×

ศาลอาญาอนุมัติหมายจับ ‘แทนไท’ ซีอีโอไททัน แคปปิตอล ฐานสมคบฟอกเงิน พัวพันเว็บหนังเถื่อน-พนันออนไลน์ พบความเสียหายกว่า 4.5 พันล้านบาท

โดย THE STANDARD TEAM
26.01.2026
  • LOADING...
ภาพ นายแทนไท ณรงค์กูล ซีอีโอไททัน แคปปิตอล ผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน

วันนี้ (26 มกราคม) ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ แทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน โดยศาลพิจารณาเห็นว่าผู้ต้องหาน่าจะกระทำความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกสูงเกินกว่า 3 ปี อีกทั้งมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนีและไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงให้อำนาจพนักงานสอบสวนจับกุมตัวภายในอายุความ 15 ปี

 

สำหรับคดีดังกล่าว สืบเนื่องจากการขยายผลการสอบสวนกรณีการกล่าวหา นุวัฒน์ ยงยุทธ กับพวกรวม 7 คน ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งมีมูลเหตุมาจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลักษณะเป็นการค้า โดยก่อนหน้านี้ อธิวัฒน์ พุทธะโรจน์ธรรม ผู้รับมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพยนตร์และโสตทัศน์วัสดุต่างประเทศ ได้เข้าร้องทุกข์ต่อดีเอสไอให้ดำเนินคดีกับเว็บไซต์ www.moviebfree.com ซึ่งเผยแพร่ภาพยนตร์ละเมิดลิขสิทธิ์

 

จากการสืบสวนพบเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงว่า นุวัฒน์ ได้ร่วมกับ แทนไท จัดทำเว็บไซต์พนันออนไลน์และนำโฆษณามาฝังไว้ในเว็บไซต์ดูหนังเถื่อนดังกล่าว ในรูปแบบคลิปวิดีโอโฆษณาที่ปรากฏก่อนการฉายภาพยนตร์ โดยมีนุวัฒน์ทำหน้าที่ดำเนินการเรื่องการติดต่อโฆษณาและการรับเงินทั้งหมด

 

นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนยังได้รวบรวมพยานหลักฐานสำคัญจากพยานที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งให้การว่าเคยติดต่อขอซื้อไฟล์ภาพยนตร์จากเว็บไซต์ moviebfree ผ่านแอปพลิเคชันไลน์กับบัญชีผู้ใช้ชื่อ tantaiz1688 โดยพยานจดจำได้ว่าเป็นแทนไท ซึ่งเคยติดต่อลงโฆษณาเว็บพนัน www.ufa678n.com บนหน้าเว็บไซต์ของตน และมีการโอนเงินค่าโฆษณาผ่านบัญชีชื่อนางสาวเจนจิรา บำรุงศิลป์

 

จากพยานหลักฐานทั้งหมด ดีเอสไอจึงเชื่อได้ว่าแทนไทกับพวก ได้ร่วมกันกระทำความผิดเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการค้า ซึ่งถือเป็นความผิดมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3(13), มาตรา 5, มาตรา 9 และมาตรา 60 ส่งผลให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์และระบบเศรษฐกิจ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 4,518,790,200 บาท (สี่พันห้าร้อยสิบแปดล้านเจ็ดแสนเก้าหมื่นสองร้อยบาท) นำไปสู่การออกหมายจับเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising