สร้างความตึงเครียดอย่างหนัก เมื่อ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศขึ้นอัตราภาษีสินค้านำเข้าจากทุกประเทศ ไม่เว้นแม้แต่เวียดนาม แม้เวียดนาม จะเป็นศูนย์กลางการผลิตสำคัญของสหรัฐฯสะท้อนจากตัวเลขในปี 2024 มีดุลการค้ากับสหรัฐฯเกิน 123,000 ล้านดอลลาร์
ก็หนีไม่พ้นได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีเต็มๆ 46% สร้างความหนักใจให้กับผู้ประกอบการในประเทศอย่างมากและอีกหนึ่งความเคลื่อนไหว หลังจากสหรัฐฯ ขึ้นภาษี ทำให้หุ้นของบริษัทผลิตรองเท้ารายใหญ่ เริ่มตั้งแต่ Nike, Adidas และ Puma ที่มีเวียดนามเป็นฐานการผลิตหลักร่วงลงทันที ส่วนดัชนีหุ้น VNI เวียดนาม ก็ร่วงลงกว่า 8.1%
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
- ประกาศแล้ว! ทรัมป์เรียกเก็บภาษีขั้นต่ำ 10% จากผู้นำเข้าสินค้าทุกประเทศ เล็งเก็บเพิ่มจาก 60 ประเทศ
- ทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลก ไทยอ่วมถูกเรียกเก็บ 37%
- หนีจีน เจอเวียดนาม! Trump จ่อเก็บภาษีโหด 46% แบรนด์ดังต่างหนีไม่พ้นต้องเผชิญภาวะต้นทุนพุ่ง
แต่ไม่นานมานี้ ผู้นำเวียดนามได้ย่องไปขอเจรจาเสนอลดภาษีสินค้าสหรัฐฯเหลือ 0% แลกกับดีลเลี่ยงภาษีและเวียดนามพร้อมสนับสนุนและเพิ่มความสะดวกให้สหรัฐฯลงทุนในเวียดนามได้ง่ายขึ้นและจะนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯให้มากขึ้น โดยเฉพาะการซื้อสินค้ากลุ่มเครื่องบินและก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG)
“ผมเพิ่งโทรศัพท์พูดคุยกับ โต เลิม เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ที่บอกว่า เวียดนามต้องการลดภาษีศุลกากรลงเหลือ 0% หากสามารถทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ ได้ ผมได้ขอบคุณเขาในนามของประเทศ และหวังว่าจะได้พบกันอีกในอนาคตอันใกล้นี้” เป็นถ้อยคำที่ทรัมป์ได้โพสต์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ฝั่งรัฐบาลเวียดนามได้ขอให้รัฐบาลสหรัฐฯเลื่อนการเก็บภาษีออกไปอีก 1-3 เดือน เพื่อเพิ่มระยะเจรจาหาข้อตกลงได้นานขึ้น แต่ถ้าไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯได้เวียดนามก็จะถูกบังคับใช้อัตราภาษี 46% ที่จะบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2025 เป็นต้นไป
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์เตือนว่า จากนี้จะทำให้ราคาสินค้ากลุ่มเสื้อผ้า ตามด้วยเฟอร์นิเจอร์และของเล่นในตลาดอเมริกาแพงขึ้น และยิ่งในภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีขึ้น บวกกับผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย อาจทำให้หลายบริษัทผู้ผลิตสินค้าทำยอดขายและกำไรได้ยากขึ้นกว่าเดิม
ภาพ: Andy.LIU / Shutterstock
อ้างอิง: