การมาถึงของ Pieter Mulier ในฐานะ Chief Creative Officer คนล่าสุดของ Versace กำลังพาแบรนด์เข้าสู่บทใหม่ที่น่าจับตามองอีกครั้ง หลัง Prada Group เข้าซื้อกิจการของแบรนด์อิตาเลียนแห่งนี้อย่างสมบูรณ์ในช่วงปลายปี 2025 โดย Pieter เริ่มรับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเป็นต้น ด้วยประสบการณ์จากการทำงานเคียงข้าง Raf Simons ที่ Jil Sander, Dior และ Calvin Klein รวมถึงผลงานในฐานะครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Alaïa ชื่อของ Pieter จึงนำมาซึ่งความคาดหวังว่า เขาจะตีความความเซ็กซี่และความสง่างามอันเป็นหัวใจของ Versace ออกมาในรูปแบบใด แม้ผลงานบนรันเวย์อย่างเต็มรูปแบบจะยังไม่ถูกเปิดเผย แต่เริ่มได้เห็นวิสัยทัศน์ของเขากันบ้างแล้ว
7 THINGS WE LOVE ABOUT VERSACE DESIGNERS
จากจุดเริ่มต้นในปี 1978 แบรนด์ Versace สร้างโลกแฟชั่นที่เต็มไปด้วยสีสัน ความเย้ายวน ความหรูหรา และอิสระในการแสดงตัวตน ผ่านลวดลายบาโรก สัญลักษณ์ Medusa งานโลหะ ไปจนถึงซิลลูเอตที่เฉลิมฉลองเรือนร่างอย่างไม่ประนีประนอม แน่นอนว่าชื่อของ Donatella Versace ได้กลายเป็นภาพจำที่แทบแยกออกจากแบรนด์ไม่ได้ หลังเธอสานต่อวิสัยทัศน์ของ Gianni Versace พี่ชายของตนเองมาเกือบสามทศวรรษ
อย่างไรก็ตาม หากมองย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ จะพบว่า Versace เคยเปิดพื้นที่ให้ดีไซเนอร์รุ่นใหม่หลายคนเข้ามาทดลองเล่นกับรหัสของแบรนด์ โดยเฉพาะผ่าน Versus Versace ไลน์น้องที่เปรียบเสมือนห้องทดลองทางความคิดมาแล้วหลายคน จนกระทั่ง Pieter คนล่าสุด ผู้กำลังจะเขียนบทต่อไปของตำนาน Medusa
และครั้งนี้ THE STANDARD POP จะพาทุกคนย้อนไปดูกันว่ามีดีไซเนอร์คนไหนบ้าง ที่เคยฝากฝีมืองานดีไซน์ที่ห้องเสื้อ Versace นี้กันมาบ้าง
GIANNI VERSACE: THE FOUNDER OF VERSACE

ก่อน Versace จะกลายเป็นอาณาจักรแฟชั่นระดับโลก ทุกอย่างเริ่มต้นจาก Gianni Versace ผู้ก่อตั้งแบรนด์นี้ขึ้นในมิลานเมื่อปี 1978 เขาผสมผสานรากทางวัฒนธรรมแบบอิตาเลียนเข้ากับศิลปะกรีกโบราณ ความหรูหราแบบบาโรก วัฒนธรรมป๊อป และพลังทางเพศ จนเกิดเป็นรากงานดีไซน์ที่โดดเด่นเกินกว่าจะกลืนหายไปกับใคร สำหรับ Gianni เสื้อผ้าไม่ได้มีหน้าที่เพียงห่อหุ้มร่างกาย แต่ต้องช่วยให้ผู้สวมใส่รู้สึกมั่นใจ ทรงพลัง และกล้าที่จะเป็นจุดสนใจ แนวคิดดังกล่าวปรากฏผ่านเดรสเข้ารูป งานเมทัลเมช ลายพิมพ์สีสด และเข็มกลัดนิรภัยที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์แฟชั่น
นอกจากสร้างภาพจำให้กับ Versace แล้ว Gianni ยังมีบทบาทสำคัญต่อการถือกำเนิดของยุคซูเปอร์โมเดล เขาเชื่อมโลกของแฟชั่นเข้ากับดนตรี เซเลบริตี้ และวัฒนธรรมร่วมสมัย พร้อมผลักดันนางแบบให้มีตัวตนและชื่อเสียงไม่ต่างจากดาราฮอลลีวูด โมเมนต์สำคัญเกิดขึ้นบนรันเวย์ Fall/Winter 1991 เมื่อ Linda Evangelista, Cindy Crawford, Naomi Campbell และ Christy Turlington เดินคล้องแขนพร้อมลิปซิงก์เพลง “Freedom. ’90” ของ George Michael ภาพนั้นไม่ได้เพียงปิดโชว์อย่างน่าจดจำ แต่ยังช่วยนิยามคำว่า “Supermodel” และเปลี่ยนพวกเธอให้กลายเป็นไอคอนแห่งยุคอย่างสมบูรณ์
DONATELLA VERSACE: THE ICON OF VERSACE

หลังการจากไปของ Gianni Versace ในปี 1997 น้องสาวแท้ๆ อย่าง Donatella Versace ต้องก้าวขึ้นมารับหน้าที่ดูแลทิศทางสร้างสรรค์ของแบรนด์ ท่ามกลางทั้งความโศกเศร้า ความกดดัน และคำถามว่า Versace จะเดินต่อไปอย่างไร เธอไม่ได้พยายามทำตัวเป็นเงาของพี่ชาย แต่เลือกเก็บรักษาหัวใจของแบรนด์เอาไว้ พร้อมปรับมุมมองความเย้ายวนให้สอดคล้องกับโลกแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ภายใต้การนำของเธอ Versace ยังคงเปล่งประกายด้วยสีสัน ความมั่นใจ และภาพของผู้หญิงที่ทรงพลังและทรงอิทธิพลเรื่องเพศอย่างชัดเจน
Donatella ยังเข้าใจพลังของวัฒนธรรมเซเลบริตีอย่างเฉียบขาด ตั้งแต่เดรส Jungle Print ที่ Jennifer Lopez สวมไปงาน Grammy Awards ปี 2000 ซึ่งมีส่วนผลักดันให้เกิด Google Images ไปจนถึงความสัมพันธ์กับ Madonna, Lady Gaga, Beyoncé และศิลปินรุ่นใหม่อีกมากมาย ตลอดเวลาเกือบสามทศวรรษ เธอไม่ได้เป็นเพียงผู้ออกแบบเสื้อผ้า แต่กลายเป็นใบหน้า เสียง และบุคลิกของ Versace ในสายตาคนทั่วโลก แม้จะพ้นจากตำแหน่ง Chief Creative Officer ในปี 2025 แต่ Donatella ยังคงอยู่กับแบรนด์ในฐานะ Chief Brand Ambassador และเป็นเครื่องยืนยันว่า Versace ไม่ได้เป็นเพียงนามสกุล แต่คือส่วนหนึ่งของตัวตนเธอ
CHRISTOPHER KANE FOR VERSUS: THE YOUNG PROTÉGÉ

Christopher Kane เป็นหนึ่งในดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่ Donatella Versace มองเห็นศักยภาพตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นอาชีพ หลังผลงานจบการศึกษาจาก Central Saint Martins ของเขาสร้างความประทับใจจนได้รับโอกาสจาก Donatella ในฐานะที่ปรึกษา ก่อนที่เธอจะชวนเขามาช่วยปลุก Versus ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในปี 2009 จุดเริ่มต้นจากคอลเล็กชันเครื่องประดับ กระเป๋า และรองเท้า ค่อยๆ พัฒนาไปสู่บทบาทที่ดูแลทิศทางของไลน์อย่างต่อเนื่องจนถึงปี 2012 ดังนั้น Christopher จึงมีสถานะมากกว่าดีไซเนอร์รับเชิญเพียงครั้งเดียว
สิ่งที่ Christopher นำมาสู่ Versus คือความสดใหม่แบบหนุ่มสาวที่ผสมความน่ารักเข้ากับความแสบซ่า เขาหยิบรหัสของ Versace ไม่ว่าจะเป็นเข็มกลัดนิรภัย สีสันจัดจ้าน และซิลูเอตแนบเรือนร่าง มาลดทอนให้มีความขี้เล่นและร่วมสมัยขึ้น ผ่านเดรสสั้น งานพลีต และวัสดุโปร่งเบาที่ดูทั้งหวานและอันตรายในเวลาเดียวกัน ผลงานของเขาช่วยให้ Versus กลับมาเป็นพื้นที่สำหรับทดลองความคิด พร้อมสร้างสะพานเชื่อมระหว่างความหรูหราของ Versace กับพลังสร้างสรรค์ของดีไซเนอร์ลอนดอนรุ่นใหม่ ความสัมพันธ์ครั้งนี้ยังสะท้อนความสามารถของ Donatella ในการค้นหาและสนับสนุนพรสวรรค์ก่อนที่โลกจะรู้จักพวกเขาอย่างเต็มตัว
JONATHAN ANDERSON FOR VERSUS: A CLASH OF CODES

หลัง Christopher Kane แยกตัวออกไปในปี 2012 แบรนด์ Versus ปรับรูปแบบใหม่ให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับโปรเจกต์พิเศษกับนักออกแบบและศิลปินหลากหลายคน โดยเลือก Jonathan Anderson หรือที่ในเวลานั้นยังเป็นที่รู้จักในชื่อ J. W Anderson มาร่วมสร้างคอลเล็กชั่นในปี 2013 การพบกันของทั้งสองฝ่ายดูเหมือนเป็นคู่ตรงข้าม เพราะ Versace เต็มไปด้วยความเย้ายวนและความหรูหรา ขณะที่ Jonathan กำลังสร้างชื่อจากการตั้งคำถามต่อเส้นแบ่งระหว่างเพศและรูปแบบการแต่งกายแบบเดิมๆ ความแตกต่างนี้กลับกลายเป็นพลังสำคัญที่ทำให้โปรเจกต์ดังกล่าวมีความน่าสนใจ
Jonathan หยิบกลิ่นอายจาก Versace ในยุค 1990s มาผ่านมุมมองที่ดิบ บางเบา และคลุมเครือทางเพศมากขึ้น ตั้งแต่เสื้อผ้าสีดำที่เต็มไปด้วยรอยผ่า เดรสรัดรูป งานลูกไม้ ไปจนถึงกระดุม Medusa และเข็มกลัดประกายคริสตัล คอลเล็กชันเปิดตัวผ่านอีเวนต์ที่ Lexington Avenue Armory ในนิวยอร์ก ท่ามกลางจอ LCD แสงสี และการแสดงดนตรีที่ให้บรรยากาศเหมือนคลับมากกว่าแฟชั่นโชว์แบบดั้งเดิม ผลงานครั้งนี้พิสูจน์ว่ารหัสของ Versace สามารถถูกแยกส่วนและประกอบขึ้นใหม่ได้โดยไม่สูญเสียพลังดั้งเดิม พร้อมเผยให้เห็นวิธีคิดแบบทดลองซึ่งต่อมากลายเป็นหนึ่งในลายเซ็นสำคัญของ Jonathan Anderson
ANTHONY VACCARELLO FOR VERSUS : SEX, YOUTH AND ATTITUDE

ก่อนจะกลายเป็นบุคคลสำคัญที่กำหนดภาพลักษณ์ของ Saint Laurent ในปัจจุบัน Anthony Vaccarello เคยนำความเซ็กซี่อันเฉียบคมมาทดลองกับ Versus มาแล้ว เขาเริ่มต้นจากการสร้างคอลเล็กชันพิเศษให้กับแบรนด์ ซึ่งเปิดตัวระหว่าง New York Fashion Week ในเดือนกันยายน 2014 ก่อนความสำเร็จของโปรเจกต์จะนำไปสู่การแต่งตั้งให้เป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์อย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2015 โดยรับผิดชอบทั้งคอลเล็กชันผู้หญิงและผู้ชาย Anthony จึงเป็นอีกคนที่พัฒนาจากผู้ร่วมงานรับเชิญไปสู่บทบาทถาวรของไลน์ Versus
วิสัยทัศน์และการออกแบบของเขาเข้ากับ Versace ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งเดรสสั้นเฉียบคม การใช้สีดำ งานตัดเฉือน และการเปิดเผยเรือนร่างอย่างมั่นใจ แต่แทนที่จะเน้นความโอ่อ่าแบบแบรนด์หลัก Anthony เติมความดิบ ความเป็นร็อก และพลังของไนต์ไลฟ์เข้าไป ทำให้ Versus ดูเหมือนเสื้อผ้าสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการออกไปใช้ชีวิตมากกว่าเก็บไว้ชื่นชมบนรันเวย์ การนำแนวคิด “See Now, Buy Now” มาใช้ยังสะท้อนความรวดเร็วและความร่วมสมัยของแบรนด์ในช่วงเวลานั้น เขาอำลา Versus ในเดือนเมษายน 2016 ก่อนก้าวไปรับตำแหน่งครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Saint Laurent และนำบทเรียนเรื่องความเย้ายวนที่เฉียบขาดติดตัวไปพัฒนาเป็นภาษาของตัวเอง
DARIO VITALE : ONE HIT WONDER

การแต่งตั้ง Dario Vitale ในปี 2025 ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ เพราะเขาคือดีไซเนอร์คนแรกที่ได้ดูแลคอลเล็กชันหลักของ Versace โดยไม่ได้เป็นสมาชิกครอบครัว Versace มาก่อน หลังทำงานเบื้องหลังความสำเร็จของ Miu Miu ในตำแหน่ง Design and Image Director เขาเข้ารับตำแหน่ง Chief Creative Officer ต่อจาก Donatella เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2025 พร้อมภารกิจในการพาแบรนด์ออกจากภาพจำเดิมโดยไม่ตัดขาดจากรากเหง้า การเปิดตัวของเขาจึงถูกจับตาในฐานะบททดสอบครั้งใหญ่ของทั้งตัวดีไซเนอร์และของแบรนด์
สำหรับคอลเล็กชัน Spring/Summer 2026 ตัว Dario ย้อนกลับไปสำรวจความดิบและความซุกซนของ Versace ในยุค 1980s แทนการย้ำภาพความสมบูรณ์แบบบนพรมแดง เขานำเสนอเสื้อผ้าที่ดูเซ็กซีแบบไม่ปรุงแต่ง ผ่านชายผ้าที่ยังไม่เก็บเรียบร้อย เดรสเจอร์ซีย์ซึ่งเหมือนพร้อมหลุดออกจากร่าง กางเกงยีนส์ปลดกระดุม และการจัดวางที่เต็มไปด้วยความเป็นมนุษย์ ผลลัพธ์ได้รับเสียงชื่นชมจากวงการแฟชั่นว่าเป็นการตีความ Versace ที่สดใหม่และมีชีวิตชีวา อย่างไรก็ตาม Dario แยกทางกับแบรนด์ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน หลังนำเสนอผลงานเพียงหนึ่งฤดูกาล ทำให้ช่วงเวลาสั้นๆ ของเขากลายเป็นหนึ่งในบทที่น่าเสียดาย แต่ก็น่าจดจำที่สุดของ Versace ยุคใหม่ในคราวเดียว
PIETER MULIER : A NEW CHAPTER BEGINS

หลังช่วงเปลี่ยนผ่านที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว Versace ประกาศแต่งตั้ง Pieter Mulier เป็น Chief Creative Officer คนล่าสุด โดยเริ่มต้นบทบาทอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 ดีไซเนอร์ชาวเบลเยียมผู้นี้มีประสบการณ์ยาวนานจากการทำงานเคียงข้าง Raf Simons ก่อนแสดงศักยภาพในการสานต่อมรดกของ Azzedine Alaïa ผ่านเสื้อผ้าที่เชิดชูเรือนร่าง งานคัตติ้งอันแม่นยำ และความเย้ายวนซึ่งไม่จำเป็นต้องส่งเสียงดัง คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้เขาเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับ Versace แบรนด์ที่มีร่างกายและพลังของผู้สวมใส่อยู่กลางจักรวาลมาโดยตลอด
ก่อนเผยคอลเล็กชันเต็มรูปแบบ Pieter ได้ส่งสัญญาณแรกของ Versace บทใหม่ผ่านชุด Custom Atelier Versace ที่ Nicole Kidman สวมร่วมงานพรีเมียร์ Practical Magic 2 ณ ลอสแอนเจลิส เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2026 เดรสลูกไม้สีดำสร้างขึ้นด้วยเทคนิค Hand-Intarsia มาพร้อมโครงคอร์เซ็ต กระโปรงอสมมาตร และช่วงชายที่เผยให้เห็นเรียวขาอย่างน่าหลงใหล ลุคนี้เชื่อมความเย้ายวนแบบ Versace เข้ากับความประณีตและการควบคุมสัดส่วนในแบบของ Pieter พร้อมตอบรับบรรยากาศลึกลับของภาพยนตร์โดยไม่กลายเป็นเครื่องแต่งกายตามธีม แม้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปทิศทางทั้งหมด แต่นี่คือบทนำที่แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้ต้องการลบอดีตของ Versace หากกำลังปรับระดับเสียงของมันให้คม ชัด และเหมาะกับช่วงเวลาใหม่ ผลงานแรกนี้จึงทำหน้าที่เหมือนคำเชื้อเชิญให้ทุกคนเฝ้ารอดูว่า Medusa ในสายตาของ Pieter Mulier จะมีหน้าตาเช่นไรต่อจากนี้


