ย้อนกลับไป เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า กองกำลังพิเศษของสหรัฐฯ ได้ปฏิบัติกาจนสามารถจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา และภรรยา ซิเลีย ฟลอเรส ได้สำเร็จ ก่อนจะนำตัวไปยังนิวยอร์ก โดยทั้งสองยังถูกตั้งข้อหาค้าอาวุธและยาเสพติด
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศว่า สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมปริมาณสำรองน้ำมันมหาศาลของเวเนซุเอลา และจะระดมบริษัทอเมริกันให้เข้าไปลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันที่ทรุดโทรมของเวเนซุเอลา
“เราจะให้บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก เข้าไปที่นั่น ทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์ ซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่พังเสียหายอย่างหนัก และเริ่มทำเงินให้กับประเทศ” ทรัมป์กล่าว
ปัจจุบันใครเป็น ผู้กุมชะตาน้ำมันเวเนซุเอลา?
Andy Lipow ประธานของ Lipow Oil Associates กล่าวว่า ปัจจุบัน Petróleos de Venezuela (PDVSA) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรัฐวิสาหกิจของเวเนซุเอลา ยังคงควบคุมการผลิตและปริมาณสำรองน้ำมันส่วนใหญ่เอาไว้
ขณะที่ เชฟรอน (Chevron) บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ มีการดำเนินกิจการในประเทศผ่านการผลิตของตนเองและการร่วมทุนกับ PDVSA เช่นเดียวกับบริษัทจากรัสเซียและจีนก็มีส่วนร่วมผ่านความร่วมมือต่างๆ เช่นกัน
แต่ Lipow ยังมองว่า “อำนาจควบคุมส่วนใหญ่ยังคงอยู่ที่ PDVSA”
ทั้งนี้ เวเนซุเอลาได้แปรรูปอุตสาหกรรมน้ำมันให้เป็นของรัฐในช่วงทศวรรษ 1970 ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้ง PDVSA ผลผลิตน้ำมันเคยพุ่งสูงสุดที่ประมาณ 3.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 1997 แต่ตั้งแต่นั้นมาปริมาณการผลิตได้ดิ่งลงเหลือประมาณ 950,000 บาร์เรลต่อวัน โดยมีการส่งออกอยู่ที่ราว 550,000 บาร์เรลต่อวัน ตามข้อมูลจาก Lipow Oil Associates
ขณะที่ Saul Kavonic หัวหน้าฝ่ายวิจัยพลังงานจาก MST Financial ให้ความเห็นว่า หากรัฐบาลชุดใหม่ที่มีท่าทีสนับสนุนสหรัฐฯ และส่งเสริมการลงทุนเกิดขึ้นจริง เชฟรอนจะอยู่ใน ‘สถานะที่ดีที่สุด’ ที่จะขยายบทบาทของตน ส่วนบริษัทจากยุโรปอย่าง Repsol และ Eni ก็อาจได้รับประโยชน์เช่นกัน เนื่องจากมีฐานธุรกิจเดิมในเวเนซุเอลาอยู่แล้ว
เวเนซุเอลามีปริมาณน้ำมันดิบสำรอง ‘มากที่สุดในโลก’
ทั้งนี้ ตามข้อมูลของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (The Energy Information Administration: EIA) ระบุว่า เวเนซุเอลามีขุมทรัพย์น้ำมันดิบมหาศาลถึง 3.03 แสนล้านบาร์เรล หรือคิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณสำรองทั่วโลก
เวเนซุเอลาเป็นที่ตั้งของแหล่งน้ำมันสำรองที่พิสูจน์แล้วที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ศักยภาพกลับสวนทางกับผลผลิตจริง ปัจจุบันเวเนซุเอลาผลิตน้ำมันได้เพียงประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน (ราว 0.8% ของการผลิตโลก) ซึ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณการผลิตก่อนที่มาดูโรจะครองอำนาจในปี 2013 และน้อยกว่า 1 ใน 3 ของระดับ 3.5 ล้านบาร์เรลที่เคยทำได้ก่อนระบอบสังคมนิยมเข้าครอบงำ
เนื่องจาก การคว่ำบาตรจากนานาชาติและวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงมีส่วนทำให้อุตสาหกรรมตกต่ำ แต่ EIA ชี้ว่าการขาดเงินลงทุนและการบำรุงรักษาก็เป็นปัจจัยสำคัญ โครงสร้างพื้นฐานพลังงานกำลังเสื่อมโทรม และกำลังการผลิตลดลงอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อาจทำให้เวเนซุเอลาผลิตน้ำมันได้ไม่เพียงพอที่จะสร้างความแตกต่างในตลาดโลกขณะนี้
การฟื้นอุตสาหกรรมน้ำมัน ‘เวเนซุเอลา’ อาจไม่ใช่เรื่องง่าย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเปิดกว้างให้นานาชาติเข้าถึงได้เต็มที่ในทันที แต่การนำการผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลากลับมาเต็มรูปแบบอาจต้องใช้เวลาหลายปีและงบประมาณมหาศาล
PDVSA บริษัทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรัฐวิสาหกิจของเวเนซุเอลา ระบุว่า ท่อส่งน้ำมันไม่ได้รับการปรับปรุงมา 50 ปีแล้ว และต้องใช้เงินถึง 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานให้กลับสู่ระดับการผลิตสูงสุด
ฟิล ฟลินน์ นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสจาก Price Futures Group กล่าว “ระบอบมาดูโรและ ฮูโก ชาเวซ ได้ปล้นชิงและทำลายอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลาจนย่อยยับ”
การปลดล็อกน้ำมันเวเนซุเอลาจะเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ
ชนิดของน้ำมันที่เวเนซุเอลามีคือ ‘น้ำมันดิบหนักและมีกำมะถันสูง’ (Heavy, sour crude) ซึ่งต้องใช้อุปกรณ์พิเศษและความเชี่ยวชาญสูงในการผลิตและกลั่น แต่เป็นที่ต้องการของโรงกลั่นที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก แต่กลับผลิต ‘น้ำมันดิบเบาและกำมะถันต่ำ’ (Light, sweet crude) ที่เหมาะทำน้ำมันเบนซินแต่นำไปทำผลิตภัณฑ์อื่นได้ไม่มาก
ดังนั้น การปลดล็อกน้ำมันเวเนซุเอลาจะเป็นประโยชน์ต่อสหรัฐฯ โดยเฉพาะ เพราะอยู่ใกล้และราคาค่อนข้างถูก (เนื่องจากความข้นหนืดที่กลั่นยาก) โรงกลั่นส่วนใหญ่ในสหรัฐฯ ถูกสร้างมาเพื่อรองรับน้ำมันหนักชนิดนี้ และจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพกว่าเมื่อใช้น้ำมันจากเวเนซุเอลาเทียบกับน้ำมันสหรัฐฯ
โดย ฟิล ฟลินน์ นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสจาก Price Futures Group มองว่า “หากทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น บริษัทสหรัฐฯ ได้รับอนุญาตให้กลับไปสร้างอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลาใหม่ นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนเกม (Game-changer) ของตลาดน้ำมันโลก””
“โรงกลั่นในอเมริกา… ชอบที่จะรับเข้าน้ำมันดิบข้นหนืดจากเวเนซุเอลาและแคนาดา” Bob McNally จาก Rapidan Energy Group กล่าว
ขณะที่ Helima Croft จาก RBC เตือนว่าเส้นทางสู่การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมน้ำมันเวเนซุเอลาอาจยาวไกล โดยอ้างถึง “ความถดถอยยาวนานหลายทศวรรษภายใต้ระบอบของชาเวซและมาดูโร”
พร้อมทั้งกล่าวว่า มีการประเมินว่าจะต้องใช้เงินอย่างน้อย 1 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี ในการพลิกฟื้นภาคส่วนนี้ โดยมี ‘สภาพแวดล้อมความมั่นคงที่มีเสถียรภาพ’ เป็นเงื่อนไขสำคัญสูงสุด
กระนั้น “ทุกอย่างจะคาดเดาไม่ได้เลย หากเกิดการเปลี่ยนแปลงอำนาจที่โกลาหลเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในลิเบียหรืออิรัก” Helima Croft กล่าว
จีนอาจเป็นผู้สูญเสียรายใหญ่จากเหตุการณ์นี้
ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในการจับตัว นิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา น่าจะส่งผลให้จีนต้องเปลี่ยนการคำนวณเชิงยุทธศาสตร์ในภูมิภาคละตินอเมริกา หลังจากที่จีนได้เข้าไปผูกสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้งตลอดทศวรรษที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์หลายคนจึงมองว่า วอชิงตันได้สร้างความเสียหายครั้งใหญ่แก่จีนทางอ้อม โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาควบคู่กับสถานการณ์ในอิหร่าน
เนื่องจาก จีนในฐานะลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของอิหร่านจะถูกบีบให้ต้องหาแหล่งพลังงานทดแทน ซึ่งเวเนซุเอลา ประเทศที่อุดมไปด้วยทรัพยากรและเป็นมิตรกับจีน ย่อมเป็นทางเลือกโดยธรรมชาติ แต่เมื่อ ทรัมป์ได้ประกาศแล้วว่าประเทศนี้จะถูก ‘บริหารจัดการ’ โดยสหรัฐฯ สิ่งนี้อาจเป็นปัญหาต่อจีน
คอนเนอร์ ไฟฟ์เฟอร์ (Connor Pfeiffer) จาก Foundation for Defense of Democracies ชี้ว่า ปักกิ่งอาจเป็นผู้สูญเสียรายใหญ่ที่สุด เนื่องจากได้ทุ่มเททรัพยากรมหาศาลให้กับชาติละตินอเมริกาแห่งนี้
“ก่อนที่สหรัฐฯ จะปิดกั้นการส่งออกน้ำมัน ระบอบมาดูโรส่งน้ำมันให้จีนเกือบ 10% ของยอดนำเข้าทั้งหมดในราคาลดพิเศษ (เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตร) หากอุปทานจากอิหร่านสะดุดลงเพราะความไม่สงบ ผลกระทบรวมกันจะคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของการนำเข้าน้ำมันของจีน” ไฟฟ์เฟอร์ตั้งข้อสังเกต
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก AidData ระบุว่า เวเนซุเอลาเป็นผู้รับเงินกู้จากจีนรายใหญ่อันดับ 4 ระหว่างปี 2000-2023 โดยจีนได้ให้เงินทุนโครงการต่างๆ ในประเทศนี้ไปแล้วราว 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจีนในระดับโลก
ภาพ: Elizabeth Fernandez/Getty Images
อ้างอิง:
- https://www.cnbc.com/2026/01/05/venezuela-oil-sour-crude-control-chevron-post-maduro-arrest.html
- https://edition.cnn.com/2026/01/03/business/oil-gas-venezuela-maduro
- https://edition.cnn.com/2026/01/04/business/oil-us-companies-venezuela
- https://asia.nikkei.com/spotlight/trump-administration/trump-s-venezuela-strike-will-likely-change-china-s-regional-calculations


