เวเนซุเอลากลับเข้าร่วมการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี หลังเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจยาวนานกว่าทศวรรษ ทั้งภาวะเงินเฟ้อรุนแรง เศรษฐกิจหดตัว และมาตรการคว่ำบาตรในการประชุมประจำปีของ IMF และธนาคารโลก (World Bank) ประจำปี 2026 ณ กรุงเทพมหานคร ในเวที Governor Talks: Venezuela Redux: From Crisis Management to Restoring Hope
ประเด็นสำคัญ
ทั้งนี้ คาลิกซ์โต ออร์เตกา ซานเชซ (Calixto Ortega Sánchez) รองประธานาธิบดีฝ่ายเศรษฐกิจของเวเนซุเอลา เปิดแผนฟื้นฟูประเทศ 4 ด้าน ตั้งแต่การเพิ่มรายได้จากน้ำมันและเหมืองแร่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ไปจนถึงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันภาครัฐ พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้สาธารณะ หวังฟื้นความเชื่อมั่นและดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ
นอกจากนี้ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลายังระบุว่า การกลับมาเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการฟื้นความสัมพันธ์กับระบบการเงินระหว่างประเทศ หลัง IMF รับรองรัฐบาลเวเนซุเอลาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลตั้งเป้าพาเศรษฐกิจกลับมาเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน
เปิดแผน 4 ด้าน ฟื้นเศรษฐกิจหลังวิกฤตยาวนานกว่าทศวรรษ
ออร์เตกา ซานเชซ ยอมรับว่า ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา เวเนซุเอลาเผชิญวิกฤตปากท้องอย่างหนัก หลังเศรษฐกิจเคยหดตัวลงถึง 2 ใน 3 ของประเทศ รวมถึงเกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรง โดยเขามองว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งราคาน้ำมันที่ตกต่ำ มาตรการคว่ำบาตร และการผลิตน้ำมันที่ลดลง จนกระทบต่อรายได้จากต่างประเทศและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม
อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่า เศรษฐกิจเวเนซุเอลาเริ่มฟื้นตัวในช่วง 22 ไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการปรับตัวของประชาชน ภาคธุรกิจ และการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ขณะที่ยังเปิดแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะต่อไปทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่
- เพิ่มการผลิตน้ำมันและแร่ธาตุ ถือเป็นทรัพยากรสำคัญของเวเนซุเอลา เพื่อเพิ่มรายได้จากการส่งออกและนำเงินตราต่างประเทศเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
- นำรายได้มาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งขาดการลงทุนมาเป็นเวลานาน เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ตามปกติ
- รักษาเสถียรภาพทางการเงิน โดยมุ่งลดเงินเฟ้อ รักษาเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน เชื่อมระบบธนาคารของเวเนซุเอลากับระบบการเงินระหว่างประเทศ และเดินหน้าแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะ
- เสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันภาครัฐ เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ
อนึ่ง ออร์เตกา ซานเชซ ยังกล่าวถึงบทเรียนจากอดีตว่า เวเนซุเอลาเคยผ่านช่วงที่รายได้จากน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลมาแล้วหลายครั้ง แต่ความมั่งคั่งดังกล่าวไม่ได้ช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจส่วนอื่นอย่างเพียงพอ
ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องการนำรายได้ที่จะเพิ่มขึ้นจากการฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันและเหมืองแร่ไปลงทุนในภาคเศรษฐกิจอื่น โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมและการผลิตภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าและกระจายแหล่งรายได้ของประเทศ
นอกจากนี้ เวเนซุเอลายังมีแผนปฏิรูประบบภาษี ลดปัญหากิจกรรมเศรษฐกิจนอกระบบ และปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อให้ภาคธุรกิจดำเนินงานได้สะดวกขึ้น ทั้งสำหรับผู้ประกอบการในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ
ทำไมเวเนซุเอลาไม่ต้องการใช้เงินดอลลาร์แทนเงินโบลิวาร์?
อีกหนึ่งปัญหาที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข คือ ความเชื่อมั่นต่อเงินโบลิวาร์ หลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตเงินเฟ้ออย่างรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนประชาชนและภาคธุรกิจส่วนหนึ่งหันมาใช้เงินดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายสินค้าและทำธุรกรรมแทน
เมื่อถูกถามถึงอนาคตของระบบการเงินที่มีทั้งเงินดอลลาร์และเงินโบลิวาร์ใช้งานควบคู่กัน ออร์เตกา ซานเชซ ยอมรับว่า การใช้เงินดอลลาร์เกิดขึ้นจริงในระบบเศรษฐกิจเวเนซุเอลา และรัฐบาลตระหนักถึงสถานการณ์ดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่า รัฐบาลไม่ต้องการเปลี่ยนไปใช้เงินดอลลาร์แทนสกุลเงินประจำชาติอย่างเต็มรูปแบบ โดยมองว่า ทางออกที่เหมาะสม คือ การฟื้นฟูความแข็งแกร่งของเงินโบลิวาร์
รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลาขยายความว่า ปัญหาของเงินโบลิวาร์สะท้อนความเสียหายทางเศรษฐกิจที่สะสมมาตลอดทศวรรษ ทั้งข้อจำกัดจากมาตรการคว่ำบาตร การผลิตที่ลดลง และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ฉะนั้น การเรียกความเชื่อมั่นต่อสกุลเงินกลับมา จึงต้องดำเนินควบคู่กับการฟื้นฟูภาคการผลิต การรักษาวินัยทางการคลัง และการเสริมสร้างความเข้มแข็งของธนาคารกลาง
นอกจากนี้ เขายังระบุว่า เป้าหมายของรัฐบาลในระยะกลาง คือ การทำให้เงินโบลิวาร์กลับมาใช้ชำระธุรกรรมภายในประเทศได้ทั้งหมด ขณะที่ประชาชนและภาคธุรกิจยังสามารถใช้เงินตราต่างประเทศสำหรับการทำธุรกรรมระหว่างประเทศตามปกติ
เดินหน้าปรับโครงสร้างหนี้ หวังเปิดทางเข้าถึงเงินทุนโลก
นอกจากนี้ เวเนซุเอลายังเล็งแก้ปัญหาหนี้สาธารณะที่สะสมมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนระหว่างประเทศ และอาจจำกัดความสามารถของรัฐบาลในการลงทุนฟื้นฟูเศรษฐกิจ
ในช่วงตอบคำถามสื่อมวลชน ออร์เตกา ซานเชซ ยืนยันว่า การปรับโครงสร้างหนี้ยังเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยที่ผ่านมา เวเนซุเอลาได้ทำงานร่วมกับพันธมิตรระหว่างประเทศและองค์กรการเงินพหุภาคี เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการดำเนินการในขั้นต่อไป
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า กระบวนการประเมินความยั่งยืนของหนี้ (Debt Sustainability Analysis: DSA) และการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องยังเผชิญอุปสรรคมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้การดำเนินงานยังไม่สามารถเดินหน้าได้ตามแผน
ถึงกระนั้น ออร์เตกา ซานเชซ ยังคงแสดงความเชื่อมั่นว่า เวเนซุเอลาจะสามารถเดินหน้ากระบวนการดังกล่าวได้ในเร็วๆ นี้ แม้ยังไม่ได้เปิดเผยกำหนดเวลาที่ชัดเจน โดยขยายความว่า การแก้ปัญหาหนี้จะช่วยให้ประเทศมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งมีความจำเป็นต่อการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและระบบเศรษฐกิจ หลังประเทศเผชิญข้อจำกัดด้านเงินทุนมายาวนาน
ขณะเดียวกัน เวเนซุเอลายังต้องการกระชับความสัมพันธ์กับสถาบันการเงินระหว่างประเทศ โดย ออร์เตกา ซานเชซ ยืนยันว่า ทิศทางของรัฐบาลคือการกลับมามีบทบาทและขยายความร่วมมือกับองค์กรพหุภาคี รวมถึงพันธมิตรทางเศรษฐกิจจากประเทศต่างๆ
เตรียมเพิ่มทุนสำรองด้วยทองคำ เสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน
นอกเหนือจากการปรับโครงสร้างหนี้ รัฐบาลเวเนซุเอลายังมองว่า ทองคำเป็นอีกหนึ่งทรัพยากรที่สามารถนำมาใช้เพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงินของประเทศได้ โดย ออร์เตกา ซานเชซ เปิดเผยว่า ภายในปีนี้ เวเนซุเอลาได้ลงนามข้อตกลงกับผู้ผลิตทองคำ ซึ่งรัฐบาลมองว่า การเพิ่มกำลังการผลิตทองคำจะช่วยให้สามารถนำทองคำบางส่วนเข้าสู่ทุนสำรองของธนาคารกลางได้มากขึ้น
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินในระยะยาว อย่างไรก็ตาม เขายังไม่ได้ประกาศเป้าหมายปริมาณทองคำสำรองอย่างชัดเจน หรือยืนยันแผนใช้ทองคำเป็นหลักประกันค่าเงินโบลิวาร์โดยตรง


