ธปท.เตรียมส่งข้อมูลธุรกรรมน่าสงสัยให้กกต. หลังผู้ว่าฯ พบการถอนเงินผิดปกติ 450 ล้าน

30.01.2026
  • LOADING...
ธนบัตรไทยจำนวนมาก กองอยู่ สื่อถึงการถอนเงินสดผิดปกติ 450 ล้านบาท

ธปท. จ่อส่งข้อมูลธุรกรรมน่าสงสัยให้ กกต. ตามคำขอเพื่อตรวจสอบความโปร่งใส-ทุจริตในช่วงเลือกตั้ง เพื่อให้กกต. ไปสืบสวนต่อ หลังวิทัย รัตนากร ผู้ว่าฯ ธปท. เผยว่าพบการเบิกเงินสดที่ผิดปกติ และพบว่า มี 2 ราย รายแรกเบิกไป 250 ล้าน ส่วนรายที่สอง เบิกไป 200 ล้าน

 

วันนี้ (30 มกราคม) ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.เตรียมส่งข้อมูลธุรกรรมน่าสงสัยให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามคำขอเพื่อตรวจสอบความโปร่งใสหรือการทุจริตในช่วงเลือกตั้ง เพื่อให้กกต. ไปสืบสวนต่อ

 

ชญาวดีอธิบายต่อว่า กกต.มีกฎหมายอยู่แล้วที่จะสามารถเรียกหรือขอข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ ไปใช้ในการตรวจสอบความโปร่งใสในการเลือกตั้งได้ พร้อมยืนยันว่า ข้อมูลที่ธปท.จะส่งให้กกต.คือ ธุรกรรมที่ดูน่าสงสัย แต่ธปท.ไม่ได้ยืนยันว่า เป็นธุรกรรมที่ทุจริตหรือไม่โปร่งใสหรือไม่

 

“ธปท.จะส่งเป็นแค่ตัวข้อมูลไป แล้วทางกกต.จะต้องพิจารณาสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมในแง่ของการดูว่า ใช่หรือไม่ใช่การทุจริตเกี่ยวกับการเลือกตั้ง” ชญาวดีกล่าว

 

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้น หลังวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวใน Thailand Blooming 2026 เมื่อวันที่ 28 มกราคมว่า “แบงก์ชาติได้ขอความร่วมมือให้ธนาคารพาณิชย์ รายงานการเบิกเงินสดที่ผิดปกติ และพบว่า มี 2 ราย รายแรกเบิกไป 250 ล้าน ส่วนรายที่สอง เบิกไป 200 ล้าน แบงก์ละ 100 ล้านบาท ซึ่งต่อไป แบงก์ชาติจะเข้าไปดูเรื่องเหล่านี้ เพราะมันกัดกร่อนประเทศไทยจริงๆ”

 

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การถอนเงินสดจำนวนมากและเจาะจงเป็นธนบัตรย่อยในช่วงที่มีการจัดการเลือกตั้งนี้ เป็นกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจนำไปใช้กระทำความผิดหรือฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง

 

ดังนั้น เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม กกต. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 32 (2) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2560 ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย แจ้งรายละเอียดการโอนหรือเบิกจ่ายเงินในกรณีดังกล่าวมายัง กกต. เพื่อประกอบการดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามหน้าที่ต่อไป

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising