×

10 หุ้นแบงก์ กำไรไตรมาสแรก 4.67 หมื่นล้าน ทรงตัวจากปีก่อน โบรกชี้ทำได้ดีกว่าคาดจากแรงหนุนของค่าฟีและตั้งสำรองหนี้ลดลง

21.04.2021
  • LOADING...
10 หุ้นแบงก์ กำไรไตรมาสแรก 4.67 หมื่นล้าน ทรงตัวจากปีก่อน โบรกชี้ทำได้ดีกว่าคาดจากแรงหนุนของค่าฟีและตั้งสำรองหนี้ลดลง

หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (BANK) ทั้ง 10 บริษัท ได้รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/64 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีกำไรสุทธิรวม 4.67 หมื่นล้านบาท ทรงตัวจากงวดเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมของกลุ่มอยู่ที่ 1.98 แสนล้านบาท ลดลง 1% จากงวดเดียวกันของปีก่อน 

 

กรกช เสวตร์ครุตมัต ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของทุกแบงก์ถือว่าออกมาดีกว่าคาดไว้ ซึ่งเกิดจาก 2 ปัจจัย คือ การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ประกัน, โบรกเกอร์หลักทรัพย์, กองทุนรวม รวมถึงการรับจ้างบริหารความมั่งคั่ง 

 

ส่วนอีกปัจจัยคือ การตั้งสำรองหนี้ที่ต่ำกว่าที่คาดไว้พอสมควร หลังจากที่หลายแบงก์กังวลต่อคุณภาพสินทรัพย์น้อยลง ส่งผลให้ตัวเลข NPL โดยภาพรวมไม่ได้ปรับขึ้น 

 

แต่ในแง่ของสินเชื่อโดยภาพรวมแล้วยังปรับตัวลดลง สะท้อนให้เห็นว่าแบงก์ต่างๆ ยังมีความระมัดระวังต่อการปล่อยสินเชื่อ โดยเน้นไปที่สินเชื่อบ้านและสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก ขณะที่สินเชื่อบุคคล รวมถึงสินเชื่อรถยนต์ยังไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น 

 

“แนวโน้มกำไรของหุ้นกลุ่มแบงก์ในปีนี้เราคาดการณ์ไว้ที่เติบโต 9% จากปีก่อน แต่ก็มีแนวโน้มจะปรับขึ้นได้ ซึ่งจะประเมินอีกครั้งหลังจากที่รับฟังข้อมูลเพิ่มเติมจากการประชุมนักวิเคราะห์ในช่วงนี้” 

 

สำหรับแนวโน้มของกลุ่มแบงก์ในช่วงที่เหลือของปีนี้ อาจเห็นกำไรสะดุดเล็กน้อยในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งเป็นผลจากการระบาดระลอกใหม่ของโรคโควิด-19 ทำให้หลายแบงก์อาจตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่หากมองไปยังครึ่งปีหลัง เชื่อว่ากำไรจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นจากการตั้งสำรองที่ลดลง การควบคุมค่าใช้จ่ายที่ทำได้ค่อนข้างดี 

 

“ปัจจุบันเรายังแนะนำซื้อหุ้นกลุ่มแบงก์ แม้ว่าราคาหุ้นอาจมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยลบในระดับมหภาค เช่น การปรับลดคาดการณ์ GDP การเปิดประเทศล่าช้า หรือการกระจายวัคซีนได้ช้า เหล่านี้หากเข้ามากดดันให้ราคาหุ้นกลุ่มแบงก์ปรับลง นักลงทุนควรจะกล้าเข้าซื้อ เพราะในรอบการฟื้นตัวหลังโควิด-19 กลุ่มแบงก์จะเป็นหนึ่งในกลุ่มที่รายได้ฟื้นตัวเร็ว ขณะที่ค่าใช้จ่ายจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรกลุ่มแบงก์จะเติบโตได้ดี ซึ่งอย่างช้าน่าจะเห็นได้ช่วงครึ่งแรกของปีหน้า” 

 

ด้าน ธนภัทร ฉัตรเสถียร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ มีมุมมองคล้ายกัน โดยระบุว่า กำไรของหุ้นกลุ่มแบงก์ช่วงไตรมาสแรกดีกว่าที่คาดไว้ถึงประมาณ 40% เนื่องจากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ที่ต่ำกว่าคาด และรายได้ค่าธรรมเนียมต่างๆ ซึ่งดีขึ้นตามภาวะการลงทุนที่สดใสในช่วงที่ผ่านมา

 

อย่างไรก็ดี การปล่อยสินเชื่อยังไม่ได้ฟื้นตัว แม้ว่าจะเห็นการเติบโตในบางแบงก์ แต่เป็นการเติบโตจากสินเชื่อเฉพาะ เช่น Soft Loan ในขณะที่หลายแบงก์ยังระมัดระวังการปล่อยกู้

 

“เชื่อว่ากำไรของกลุ่มแบงก์ช่วงไตรมาส 2 อาจจะสะดุดจากการระบาดระลอกใหม่ แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลให้ NPL เพิ่มขึ้นมากนัก เพราะธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม ซึ่งหลายกิจการเป็น NPL อยู่แล้ว หรือไม่ก็อยู่ในมาตรการช่วยเหลืออยู่แล้ว แต่การตั้งสำรองของแบงก์อาจจะเพิ่มขึ้นได้” 

 

ส่วนแนวโน้มกำไรทั้งปีนี้น่าจะฟื้นตัวได้ดีกว่าปีก่อน คาดว่ากำไรของกลุ่มน่าจะเพิ่มขึ้น 19% ทำให้หุ้นกลุ่มแบงก์ยังมีความน่าสนใจในการเข้าลงทุน โดยเฉพาะหลังจากที่ราคาหุ้นกลุ่มแบงก์ปรับฐานลงมาในช่วงเดือนเมษายนนี้ ทำให้หลายแบงก์เริ่มกลับมามีอัปไซด์อีกครั้ง โดยมองหุ้นที่น่าสนใจคือ BBL และ KTB 

 

กำไร 10 หุ้นกลุ่มธนาคาร ไตรมาส 1/64 

10 หุ้นกลุ่มธนาคารของไทย รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/64 ออกมาเรียบร้อย โดยมีกำไรสุทธิรวม 4.67 หมื่นล้านบาท ทรงตัวจากงวดเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าจะมีเพียง 3 จาก 10 ธนาคาร ที่กำไรเติบโตขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 

 

พิสูจน์อักษร: ชฎานิสภ์ นุ้ยฉิม

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories