×

วิโรจน์ขุดคุ้ยข้อสงสัยเหตุอาคาร สตง. ถล่ม ส่อมีขบวนการฟอกเงินเกี่ยวพัน หนุนรับเป็นคดีพิเศษ เหตุเกินอำนาจ ตร. สาวได้

โดย THE STANDARD TEAM
02.04.2025
  • LOADING...

วันนี้ (2 เมษายน) ที่อาคารรัฐสภา วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะทำงานช่วยเหตุภัยพิบัติพรรคประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบเหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม โดยระบุว่า มีหลายคนตั้งข้อสังเกตถึงขอบเขตงานประมูล การจัดซื้อจัดจ้าง ว่าถูกต้องตามระเบียบหรือสมเหตุสมผลหรือไม่ บริษัทที่ชนะการประมูลมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นเป็นอย่างไร มีการนำเอานอมินีที่เป็นคนไทยเข้ามาถือหุ้น โดยที่ไม่มีบทบาททางการบริหารใดๆ หรือไม่ 

 

“ซึ่งพอโยงใยเข้าไป มีข้อสังเกตว่าน่าจะเกี่ยวพันกับหลายเรื่อง หลายคนเชื่อมโยงกับนายทหารระดับสูงยศพลเอก ที่กระทำอัตวินิบาตกรรมไปเมื่อ 3 ปีก่อน ว่าอาจจะมีความโยงใย เกี่ยวพันกับบริษัทนี้ หรือบริษัทร่วมค้ากับบริษัทนี้ ซึ่งหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าความจริงแล้วมีบริษัทที่น่าเชื่อถือและมีประสบการณ์ในการสร้างอาคารสูง แต่กลับไม่ชนะการประมูล เหตุใดบริษัทนี้จึงชนะการประมูล โดยการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดจะเรียกว่ารื้อค้นเอกสารกันเลย เพื่อตรวจสอบในเชิงลึกแน่นอน” วิโรจน์กล่าว

 

สำหรับข้อมูลที่ได้มาเบื้องต้น วิโรจน์กล่าวว่า พูดถึงหากเราพูดถึง สตง. ก็ต้องพูดถึงประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) ที่เป็นนายทหารระดับสูง ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยเกี่ยวดองหนองยุ่งกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด และจะต้องให้ความเป็นธรรม เพราะมีบริษัทนายทหารระดับสูงบางคนเข้าไปเกี่ยวกับบริษัทร่วมค้ารายนี้ ซึ่งก็ต้องไปตรวจว่ามีความเกี่ยวข้องในทางสุจริตหรือไม่อย่างไร เพราะในส่วนนี้มีข้อสงสัยเยอะมาก

 

วิโรจน์ตั้งคำถามว่า นอกจากตัวบริษัทตัวผู้ถือหุ้น การประกวดราคา TOR การควบคุมงานก่อสร้าง และที่สำคัญคือมูลค่าสุทธิที่ประเทศไทยจะได้จากการก่อสร้างอาคารแห่งนี้เป็นเท่าไหร่กันแน่ เพราะมีการตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทที่เข้ามาประมูล ไม่ใช่แค่บริษัทนี้ แต่เป็นบริษัทที่เรียกว่าบริษัทจีนเทา ที่เข้ามายึดกิจการภายในประเทศ ถ้าชนะการประมูลหรือได้งาน วัสดุจะมีการนำเข้ามาทั้งหมด 

 

“เราได้เพียงค่าแรงและค่าปูน เม็ดเงินที่กระจายอยู่ในเศรษฐกิจที่ได้ประโยชน์เป็นแค่เศษเนื้อข้างเขียง หรือเป็นแค่เศษเสี้ยวเท่านั้นเอง เท่ากับว่าถ้าเรายิ่งปล่อยปละละเลยให้เป็นเช่นนี้ จะยิ่งเป็นการทำลายเศรษฐกิจไทย และเป็นบ่อนทำลายผู้ประกอบกิจการคนไทยที่ประกอบกิจการโดยสุจริต” วิโรจน์กล่าว

 

▪️ส่อมีขบวนการฟอกเงิน หนุนรับเป็นคดีพิเศษ

 

วิโรจน์กล่าวอีกว่า ต้องสืบต่อไปด้วยว่าราคาประมูลที่ต่ำขนาดนี้ เป็นเพราะศักยภาพในการนำเข้าวัสดุราคาถูก โดยต้องตรวจสอบว่ามีคุณภาพหรือไม่ ถ้าหากคิดตามหลักบัญชี ถ้าราคาที่เสนอถูกแบบผิดปกติแบบที่กิจการสุจริตไม่สามารถกระทำได้ ซึ่งตรงนี้ต้องตรวจสอบก่อนยังไม่ชี้ชัด แต่หากเป็นเช่นนี้ จะต้องเดินไปสู่เรื่องของการฟอกเงินด้วย 

 

“ตอนนี้เราพบว่าเป็นปัญหาที่รุนแรงมากในประเทศ คือมีมาเฟียข้ามชาติ ผู้มีอิทธิพลข้ามชาติ สุมหัวแล้วติดสินบนกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง โดยนำเงินสกปรกที่ได้มาจากยาเสพติด คอลเซ็นเตอร์ หรือพนันออนไลน์ จากกิจการทุจริตใดๆ ก็ตามมาซื้อสินทรัพย์ที่สามารถผลิตเป็นเงินสดออกมา เพื่อฟอกเงินจากเงินเทาเป็นเงินสะอาด แล้วป้อนคืนให้กับผู้มีอิทธิพลรายนั้นได้ ตอนนี้จะเห็นว่ามีการซื้อกิจการขนส่งบ้าง ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ตต่างๆ ที่พักต่างๆ”

 

ทั้งนี้ วิโรจน์ระบุว่า กำลังจับตาดูเพราะมีการไปซื้อคอนโดมิเนียมหรืออาคารห้องชุด ราคาตั้งแต่ 8-10 ล้านบาท แต่มาปล่อยเช่ารายวันในอัตรา 900-1,000 บาท ซึ่งไม่ว่าจะคิดอย่างไร โอกาสที่จะถึงจุดคุ้มทุนทำกำไรนั้นยากมาก ดังนั้น จะเข้าข่ายฟอกเงินหรือไม่ ถือว่าน่ากลัวมาก

 

ส่วนกรณีรัฐมนตรีทั้ง พิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาเรียกร้องให้ทำเป็นคดีพิเศษ และ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่าทุนจีนเหล่านี้มีมูลค่ามาก วิโรจน์มองว่า เรื่องนี้คงต้องหารือกัน แต่ยืนยันว่าคดีนี้เมื่อเกี่ยวพันกับผู้มีอิทธิพลข้ามชาติ มาเฟียข้ามชาติ ห้ามตัดประเด็นเรื่องการฟอกเงินอย่างเด็ดขาด และหากเราจะทำเรื่องการฟอกเงินการพัวพันกับกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ การเอาเงินสกปรกสีดำมาฟอก ซึ่งขอย้ำว่าเป็นข้อสงสัย ทางออกที่ดีที่สุดคือต้องทำเป็นคดีพิเศษให้ได้ เพราะเกินอำนาจของตำรวจที่จะเข้าไปสืบสวน ไปสาวเรื่องเหล่านี้ ซึ่งกำลังทำลายทั้งเศรษฐกิจไทย และทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการฟอกเงินของอาชญากรข้ามชาติหรือไม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ากังวล

 

วิโรจน์ระบุว่า ขอใช้เวลา 2-3 วัน เรียบเรียงประเด็นที่น่าสนใจ โดย สุรเชษฐ์ ประวีณวงค์วุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานกรรมาธิการติดตามงบประมาณสภาฯ พร้อมที่จะดึงเอกสารงบประมาณของ สตง. มาตรวจสอบ ขณะที่ สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประธานคณะ กมธ. การพัฒนาเศรษฐกิจ สภาฯ ก็พร้อมที่จะสืบสวนสอบสวนเรื่องจีนเทาและนอมินี จากนั้นจะสรุปการบ้านหรือประเด็นที่น่าสืบเสาะต่อว่ามีอะไรบ้าง 

 

▪️ผู้ว่าฯ สตง. ควรพิจารณาตัวเอง ฟังความเห็นสังคม

 

ส่วนที่ผู้ว่า สตง. ออกแถลงการณ์ภายใน ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ สตง. มีการหยิบยกเรื่องสร้างบ้านใหม่ จนคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหมาะสมหรือไม่ วิโรจน์กล่าวว่า แม้เป็นประกาศภายในแต่ก็ต้องพร้อมรับความถูกกาลเทศะและการวิพากษ์วิจารณ์ 

 

“เราห้ามเหมารวมข้าราชการที่ สตง. เพราะคนที่ตั้งใจทำงานจริงก็มีอยู่มากและส่วนใหญ่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงในกรณีนี้ แต่สิ่งที่ สตง. ควรต้องรับฟังคือข้อวิจารณ์จากหน่วยงานราชการด้วยกัน ที่ประสบกับความลำบากและการถูกจับผิดโดยที่ไม่ฟังเหตุผลจาก สตง.บางคน ที่เมื่อไปตรวจคนอื่นเข้มมาก แต่การจัดซื้อจัดจ้างของ สตง. เองที่ปรากฏการใช้ใช้จ่ายเงินจ่ายเงินของแผ่นดิน ที่ควรต้องสำนึก และตระหนักว่าเงินที่ท่านใช้ไม่ใช่เงินของท่านแต่คือเงินของประชาชน” วิโรจน์ กล่าว

 

วิโรจน์ย้ำว่า สตง. ควรต้องกลับมาพิจารณาตัวเอง ส่วนที่มีการเรียกร้องให้ ผู้ว่า สตง. เข้าไปดูหน้างานและให้กำลังใจครอบครัวนั้น ส่วนตัวเข้าใจ เพราะถ้าคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ได้มีความรู้ด้านวิศวกรรม เกรงว่าจะเป็นการรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ รบกวนการทำงานของ รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. จึงเห็นว่าให้เจ้าหน้าที่หน้างานรับผิดชอบโดยตรงดีกว่า

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising