เลขาธิการ ก.ล.ต. เผยกฎหมายเพิ่มอำนาจกำกับดูและลงโทษสำนักสอบบัญชีโดยตรง ใกล้ผ่านเป็นกฎหมายตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์
ภายในงาน Thailand Focus 2025 ภายใต้ธีม Beyond the Challenges ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า การแก้ไข พ.ร.บ. หลักทรัพย์ ซึ่งประกอบด้วยกฎหมาย 4 ฉบับ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อดำเนินการขั้นสุดท้าย ก่อนจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อผ่านเป็นกฎหมาย
ส่วนหนึ่งของการแก้ไขกฎหมายครั้งนี้ มุ่งเน้นไปที่การให้อำนาจและกำกับดูแลสำนักสอบบัญชี จากปัจจุบัน ก.ล.ต. สามารถกำกับดูแลได้เฉพาะผู้สอบบัญชีที่เป็นรายบุคคลเท่านั้น แต่การแก้ไขที่เสนอนี้จะทำให้ ก.ล.ต. สามารถกำหนดให้สำนักสอบบัญชีต้องมาขออนุญาต และอนุญาตให้มีการกำกับดูแลและลงโทษสำนักสอบบัญชีได้โดยตรง ซึ่งจะทำให้เกิดการกำกับดูแลที่เข้มข้นและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
“ปัจจุบันผู้ที่มาขออนุญาตคือผู้สอบบัญชี เพียงแต่กำหนดว่าผู้สอบบัญชีที่จะขออนุญาตได้ต้องมาจากสำนักสอบบัญชีที่มีระบบงานตามที่ ก.ล.ต. กำหนด” ดร.พรอนงค์กล่าว
แนวคิดในการกำกับดูแลสำนักสอบบัญชีนี้มีที่มาจากคดีความและปัญหาในตลาดทุนที่เกิดขึ้น และมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลที่ดีขึ้นในตลาดทุน ซึ่งสอดคล้องกับการปฏิบัติในศูนย์กลางทางการเงินชั้นนำของโลก กฎระเบียบนี้จะใช้กับสำนักสอบบัญชีที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนโดยเฉพาะ
ปลดล็อกโบรกเกอร์ปล่อยมาร์จิ้นซื้อขายหุ้น IPO ที่ระดมทุนเกิน 10,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความเห็นเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้กู้ยืมเงิน (margin loan) เพื่อซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทหลักทรัพย์และการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ซึ่งครอบคลุมการปรับหลักเกณฑ์ margin loan สำหรับหุ้น IPO
ดร.พรอนงค์กล่าวว่า นโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อลดความผันผวนและการเก็งกำไรที่มากเกินไปในหุ้น IPO เนื่องจากราคาหุ้นมักไม่เสถียรเนื่องจากไม่มีประวัติการซื้อขายมาก่อน
“การให้มาร์จิ้นสำหรับ IPO ถือเป็นการเพิ่มอำนาจซื้อแก่นักลงทุนที่อาจมีข้อมูลไม่เพียงพอ”
เป้าหมายคือการทำให้ราคา IPO มีเสถียรภาพก่อนที่จะสามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันสำหรับการซื้อขายด้วยมาร์จิ้นได้อย่างแพร่หลาย โดยปกติ หุ้น IPO ที่ใช้เป็นหลักประกันสำหรับการให้สินเชื่อด้วยมาร์จิ้นจะถูกกำหนดให้มี haircut 100% หมายความว่าไม่สามารถกู้ยืมเงินได้เลย
อย่างไรก็ตาม หุ้น IPO ขนาดใหญ่ เช่น มูลค่ามากกว่า 10,000 ล้านบาท อาจได้รับการยกเว้น สามารถใช้เป็นหลักประกันได้ แต่ต้องมีการจำกัดการรับความเสี่ยง (limit exposure) และระดับ haircut ที่เฉพาะเจาะจง รายละเอียดเฉพาะเจาะจงนี้อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์จะต้องมีระบบการบริหารความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง สำหรับการให้มาร์จิ้น โดยเน้นการบริหารจัดการการกระจุกตัวและการกระจายความเสี่ยง โดยไม่ต้องกำหนดขีดจำกัดที่ตายตัว เน้นย้ำคือการป้องกันไม่ให้โบรกเกอร์หรือลูกค้าเกิดหนี้สินที่มากเกินไป ซึ่งอาจนำไปสู่การบังคับขายและภาวะตลาดที่ไม่เสถียร
การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องในตลาดรายวันโดยทำให้การให้สินเชื่อด้วยมาร์จิ้นไม่สะดวกเท่าเดิม แต่ถือเป็นการแลกเปลี่ยนเพื่อเสถียรภาพของตลาดในระยะยาว