วันนี้ (27 มกราคม) ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เวลา 07.00 น. พบว่าภาพรวมคุณภาพอากาศเช้านี้มีแนวโน้มปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มขึ้น โดยค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานครอยู่ที่ 55.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ซึ่งเกินกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. ส่งผลให้คุณภาพอากาศโดยรวมอยู่ในเกณฑ์สีส้ม หรือเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ
จากการตรวจวัดค่าฝุ่นรายเขต พบพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 สูงสุด 12 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 เขตบางรัก 66.5 มคก./ลบ.ม. รองลงมาคือ เขตหนองแขม 64.9 มคก./ลบ.ม., เขตสายไหม 64.8 มคก./ลบ.ม., เขตประเวศ 64.5 มคก./ลบ.ม. และเขตปทุมวัน 63.3 มคก./ลบ.ม. ตามลำดับ
นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ที่ค่าฝุ่นสูงในระดับเฝ้าระวัง ได้แก่ เขตบางคอแหลม, เขตตลิ่งชัน, เขตคลองสามวา, เขตมีนบุรี, เขตลาดกระบัง, เขตบางขุนเทียน และเขตบางพลัด ซึ่งมีค่าฝุ่นเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 59.1 – 61.2 มคก./ลบ.ม.
สำหรับสถานการณ์แยกตามกลุ่มเขต พบว่าทุกพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ทั้งกรุงเทพเหนือ, กรุงเทพตะวันออก, กรุงเทพกลาง, กรุงเทพใต้, กรุงธนเหนือ และกรุงธนใต้ ล้วนมีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานและอยู่ในเกณฑ์เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพทั้งหมด โดยเฉพาะกรุงเทพใต้ที่มีค่าสูงสุดถึง 66.5 มคก./ลบ.ม.
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร จึงขอแจ้งเตือนและให้คำแนะนำด้านสุขภาพแก่ประชาชน โดยขอให้ประชาชนทั่วไปใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง เช่น สวมหน้ากากอนามัยที่ป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร และควรจำกัดระยะเวลาในการทำกิจกรรมหรือการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ต้องใช้แรงมาก พร้อมทั้งหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา
สำหรับประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด และสวมหน้ากากป้องกันทุกครั้งเมื่ออยู่ในพื้นที่เปิดโล่ง หากมีอาการผิดปกติทางสุขภาพควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที


