×

กีฬาไทยจะเป็นอย่างไร ในวันที่มี ‘กระทรวงกีฬา’ เป็นของตัวเอง?

09.03.2026
  • LOADING...
กีฬาไทยจะเป็นอย่างไร ในวันที่มี ‘กระทรวงกีฬา’ เป็นของตัวเอง?

นับเป็นข่าวที่สร้างแรงกระเพื่อมไม่น้อยในวงการกีฬาไทย หลังมีรายงานความเคลื่อนไหวจากพรรคภูมิใจไทยที่เตรียมผลักดันกฎหมายหลายฉบับในงานฝ่ายนิติบัญญัติ หนึ่งในประเด็นสำคัญคือแนวคิดการปรับโครงสร้างหน่วยงานรัฐครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการโอนสังกัดกระทรวงและจัดระเบียบภารกิจของภาครัฐใหม่

 

ข้อเสนอที่ถูกจับตามองคือการควบรวม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้ากับ กระทรวงวัฒนธรรม พร้อมกับแยก ‘กีฬา’ ออกมาตั้งเป็น กระทรวงกีฬา แบบเอกเทศ และหากเกิดขึ้นจริง..ก็จะถือเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างครั้งสำคัญของระบบกีฬาประเทศไทย

 

แต่…คำถามสำคัญจากประเด็นนี้คือ ทำไมต้องแยก ‘กีฬา’ ออกมาเป็นกระทรวงเดี่ยวโดยเฉพาะ?

 

เรื่องนี้ในรายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย ให้เหตุผลหลักคือ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการพัฒนากีฬาอาชีพ กีฬาเยาวชน และอุตสาหกรรมกีฬาของประเทศให้เดินหน้าได้อย่างจริงจังมากขึ้น รวมถึงยกระดับศักยภาพนักกีฬาไทยในเวทีนานาชาติ และสร้างระบบเศรษฐกิจด้านกีฬาให้เติบโตเป็นอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

 

และการแยกกระทรวงกีฬา ยังไม่อาจสรุปได้ในเวลานี้ว่าเป็นเรื่องดีหรือไม่ดี?

 

เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งสำคัญของการเปลี่ยนแปลงอาจไม่ใช่เพียงชื่อของกระทรวง หรือว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีกีฬาคนแรก แต่มันคือการปรับโครงสร้างระบบกีฬาทั้งหมดใหม่

 

ในอีกแง่หนึ่ง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงอาจถูกมองว่าเป็นการ ‘กดปุ่มเซ็ตระบบกีฬาไทย’ เพื่อจัดระเบียบโครงสร้างและทิศทางการพัฒนาให้ชัดเจนกว่าเดิม

 

หากประเด็นการแยกกระทรวงเกิดขึ้นจริง คาดว่าอย่างน้อย 3 เรื่องที่อาจเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดคือ งบประมาณ, การบริหาร และนโยบาย แม้จะยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าผลลัพธ์จะออกมาในทิศทางใด แต่โครงสร้างใหม่ย่อมเปิดโอกาสให้เกิดการปรับระบบการทำงานของวงการกีฬาไทยในหลายมิติ

 

1. โอกาสในการปรับระบบ ‘งบประมาณกีฬา’ ให้ชัดเจนขึ้น

 

หากกีฬาแยกออกมาเป็นกระทรวงเฉพาะ งบประมาณด้านกีฬามีแนวโน้มจะถูกจัดสรรอย่างเป็นระบบมากขึ้น เพราะภารกิจด้านกีฬาจะไม่ต้องอยู่ร่วมกับภารกิจขนาดใหญ่ของการท่องเที่ยวเหมือนที่ผ่านมา

 

หนึ่งในประเด็นที่คนในวงการกีฬาพูดถึงมานานคือ ปัญหางบกองทุนล่าช้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อสมาคมกีฬาและนักกีฬาในหลายช่วงเวลา หากมีการปรับโครงสร้างจริง ก็อาจเป็นจังหวะให้มีการทบทวนระบบบริหาร กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เพื่อลดขั้นตอนการอนุมัติที่ซับซ้อน

 

แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างไม่ได้รับประกันว่าปัญหาจะหมดไปทันที แต่หากระบบงบประมาณมีความชัดเจนและไหลเวียนได้เร็วขึ้น ก็อาจช่วยลดแรงกดดันที่นักกีฬาและสมาคมต้องเผชิญ โดยเฉพาะในช่วงเตรียมตัวแข่งขันรายการสำคัญ หรืออีเวนต์ที่ประเทศไทยต้องรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพในอนาคต

 

2. ความเป็นไปได้ในการจัดระเบียบ ‘อำนาจบริหาร’ ให้ชัดขึ้น

 

อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงคือโครงสร้างอำนาจการบริหารในระบบกีฬาไทย ซึ่งในปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งระดับกระทรวง ภาคการเมือง และหน่วยปฏิบัติอย่างการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)

 

ในบางสถานการณ์ โครงสร้างที่มีหลายระดับการตัดสินใจอาจทำให้เกิดความล่าช้าหรือความไม่ชัดเจนในสายการสั่งการ

 

ถ้าพูดถึงเรื่องนี้ แน่นอนว่า ตัวอย่างที่ถูกพูดถึงบ่อยสุดคือความติดขัดในการเตรียมงาน ซีเกมส์ 2025 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ที่เผชิญทั้งปัญหาความล่าช้าในการปรับปรุงสนาม งบประมาณที่ไม่ทันต่อการใช้งาน และการประสานงานที่ไม่เป็นเอกภาพ

 

นอกจากนี้ ยังมีข้อสังเกตถึงความทับซ้อนของหน่วยงานที่ดูแลคำว่า ‘กีฬา’ ตั้งแต่ระดับกำหนดนโยบาย หน่วยงานกำกับดูแล ไปจนถึงหน่วยปฏิบัติการที่บางครั้งมีเส้นแบ่งหน้าที่ไม่ชัดเจน ความพร่าเลือนนี้เองที่เป็นปัจจัยทำให้ระบบมีความซับซ้อนเกินจำเป็น

 

หากมีการจัดตั้งกระทรวงกีฬาโดยเฉพาะ ก็อาจเป็นโอกาสให้มีการทบทวนและจัดระเบียบโครงสร้างการบริหารใหม่ แม้ว่าประสิทธิภาพของระบบจะยังขึ้นอยู่กับบุคลากรและกลไกภายในเป็นสำคัญ แต่การทำให้สายการตัดสินใจชัดเจนขึ้น ก็อาจช่วยลดความเสี่ยงของภาวะ ‘เกียร์ว่าง’ ที่เคยถูกวิจารณ์ในช่วงการเตรียมงานซีเกมส์ที่ผ่านมา

 

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ถือเป็นโจทย์สำคัญของรัฐมนตรีผู้ที่จะเข้ามาบริหารกระทรวงกีฬาในอนาคต ว่าจะสามารถจัดเรียงบทบาทของหน่วยงานต่างๆ ในโครงสร้างให้ทำงานได้อย่างมีเอกภาพมากขึ้นเพียงใด

 

3. โอกาสในการวาง ‘นโยบายกีฬา’ ระยะยาว

 

อีกมิติหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นคือการวางนโยบายด้านกีฬาในระยะยาวมากขึ้น เพราะการมีหน่วยงานเฉพาะทางอาจเอื้อให้การกำหนดแผนพัฒนากีฬาอาชีพและกีฬาทีมชาติสอดคล้องกับวงรอบการมหกรรมกีฬาระดับโลก เช่น โอลิมปิก, เอเชียนเกมส์ หรือแม้แต่ซีเกมส์

 

ในทางปฏิบัติ สิ่งนี้อาจช่วยให้สมาคมกีฬาสามารถวางแผนการพัฒนานักกีฬาได้ต่อเนื่องมากขึ้น เช่น เรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา, การจ้างโค้ชต่างชาติ การส่งนักกีฬาไปเก็บตัวฝึกซ้อมต่างประเทศ หรือการพัฒนาโครงสร้างลีกกีฬาอาชีพในประเทศให้หยัดยืนได้อย่างมั่นคง

 

สำรวจโมเดลจากต่างประเทศ

 

เมื่อมองออกไปยังต่างประเทศจะพบว่า หลายประเทศให้ความสำคัญกับกีฬาในระดับยุทธศาสตร์ของชาติ และบางประเทศก็มีหน่วยงานด้านกีฬาในระดับกระทรวงหรือองค์กรกลางที่ดูแลเรื่องกีฬาโดยเฉพาะ

 

เช่น จีน, อิตาลี, ฝรั่งเศส, บราซิล และอีกหลายประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากีฬาในหลายประเทศไม่ได้ถูกมองเพียงแค่กิจกรรมการแข่งขัน แต่ยังเป็นเครื่องมือด้านเศรษฐกิจ สังคม และภาพลักษณ์ของประเทศ

 

ตัวอย่างที่มักถูกหยิบขึ้นมาอธิบายคือกรณีของจีน ซึ่งมีหน่วยงานกลางอย่าง General Administration of Sport of China (GAS) ที่ทำหน้าที่กำหนดทิศทางและบริหารระบบกีฬาของประเทศในระดับชาติ หน่วยงานดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการวางแผนพัฒนานักกีฬาอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงการแข่งขันระดับโอลิมปิก

 

โครงสร้างแบบรวมศูนย์ของจีนเปิดโอกาสให้รัฐสามารถกำหนดแผนพัฒนากีฬาได้ในระยะยาว เช่น การคัดเลือกชนิดกีฬาที่มีศักยภาพในการคว้าเหรียญรางวัลสูง และสนับสนุนทรัพยากรไปยังระบบฝึกซ้อม โรงเรียนกีฬา และศูนย์พัฒนานักกีฬาอย่างต่อเนื่อง

 

ระบบดังกล่าวทำให้จีนสามารถวางแผนพัฒนากีฬาในระยะยาวผ่านกรอบนโยบายอย่างเช่น แผนพัฒนากีฬาแห่งชาติระยะ 5 ปี (2021-2025) ซึ่งตั้งเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับประเทศให้เป็น ‘มหาอำนาจด้านกีฬา’

 

โดยในปี 2023 รัฐบาลจีนจัดสรรงบประมาณด้านกีฬาประมาณ 23,300 ล้านหยวน (ราวๆ 108,442 ล้านบาท) เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนานักกีฬาชั้นนำ

 

อย่างไรก็ตาม โมเดลของจีนก็เป็นตัวอย่างของระบบที่มีการบริหารแบบรวมศูนย์สูงกว่าหลายประเทศมากๆ ซึ่งอาจไม่สามารถนำมาใช้กับทุกประเทศได้โดยตรง เพราะโครงสร้างการเมืองและระบบราชการของแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน

 

แต่กรณีศึกษานี้ก็สะท้อนให้เห็นว่า การกำหนดบทบาทของหน่วยงานด้านกีฬาให้ชัดเจนในระดับชาติ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้หลายประเทศสามารถพัฒนาระบบกีฬาของตนเองได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

 

ก่อนจะเกิด ‘กระทรวงกีฬา’ ต้องผ่านอะไรบ้าง?

 

การแยกกระทรวงยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เพราะต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายหลายขั้นตอน โดยจำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ

 

โดยเฉพาะกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม เพื่อรองรับโครงสร้างหน่วยงานรัฐรูปแบบใหม่ เบื้องต้นมีการประเมินว่า หากกระบวนการผลักดันในรัฐสภาเป็นไปอย่างราบรื่น การปรับโครงสร้างและขั้นตอนทางกฎหมายต่างๆ อาจใช้เวลาประมาณ 6 เดือน

 

สุดท้ายแล้ว การตัดสินใจเดินไปสู่การเปลี่ยนแปลงอาจไม่ได้แก้ปัญหาของวงการกีฬาได้ในทันที แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้อย่างน้อยคือ การทำให้เรื่อง ‘การบริหารจัดการกีฬา’ ถูกยกระดับขึ้นมาเป็นวาระสำคัญในระดับประเทศมากขึ้น ส่วนผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับทิศทางนโยบายและฝีมือของผู้ที่จะเข้ามาบริหารกระทรวงกีฬาในอนาคต

 

โดยก่อหน้านี้มีกระแสข่าวถึงรายชื่อแคนดิเดตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกีฬา ที่ถูกพูดถึงคือ ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งมีข่าวเชื่อมโยงกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามาก่อนหน้า

 

ดังนั้น หากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นจริง (และไม่ว่าจะอยู่ในมือใครก็ตาม) ในฐานะสื่อกีฬาของประเทศไทย เราต่างหวังเห็นระบบกีฬาไทยขยับไปในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม

 

เพราะท้ายที่สุดแล้ว หากโครงสร้างและการเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสมสามารถช่วยปลดล็อกศักยภาพของนักกีฬาไทยได้มากขึ้น เมื่อถึงวันนั้น คำว่า ‘กีฬา’ อาจกลายเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในระยะยาวอย่างที่ควรจะเป็นเสียที

 

 

แล้วทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ มีความคิดเห็นอย่างไรกับแนวคิดการแยก ‘กระทรวงกีฬา’ ออกมาเป็นเอกเทศ ร่วมแสดงความคิดเห็นกันใต้คอมเมนต์กันได้เลย

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising