×

‘วราวุธ’ จ่อหารือบราซิล-อินเดีย ดันคาร์บอนเครดิต CCUS ในอุตฯอ้อยน้ำตาล รับมือ CBAM ชูโรงงานน้ำตาลไทยอุดร ต้นแบบ BCG Economy

28.06.2026
วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจเยี่ยมโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี

วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เผยหลังร่วมลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี พร้อมใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย หน่วยงานเกี่ยวข้อง ตรวจเยี่ยมโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานี ว่า อุตสาหกรรมเกษตรเป็นแรงขับสำคัญของเศรษฐกิจไทย พร้อมผลักดันการดำเนินงานตามแนวทาง BCG Economy และ ESG เพื่อความยั่งยืน

 

โดยอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลยังมีศักยภาพต่อยอดเชิงมูลค่าสูง สามารถแปรรูปผลพลอยได้เป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายประเภท จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการบูรณาการ เพื่อเพิ่มมูลค่าและยกระดับเศรษฐกิจไทยในอนาคต

 

ขณะเดียวกันได้ติดตามความคืบหน้าการทบทวนมติคณะรัฐมนตรีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดฝุ่น PM2.5 ฤดูกาลผลิตปี 2567/2568 พร้อมเร่งผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีโดยเร็ว และติดตามงบประมาณในส่วนดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับฤดูกาลผลิตปี 2568/2569 โรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานีมีอ้อยเข้าหีบรวม 2.32 ล้านตัน โดยเป็นอ้อยสดกว่า 97% และอ้อยเผาเพียง 3% สะท้อนการดำเนินงานตามนโยบายลดมลพิษของกระทรวงอุตสาหกรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ขณะเดียวกันโรงงานยังถือเป็นต้นแบบอุตสาหกรรมที่สามารถประยุกต์ใช้แนวคิด BCG และ ESG ได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

ทั้งนี้ ประเทศไทยในฐานะผู้ส่งออกน้ำตาลอันดับ 3 ของโลก รองจากบราซิลและอินเดีย ต้องเผชิญกับกติกาการค้าโลกที่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการ CBAM จึงจำเป็นต้องเร่งปรับตัวด้านสิ่งแวดล้อมและธรรมาภิบาล

 

โดยยกต้นแบบโรงงานน้ำตาลไทยอุดรธานีที่ได้นำเทคโนโลยีดักจับและใช้ประโยชน์ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCUS) เพื่อนำไปจำหน่ายและผลิตน้ำแข็งแห้ง แม้ยังไม่ถูกนับเป็นคาร์บอนเครดิตตามหลักเกณฑ์สากล

 

ทั้งนี้จึงเตรียมรวบรวมข้อมูลและกฎกติกาที่เกี่ยวข้อง เพื่อ จ่อหารือร่วมกับบราซิลและอินเดีย ในการผลักดันให้การกักเก็บคาร์บอนในอุตสาหกรรมน้ำตาลสามารถนับเป็นคาร์บอนเครดิตได้ หากทั้ง 3 ประเทศเห็นพ้อง อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานในระดับโลก

 

โดยน้ำตาลไทยอุดรธานี จำกัด เครือไทยชูการ์มิลล์ (TSM Group) ถือเป็นต้นแบบการดำเนินธุรกิจตามแนวคิด BCG และ ESG ที่นำผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลาย ทั้งเอทานอล พลังงานชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ ซิลิกา วัสดุชีวภาพ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงในอนาคต เช่น คาร์บอนคอมโพสิตและกราฟีน ตลอดจนการใช้เศษวัสดุและชานอ้อยอย่างครบวงจร สอดคล้องแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) สู่ผลิตภัณฑ์น้ำตาลทางเลือกใหม่ ลดของเสียและเพิ่มมูลค่าอย่างยั่งยืน

 

ภาพ : RiA ribeiro / Shutterstock


READ MORE





Latest Stories