×
347244

หนังสือใหม่ 15 เล่มที่ควรซื้อจากงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติออนไลน์

27.03.2020
  • LOADING...

เพื่อตอบรับสถานการณ์ปัจจุบัน งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 48 เปลี่ยนไปจัดบนช่องทางออนไลน์ให้กดช้อปปิ้งหนังสือผ่านทางเว็บไซต์ได้ 24 ชั่วโมง ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2563 ซึ่งหลังจากประกาศก็ได้เสียงตอบรับที่ดีมาก ผู้คนที่กำลังหากิจกรรมทำในช่วงอยู่บ้านต่างเลือกซื้อหนังสือกันอย่างคับคั่งผ่านเว็บไซต์ทางการของงานที่ www.thaibookfair.com  

 

นอกเหนือจากในเพจหลักแล้ว บรรดาสำนักพิมพ์ชั้นนำต่างๆ ทั้ง a book, Salmon Books, Bunbooks, Banlue Books, อมรินทร์ และ PS. Publishing ก็ยังออกมาจัดโปรโมชันพิเศษต้อนรับเทศกาลแห่งการซื้อหนังสือนี้ผ่านทางช่องทางขายหนังสือออนไลน์ของตัวเองทั้งเว็บไซต์และสั่งซื้อผ่านเฟซบุ๊ก หากคุณเป็นแฟนคลับตัวยงของสำนักพิมพ์ใดก็สามารถเข้าเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์นั้นๆ ได้โดยตรง เหมือนไปงานสัปดาห์หนังสือแล้วได้แวะตรงไปเยี่ยมบูธที่รักอย่างไรอย่างนั้น  

 

สำหรับคนที่ยังลังเล ไม่รู้ว่าจะซื้อเล่มไหนดี เราขอแนะนำหนังสือใหม่ 15 เล่ม หลากหลายรูปแบบเนื้อหา ที่เหมาะจะกด Add to cart แล้วนอนอ่านที่บ้านในช่วงเวลานี้จริงๆ 

 

*ราคาที่แสดงเป็นราคาบนปก ซึ่งราคาในงานอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามโปรโมชัน

 

 

  1. คู่มือเอาตัวรอดจาก COVID-19 (88 บาท)

ผู้เขียน: นพ.จางเหวินหง
ผู้แปล: รำพรรณ รักศรีอักษร 

สำนักพิมพ์: Amarin Health
 

จังหวะนี้ถ้าไม่กดซื้อเล่มนี้คงไม่ได้ ‘คู่มือเอาตัวรอดจาก COVID-19’ โดย นพ.จางเหวินหง ผู้อำนวยการแผนกโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลหัวซาน มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อที่จะมาสอนการสวมหน้ากากที่ถูกต้อง การล้างมือที่ถูกต้อง วิธีการฆ่าเชื้อโรคในบ้าน การปฏิบัติตนเมื่อต้องออกไปทำงานหรือออกไปนอกบ้าน การเฝ้าระวังและสังเกตสัญญาณเตือนเบื้องต้นของโรค

 

 

  1. Home Sweet Motorhome (415 บาท)

ผู้เขียน: เกศรินทร์ ล้ำ 

สำนักพิมพ์: a book 


หลีกหนีความจริงไปสัมผัสช่วงเวลาดีๆ ของผู้เขียนและครอบครัวที่ขับรถบ้านออกเที่ยวรอบนิวซีแลนด์ ‘Home Sweet Motorhome’ จะเล่าถึงช่วงเวลาที่บ้านจะกลายเป็นบ้าน การเที่ยวด้วยรถบ้านคือการรวมเอาทั้งสองอย่างเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัวที่สุด สนุกสนานที่สุด วุ่นวายที่สุด และน่าจดจำเป็นที่สุด บทสนทนาระหว่างครอบครัว การปรุงอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวแสนสวยที่จะทำให้คุณมีความสุขจนลืมโลกแห่งความจริงอันแสนโหดร้ายไปได้เลย

 

 

  1. กินยังไงให้ดูเด็กกว่าอายุจริง (225 บาท)

ผู้เขียน: มายุโกะ คิคุจิ
ผู้แปล: อนิษา เกมเผ่าพันธ์ 

สำนักพิมพ์: Amarin Health


ถ้าอยากสุขภาพดีขึ้น สิ่งแรกที่ต้องเอาใจใส่คือเรื่องอาหารการกิน ‘กินยังไงให้ดูเด็กกว่าอายุจริง’ โดย มายุโกะ คิคุจิ นักกำหนดอาหารวิชาชีพชื่อดังของญี่ปุ่น จะมาแนะนำวิธีการเลือกกินอาหารที่มีสรรพคุณช่วยสร้างความอ่อนเยาว์ แก้ปัญหาความหมองคล้ำ สิว และปัญหาผิวอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังแนะนำเมนูอาหารคืนความอ่อนเยาว์สำหรับผู้ที่ชอบกินอาหารนอกบ้านด้วย แม้หนังสือเล่มนี้ผู้เขียนจะเป็นชาวญี่ปุ่น แต่อาหารที่ถูกพูดถึงนั้นก็สามารถหาได้ง่ายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นมะเขือเทศเชอร์รี ชาเขียว ถั่วแระญี่ปุ่น หอมใหญ่ เซเลอรี รับรองว่าทำตามได้ง่ายๆ แน่นอน

 

 

  1. Why We Sleep: นอนเปลี่ยนชีวิต (465 บาท)

ผู้เขียน: แมทธิว วอล์กเกอร์
ผู้แปล: ลลิตา ผลผลา 

สำนักพิมพ์: Bookscape


เมื่อปรับเรื่องกินแล้วก็มาปรับเรื่องนอนกันต่อ ‘Why We Sleep: นอนเปลี่ยนชีวิต’ เพราะการนอนเป็นหนึ่งในสามเสาหลักแห่งการมีสุขภาพดี (อีกสองเสาก็คืออาหารการกินและการออกกำลังกายนั่นเอง) คู่มือการนอนหลับฉบับสมบูรณ์ที่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับเล่มนี้จะมาช่วยทำให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้นกว่าเดิม พร้อมตอบข้อสงสัยเรื่องการนอนหลับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกาเฟอีน ยานอนหลับ หรือเรื่องใกล้ตัวอย่างทำไมคนเราถึงชอบนอนดึกและตื่นสาย ถ้าอ่านจบแล้วคุณจะอยากรีบเข้านอนเลยล่ะ

 

 

  1. วันๆ เขาทำอะไรถึงได้เป็นประธานบริษัท (195 บาท)

ผู้เขียน: โนโบรุ โคยามา
ผู้แปล: พจนาถ ธนายุทธ์

สำนักพิมพ์: Amarin 


เมื่ออ่านชื่อหนังสือเล่มนี้แล้ว หลายคนคงนึกถึงคำถามที่เคยคุยกันเล่นๆ ในหมู่เพื่อนที่บริษัท ‘วันๆ เขาทำอะไรถึงได้เป็นประธานบริษัท’ หนังสือที่เขียนขึ้นจากหลักสูตรการบริหารของ โนโบรุ โคยามา ที่มีมูลค่ากว่า 3 แสนบาท ซึ่งได้รับความนิยมสูงในหมู่ประธานบริษัทในประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะมาเป็นประธานบริษัท ผู้เขียนก็เคยเป็นพนักงานทั่วไปเหมือนกับทุกคน เขาจึงเคยเห็นบริษัทในทุกมุมมอง หนังสือเล่มนี้จะย่อยหลักสูตรยอดนิยมให้กลายเป็นหลักคิด 40 ข้อที่คนทำงานทุกระดับ ตั้งแต่พนักงานทั่วไปจนถึงประธานบริษัทควรปฏิบัติตาม และคุณจะได้คำตอบของคำถามในใจที่ว่า วันๆ เขาทำอะไรถึงได้เป็นประธานบริษัท

 

 

  1. ยิ้มรับคนไม่ดีที่ผ่านเข้ามาในชีวิต (275 บาท)

ผู้เขียน: ชองมุนจอง
ผู้แปล: ตรองสิริ ทองคำใส  

สำนักพิมพ์: Springbooks    


คุณถูกคนรอบข้างทำร้ายทั้งจากทางคำพูดและการกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็นเรื่องปกติใช่ไหม ‘ยิ้มรับคนไม่ดีที่ผ่านเข้ามาในชีวิต’ จะมาเปลี่ยนมุมมองของคุณ เพราะมันยากที่เราจะควบคุมหรือเปลี่ยนแปลงความคิด การกระทำ รวมถึงคำพูดของคนอื่น หาวิธีอยู่ร่วมกันให้ได้ก็พอ ไม่เห็นต้องเป็นคนที่แสนดี โลกจะดีกว่าเดิมเมื่อเราเลิกมองข้าม และเราจะมีความสุขมากขึ้น

 

 

  1. ไม่เป็นไรนะ ถ้าตอนนี้ยัง… (275 บาท)

ผู้เขียน: คิมดัน
ผู้แปล: ตรองสิริ ทองคำใส  

สำนักพิมพ์: Springbooks 


ชวนเติมพลังบวกไปกับ ‘ไม่เป็นไรนะ ถ้าตอนนี้ยัง…’ หนังสือดีๆ ที่จะมาให้กำลังใจด้วยการพาคุณย้อนกลับไปอ่านประโยคจากนิทานและวรรณกรรมเยาวชนที่เคยอ่านเมื่อครั้งยังเด็ก แต่ตอนนั้นอาจจะยังไม่เข้าใจ เมื่อมาลองอ่านใหม่อีกครั้งในมุมมองที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว คุณจะค้นพบว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในประโยคเหล่านั้นมากมาย ประโยคเหล่านั้นและภาพประกอบแสนน่ารักสามารถเติมกำลังใจให้คุณได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้หนังสือเล่มนี้ยังเป็นหนังสือที่ #ชานยอลอ่าน ด้วยนะ

 

 

  1. ศูนย์รับฝากความเสียใจ (245 บาท)

ผู้เขียน: ซื่ออี
ผู้แปล: รักสิริ 

สำนักพิมพ์: แพรวสำนักพิมพ์ 


เราทุกคนต่างมีเรื่องที่เสียใจและลืมมันไปไม่ได้ทั้งนั้น มาก้าวข้ามผ่านความเสียใจด้วยกันกับ ‘ศูนย์รับฝากความเสียใจ’ หนังสือขายดีกว่า 5 แสนเล่มในไต้หวัน วรรณกรรมแปลเล่มนี้กล่าวถึงมุมเล็กๆ มุมหนึ่งในชั้นใต้ดินของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินกรุงไทเป ที่ผู้คนที่จิตใจเต็มไปด้วยความเสียใจสามารถส่งจดหมายหรือสิ่งของต่างๆ ไปให้คนในอดีตได้ แต่การหามุมนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก และเมื่อตามหาเจอ คุณจะก้าวข้ามผ่านมันไปได้หรือไม่

 

 

  1. The Graveyard Book ผจญภัยในสุสาน (320 บาท)

ผู้เขียน: นีล เกแมน  
ผู้แปล: ลมตะวัน   

สำนักพิมพ์: Words Wonder Publishing  


เติมหัวใจให้พองฟูไปกับวรรณกรรมเยาวชนที่วางไม่ลงสำหรับเด็ก และเต็มเปี่ยมไปด้วยความลึกซึ้งสำหรับผู้ใหญ่ ‘The Graveyard Book ผจญภัยในสุสาน’ วรรณกรรมเยาวชนที่ชนะรางวัลมามากมาย เล่าเรื่องราวของเด็กชายที่ถูกเลี้ยงดูด้วยเหล่าผีในสุสาน เขาเรียนอ่านหนังสือจากป้ายหลุมศพ วิ่งเล่นกับต้นไม้แก่ชราในสุสาน จนวันหนึ่งโลกของเขาก็เปลี่ยนไปเมื่อได้รู้จักกับเด็กหญิงที่เป็นมนุษย์ธรรมดา เมื่อคุณหยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาแล้วคุณจะพบว่าผู้ใหญ่ก็สามารถสนุกไปกับวรรณกรรมเยาวชนได้เช่นกัน

 

 

  1. ภาษา: ถอดรหัสมหัศจรรย์การสื่อสารของมนุษย์ (375 บาท)

ผู้เขียน: เดวิด คริสตัล

ผู้แปล: สุนันทา วรรณสินธ์ เบล 

สำนักพิมพ์: Bookscape 


เรียนรู้เบื้องหลังของภาษาแบบสนุกและได้ความรู้เต็มเปี่ยมไปกับ ‘ภาษา: ถอดรหัสมหัศจรรย์การสื่อสารของมนุษย์’ หนังสือจากปลายปากกาของนักภาษาศาสตร์ชื่อดัง ที่จะมาเล่าถึงประวัติศาสตร์ของภาษาตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และคาดการณ์อนาคตของภาษาที่วิวัฒน์ไปตามยุคสมัย และสอดแทรกเกร็ดความรู้เกี่ยวกับภาษาที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นจุดกำเนิดของคำ สำเนียงภาษา ภาษาของชาวทวิตเตอร์ และภาษาที่ตายไปแล้ว

 

 

  1. เถื่อน 100 (790 บาท)

ผู้เขียน: วรรณสิงห์ ประเสิรฐกุล 

สำนักพิมพ์: a book 


หากใครติดตามการเดินทางที่เขานิยามมันว่า ‘เถื่อน’ ผ่านทางรายการ เถื่อน Travel หรือเคยติดใจกับเรื่องราวการท่องเที่ยวที่ไม่ธรรมดาจากผลงานหนังสือสองเล่มก่อนหน้านี้ของวรรณสิงห์ ‘เถื่อน 100’ คือหนังสือกลั่นกรองประสบการณ์กว่า 11 ปีใน 38 ประเทศมาร้อยเรียงใหม่อีกครั้งผ่าน 100 เรื่องเล่าที่จะทำให้คุณเข้าใจถึงคำว่า Human (มนุษย์), Nature (พิภพ), War (สงคราม) และ Civilization (อารยธรรม) ในมุมมองของเขา (สั่งซื้อได้ทาง godaypoets.com เท่านั้น) 

 

 

  1. ทานยาหลังอาหาร แล้วดื่มน้ำตามากๆ (190 บาท) 

ผู้เขียน: จิราภรณ์ วิหวา 

สำนักพิมพ์: Salmon Books  


คุณอาจจะเคยเห็นชื่อของเธอในฐานะคอลัมนิสต์ของ a day หรือ The Cloud ที่ว่าด้วยเรื่องความสัมพันธ์ ของวินเทจ และความเป็นอยู่ นี่คือการรวมเล่มเรื่องสั้นเล่มแรกของเธอที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2010 เรื่องสั้นทั้ง 11 เรื่องชวนให้มองความสัมพันธ์ธรรมดาที่มีอยู่รอบตัวเราอย่างที่มันเป็น และปลอบประโลมในเวลาเดียวกัน ในแบบที่บรรณาธิการของ Salmon Books เลือกหยิบขึ้นมาตีพิมพ์อีกครั้งพร้อมเรื่องสั้นเรื่องใหม่ ด้วยเห็นว่าความธรรมดาของความสัมพันธ์เหล่านั้นยังร่วมสมัยและเหมาะที่จะใช้เป็นเครื่องปลอบประโลมนักอ่านทุกวันนี้เสียเหลือเกิน 

 

 

  1. End of The Road ฉากสุดท้ายของชีวิต (310 บาท)

ผู้เขียน: โตมร ศุขปรีชา 

สำนักพิมพ์: Salmon Books 


ผลงานรวมเล่มล่าสุดของนักเขียนและนักคิด โตมร ศุขปรีชา ที่หยิบเอาบทความในชื่อคอลัมน์ End of The Road ตีพิมพ์ผ่านทางเว็บไซต์ The Matter ทั้ง 25 เรื่องขึ้นมาเรียบเรียงใหม่เป็นหนังสือเล่มหนาในชื่อเดียวกัน บทความแต่ละเรื่องที่ชวนคุณสำรวจชีวิตด้วยมุมมองที่ไม่ธรรมดา ไม่ใช่จากบุคคลสำคัญที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เป็นตำนานผู้ล่วงลับอย่าง สตีฟ จ็อบส์, นีล อาร์มสตรอง, ฮีธ เลดเจอร์, ชาร์ลี แชปลิน, แอนดี้ วอร์ฮอล, นิโคลา เทสลา ไปจนถึงเพลโต

 

 

  1. อยากตาย แต่ก็อยากกินต๊อกบกกี (199 บาท)

ผู้เขียน: แบ็กเซฮี
ผู้แปล: ญาณิศา จงตั้งสัจธรรม 

สำนักพิมพ์: B2S


ชื่อหนังสือติดตลกที่สะดุดหูตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ยินเล่มนี้เล่าถึงเรื่องราวที่ไม่ได้ตลกอย่างชื่อ แต่เป็นการแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวผ่านบันทึกระหว่างตัวผู้เขียนกับจิตแพทย์ เธอเล่าถึงเรื่องวันที่เหนื่อยล้า ผิดหวัง หรือว้าเหว่อย่างไร้เหตุผล และทำให้เราเข้าใจว่าความเข้าใจจากใครสักคนในเวลาเหล่านั้น มันทำหน้าที่เหมือนเจ้าแป้งต๊อกบกกีนุ่มๆ เยียวยาในวันที่สิ้นหวังได้อย่างไร และยังเป็นหนังสือขายดีจากประเทศเกาหลีใต้อีกด้วย 

 

 

  1. ไทเปมีน้ำตาโปรยปรายเป็นบางแห่ง (280 บาท)

ผู้เขียน: นัท ศุภวาที 

สำนักพิมพ์: ระหว่างบรรทัด    


นัท ศุภวาที นักเขียนและอดีตบรรณาธิการนิตยสารออนไลน์สนุกสนานแห่งหนึ่ง เป็นเจ้าของผลงานหนังสือมากมายทั้ง อยู่ญี่ปุ่นอย่างหมาป่า, แขกรับเชิญ และ เกาหลีใต้ที่นอน ก่อนที่จะตัดสินใจลาออกจากงานในวัย 35 ปี เพราะตั้งใจจะย้ายไปอยู่ไทเป ด้วยคำถามที่ติดใจเขาตลอดว่า ‘มันทำได้จริงๆ ไหมถ้าจะอยู่แบบไม่ต้องกลับมา’ หลายคนติดตามอ่านเรื่องราวผ่านเพจ Taipei Daily ที่เขาเขียนตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นั่น แต่อีกส่วนหนึ่งของเขานำประสบการณ์มากลั่นกรองและเล่าใหม่ผ่านตัวละครสมมติ จนกลายเป็น 4 เรื่องสั้นท่ามกลางสายฝนในหนังสือฉบับนี้ 

  

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories