกตามสัญชาติทั้ง เวียดนาม สิงคโปร์ และอินเดีย
จากการตรวจสอบภายในอาคาร พบหลักฐานที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้หลอกลวงประชาชนจำนวนมาก เช่น การจัดฉากจำลองสถานีตำรวจและธนาคารของประเทศต่างๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ รวมถึงพบเอกสารรายชื่อเหยื่อ เครื่องแบบตำรวจ เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ส่วนตัวที่ถูกทิ้งไว้เกลื่อนกลาด
พล.ท. ธีรนันท์ เปิดเผยด้วยว่า การพาสื่อและทูตทหารลงพื้นที่ครั้งนี้ เพื่อต้องการตีแผ่ให้สังคมโลกรับรู้ถึงการก่ออาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อมนุษยชาติ จากการตรวจสอบพบโครงสร้างสแกมเมอร์เซ็นเตอร์ ที่เป็นระบบ มีขั้นตอนละเอียด โดยตำรวจได้รวบรวมหลักฐานสิ่งจำลองที่ใช้หลอกลวงไว้ทั้งหมดแล้ว ส่วนกองทัพมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเข้าพื้นที่
พล.ท. ธีรนันท์ ยังระบุถึงความร่วมมือในอดีตว่า ที่ผ่านมาเคยขอความร่วมมือจากกัมพูชาให้ตรวจสอบพื้นที่ เพราะพบข้อมูลคนไทยตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ ถูกกักขังและทรมาน แต่กลับได้รับคำปฏิเสธว่าเข้าไปดูแล้วไม่พบคนไทย จึงไม่ได้รับการช่วยเหลือเท่าที่ควร
นอกจากเป็นฐานสแกมเมอร์แล้ว ในเหตุปะทะครั้งที่สอง พบการใช้โดรนกว่า 100 ลำ บินขึ้นจากพื้นที่นี้ โดยเป็นโดรนพลีชีพพุ่งชนจนกำลังพลไทยบาดเจ็บ พื้นที่นี้จึงถือเป็นเป้าหมายทางทหารที่ชัดเจน และหลังปฏิบัติการยึดพื้นที่ ยังพบขบวนรถและกำลังทหารเข้าออกพลุกพล่าน ยืนยันได้ว่ามีการใช้พื้นที่นี้ปฏิบัติการทางทหารเช่นกัน
พล.ท. ธีรนันท์ กล่าวถึงการควบคุมพื้นที่ว่า ปัจจุบันไทยควบคุมพื้นที่สิ่งปลูกสร้างสแกมเมอร์ไว้ประมาณ 100 ไร่ โดยกองทัพจะรักษาพื้นที่ตามแนววางกำลังเดิม ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไรต้องรอการเจรจาผ่านกลไก JBC และ GBC รวมถึงนโยบายจากรัฐบาลชุดใหม่ สำหรับฝ่ายกัมพูชายังไม่พบการกลับเข้ามาในพื้นที่ แต่พบการสร้างแนวป้องกันตนเองในฝั่งตรงข้าม ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติทางทหาร
พล.ท. ธีรนันท์ ทิ้งท้ายด้วยข้อมูลเชิงลึกว่า จากการรวบรวมข้อมูลและพูดคุยกับกองกำลัง คาดว่ามีบุคคลต่างชาติที่เข้ามาทำงานในขบวนการหลอกลวงนี้ประมาณ 8,000-10,000 คน ซึ่งพบว่ามีการเคลื่อนย้ายหลบหนีออกไปในช่วงที่มีปฏิบัติการทางทหารเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่ผ่านมา









