วันนี้ (20 มีนาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการจับจ่ายซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ ตลาดวงเวียนใหญ่ พบว่าบรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างเงียบเหงา พ่อค้าแม่ค้าและผู้บริโภคต่างสะท้อนความกังวลต่อภาระค่าครองชีพที่เตรียมเพิ่มขึ้นในเร็วๆ นี้
จากการสอบถามผู้ประกอบการร้านค้าภายในตลาด พบว่าสัญญาณการปรับขึ้นราคาเริ่มปรากฏชัดเจนแล้ว โดยร้านจำหน่ายน้ำมันปาล์มทั้งแบบแบ่งขายและแบบขวด เปิดเผยว่า ซัพพลายเออร์ได้แจ้งเตือนล่วงหน้าว่าจะมีการปรับราคาขึ้นอีกขวดละ 2 บาท
ในขณะที่ร้านจำหน่ายข้าวสารระบุว่า ทางผู้จัดส่งได้แจ้งเงื่อนไขเช่นกันว่า หากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงปรับตัวสูงขึ้น ก็มีความจำเป็นต้องขยับราคาข้าวสารตามต้นทุนค่าขนส่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้านร้านขายส่งสินค้าเบ็ดเตล็ด (ร้านโชห่วย) สะท้อนความลำบากใจว่า ขนาดสินค้ายังไม่ปรับขึ้นราคา ตลาดก็ยังซบเซาอย่างหนัก รู้สึกสงสารผู้บริโภคที่ต้องซื้อของแพง แต่หากต้นทุนปรับขึ้น ทางร้านก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องปรับราคาขายตามกลไกตลาดเพื่อให้อยู่รอด
เสียงสะท้อนความเดือดร้อนไม่ได้มีเพียงฝั่งพ่อค้าแม่ค้า ประชาชนในฐานะนายจ้างที่เดินทางมาจับจ่ายซื้อของในตลาด ได้เปิดเผยถึงความยากลำบากในยุคเศรษฐกิจฝืดเคืองว่า นโยบายของรัฐบาลที่แนะนำให้ประชาชนสำรองเงินออมไว้ใช้ 3-6 เดือนนั้น ในความเป็นจริงทำได้ยากมาก ลูกจ้างของตนมีเงินใช้ไม่ถึงเดือนก็หมดแล้ว ส่วนตัวนายจ้างเองก็แบกรับภาระหนักจนแทบจะรับไม่ไหวเช่นกัน จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเข้ามาช่วยเหลือเยียวยาอย่างตรงจุด พร้อมตัดพ้อว่า “คนรวยไม่ใช่พวกเรา”
ความกังวลของพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในตลาดวงเวียนใหญ่ สอดคล้องกับข้อมูลความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจล่าสุด ณ วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ยืนยันว่า มีสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพหลายรายการ เตรียมจ่อปรับขึ้นราคาในช่วงสัปดาห์หน้าและต้นเดือนเมษายนนี้ ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนการผลิตและราคาพลังงาน












