×

เกิดอะไรกับ AOT เมื่อราคาหุ้นขาลง และอนาคตธุรกิจสนามบินที่จะไม่ฟื้นตัวในเร็ววัน

04.08.2020
  • LOADING...

HIGHLIGHTS

2 mins. read
  • AOT ราคาหุ้นยังดิ่งต่อเนื่องลดลง 31.22% จากต้นปี 2563 ที่เกิน 70 บาทต่อหุ้น สู่ราคาหุ้นต่ำกว่า 52.00 บาท จากผลกระทบโควิด-19 และตลาดจับตาการเอื้อประโยชน์ให้คิง เพาเวอร์
  • บล.เอเซีย พลัส-บล.ทิสโก้ มอง AOT ฟื้นตัวช้า เพราะนักท่องเที่ยวยังไม่กลับมา ชี้รายได้หลักของ AOT 70-80% มาจากต่างชาติ

ท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 ธุรกิจที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เจอผลกระทบไปเต็มๆ เพราะนักท่องเที่ยวที่หายไปทำให้ทราฟฟิกที่เคยคึกคักวูบหายไปด้วย เช่นเดียวกับรายได้ที่หดตัวเช่นกัน

 

แต่ข่าวร้ายของ AOT ยังไปโผล่ในราคาหุ้นที่ดิ่งลงจนน่าใจหาย แถมช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมายังประกาศมาตรการช่วยเหลือคิง เพาเวอร์ ที่ได้สัมปทานดิวตี้ฟรีในสนามบิน ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวลึกลงไปอีก 

 

ไม่ทันข้ามปี AOT ราคาหุ้นดิ่งต่อเนื่อง ปัจจุบันลดลง 31.22% จากต้นปี

หุ้น AOT ราคาลดลงต่อเนื่องจากต้นปี 2563 เพราะเมื่อดูราคาปัจจุบัน (4 สิงหาคม 15.45 น.) อยู่ที่ 51.75 บาทต่อหุ้น ลดลง 31.22% เมื่อเทียบจากต้นปีที่อยู่ราว 75.25 บาทต่อหุ้น โดยจะเห็นราคาหุ้นดิ่งลงแรงที่สุดของปีนี้ในช่วงเดือนมีนาคม ที่โควิด-19 ทวีความรุนแรงขึ้นโดย 19 มีนาคม อยู่ที่ 47.00 บาทต่อหุ้น 

 

หลังจากนั้นราคาหุ้น AOT ทยอยปรับตัวดีขึ้น ตามกระแสข่าวการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่มีแนวโน้มคลี่คลายลง ทว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา AOT ประกาศอนุมัติการเปลี่ยนวิธีเก็บเงินการันตีขั้นต่ำจาก บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด (KPD) ที่เป็นผู้ประมูลสัมปทานธุรกิจ Duty Free ในสนามบินของ AOT และประกาศอื่นๆ ในช่วง 29-30 กรกฎาคม ส่งผลกระทบราคาหุ้นลดลงในช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมาจนกระทั่ง 3 สิงหาคม 2563 ราคาหุ้นต่ำกว่า 50 บาทลงมาอยู่ที่ระดับ 49.75 บาทต่อหุ้น ลดลง 8.7% จากวันที่ 29 กรกฎาคม 2563 

 

โดยทาง AOT เปลี่ยนเงื่อนไขใหม่ให้คิง เพาเวอร์จ่ายเงินการันตีขั้นต่ำตามจำนวนผู้โดยสาร จากเดิมที่กำหนดให้คิง เพาเวอร์ต้องแบ่งรายได้ 20% หรือจ่ายเงินการันตีขั้นต่ำ (3 สัญญา) อย่างน้อยกว่า 23,000 ล้านบาท ซึ่งการเปลี่ยนวิธีจ่ายนี้จะเริ่ม 1 เมษายน 2565

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมประกาศ AOT ได้ที่นี่ 1, 2 

 

ในกรณีนี้ บล.กสิกรไทย มองว่า การออกส่วนลดครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อ AOT ราว 133,000 ล้านบาท และมองว่า AOT น่าจะหาวิธีที่ดีกว่าเพื่อชดเชยให้คิง เพาเวอร์ จากผลกระทบโควิด-19 ทาง บล.กสิกรไทย ปรับลดคำแนะนำ AOT จาก ‘ซื้อ’ เป็น ‘ขาย’ และราคาเป้าหมายเหลือ 45.50 บาทต่อหุ้น จากเดิมที่อยู่ 70.50 บาทต่อหุ้น

 

“เราใส่ CG (Corporate Governance) Discount ที่ 20% ให้ AOT เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บริษัท (AOT) ให้ความช่วยเหลือกับคิง เพาเวอร์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคิง เพาเวอร์ไม่ได้ยึดถือสัญญาประมูลสัมปทาน โดยเราจะถอด CG Discount ออกเมื่อคิง เพาเวอร์แสดงให้เห็นว่าทำตามข้อกำหนดตามที่ระบุไว้ในสัญญา”

 

ภาพ: ฐานิส สุดโต

 

AOT ในมุมมองนักวิเคราะห์ เมื่อรายได้ต่างชาติส่วน 80% หายไป 

สุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว THE STANDARD ว่า โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อ AOT ค่อนข้างมาก เพราะถ้าดูรายได้จากต่างชาติที่เคยทำวิจัยไว้ ก็อยู่ถึง 70-80%

 

ขณะที่หากดูแหล่งที่มาของรายได้ AOT แบ่งเป็น ธุรกิจการบิน คิดเป็นสัดส่วนราว 55-60% ของรายได้ทั้งหมด เช่น ภาษีสนามบิน บริการที่เช่าสำนักงาน ฯลฯ และอีกส่วนเป็น รายได้เชิงพาณิชย์ ราว 40-45% เช่น ค่าเช่าร้านค้า ร้านอาหาร ดิวตี้ฟรี ฯลฯ  

 

สุวัฒน์มองว่า หลังจากนี้หุ้น AOT น่าจะเคลื่อนไหวในกรอบราคาแคบๆ เพราะต้องรอสถานการณ์ด้านอื่นๆ ในช่วงที่ผ่านมาหุ้น AOT เจอข่าวร้ายไปหลายด้าน ทั้งการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยว ผู้โดยสาร และทราฟฟิกการบินหายไป และกระทบรายได้เชิงพาณิชย์ รวมถึงกรณีการเปลี่ยนการจ่ายเงินขั้นต่ำของคิง เพาเวอร์ 

 

“ถือว่า AOT เจอประเด็นลบไปครบทั้งหมดแล้ว แต่ในมุมกลับไม่เห็นปัจจัยบวกที่จะเข้ามาเช่นกัน เพราะผู้โดยสารเห็นจุดต่ำสุดแล้ว แต่จากสถานการณ์ข่าวในปัจจุบัน โควิด-19 ยังไม่สิ้นสุด ทำให้มีความเสี่ยงเกิดการระบาดระลอกสอง ในหลายประเทศ ทำให้การทำ Travel Bubble ยังกล้าๆ กลัว ๆ เช่น เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ฯลฯ จากปัจจัยเหล่านี้ยังทำให้ราคาหุ้นไปได้ไม่ไกล”

 

ภาพ ฐานิส สุดโต

 

เมื่อกำไร AOT ยังไม่ฟื้นตัวในปี 2564 แล้วเมื่อไรจะฟื้น?

สุวัฒน์ประเมิน จากผลกระทบทั้งหมดคาดว่า รายได้ของ AOT ในปีนี้ลดลง เพราะแม้ว่าช่วงครึ่งปีแรกปีงบ 2563 จะมีกำไร แต่ในช่วงครึ่งปีหลังช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายน 2563 จะขาดทุนโดยเฉพาะไตรมาสที่ 3 ปีงบ 2563 คาดว่าจะขาดทุน 4,300 ล้านบาท โดยทั้งปี 2563 คาดว่ายังเป็นบวกที่ 4,500 ล้านบาท โดยราคาเป้าหมาย 1 ปีนี้ บล.เอเซีย พลัส มองไว้ที่ 53.50 บาทต่อหุ้น และแนะนำว่าควรลงทุนในหุ้นอื่นๆ ที่มีโอกาสเติบโตมากกว่า

 

* หมายเหตุ: ปีงบการเงินของ AOT เริ่มในเดือนตุลาคมและสิ้นสุดในเดือนกันยายนปีถัดไป

 

ดังนั้นปัจจัยบวกของ AOT ต้องติดตามเรื่อง ‘วัคซีนโควิด-19’ หากตลาดเห็นว่าวัคซีนจะสามารถเกิดขึ้นจริง อาจส่งผลดีให้ตลาดมองข้ามภาพผลกระทบในระยะสั้น และมองข้ามช็อตไปอีก 2-3 ปีได้ โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ที่คาดว่าจะเข้ามาลงทุนระยะยาวอาจมองว่าราคาหุ้นที่อยู่ในระดับต่ำนี้ อาจเป็นจุดทยอยเข้าสะสม เพื่อหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า 

 

อย่างไรก็ตาม มองว่าปีงบ 2564 ทาง AOT อาจจะขาดทุนต่อเนื่อง ภายใต้สมมติฐานว่า ช่วงต้นปีวัคซีนเริ่มออกสู่ตลาดและช่วงปลายปีสามารถแจกจ่ายได้จริง

 

บล.ทิสโก้ มองทางรอด AOT รายได้เริ่มฟื้นตัวปี 2566

ด้าน ฐาปน พานิช นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด (บล.ทิสโก้) มองว่า ปัญหาใหญ่ของ AOT คือทราฟฟิกและนักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาเมื่อใด เพราะ AOT พึ่งรายได้ต่างชาติเป็นหลัก 70-80% ดังนั้นต้องติดตามตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในไทย และสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ทั่วโลก 

 

ทั้งนี้ประเมินว่าสถานการณ์ต่างๆ จะปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่กลางปีหน้า ทั้งการพบวัคซีนและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เริ่มกลับเข้ามา ขณะเดียวกัน AOT ต้องหั่นต้นทุนในการดำเนินการ และการวางแผนให้บริการในช่วงเวลาต่างๆ อย่างรัดกุม ซึ่งอาจจะช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกิจหลักพันล้านบาท

 

เบื้องต้นทาง บล.ทิสโก้ ให้ราคาเป้าหมาย AOT ที่ 64.00 บาทต่อหุ้น ขณะที่คาดการณ์กำไรของบริษัทฯ ในปีงบ 2563 จะอยู่ที่ 5,132 ล้านบาท แม้ว่าจะขาดทุนในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ก็ตาม (ไตรมาส 3/63 คาดว่าขาดทุน 4,000 ล้านบาท)

 

ส่วนปีงบ 2564 มองว่าช่วงไตรมาส 1 และ 2 จะยังขาดทุน และจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ส่งผลต่อให้ทั้งปีงบ 2564 คาดว่าจะมีกำไรที่ 43 ล้านบาท และในปีงบ 2565 คาดว่ากำไรจะกลับสู่ระดับ 20,000 ล้านบาท ตามประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เริ่มกลับมาในปี 2564 ของหน่วยงานรัฐต่างๆ 

 

สุดท้ายแล้วคงต้องจับตาดูว่า AOT รัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ของไทยที่มีข้อได้เปรียบหลายด้าน จะใช้เวลาในการฟื้นรายได้ ฟื้นกำไรบริษัท และพลิกฟื้นความมั่นใจจนทำให้ราคาหุ้นกลับอยู่ในแดนบวกได้เร็วเพียงใด

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories