×

ศาลการค้าสหรัฐฯ สั่งเบรกกำแพงภาษีโลกของทรัมป์ ชี้ผิดกฎหมาย ให้เวลา 10 วัน แก้ไขให้ถูกต้อง

29.05.2025
ศาลการค้าสหรัฐฯ มีคำสั่งเบรกกำแพงภาษีทั่วโลกของทรัมป์ ระบุผิดกฎหมาย

ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (US Court of International Trade) มีคำตัดสินครั้งสำคัญเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (28 พฤษภาคม) ชี้ว่า มาตรการกำแพงภาษีทั่วโลก (Global Tariff) ส่วนใหญ่ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นสิ่งที่ ‘ผิดกฎหมาย’ และสั่งให้ระงับการบังคับใช้ ถือเป็นการสกัดกั้นนโยบายเศรษฐกิจหลักของทรัมป์ครั้งใหญ่ และอาจส่งผลกระทบต่อการค้าโลกมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์

 

คณะผู้พิพากษา 3 ท่าน ณ ศาลในแมนฮัตตัน มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นพ้องกับกลุ่มรัฐที่นำโดยพรรคเดโมแครตและกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่ยื่นฟ้องว่า ทรัมป์ได้อ้างใช้กฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินโดยมิชอบเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับกำแพงภาษีส่วนใหญ่ของเขา ศาลได้ให้เวลารัฐบาลทรัมป์ 10 วันในการดำเนินการให้เกิดผลตามคำสั่ง แต่ไม่ได้ระบุแนวทางหรือขั้นตอนที่ชัดเจนว่าต้องดำเนินการอย่างไรเพื่อยกเลิกมาตรการภาษีดังกล่าว

 

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ได้ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินต่อศาลอุทธรณ์กลางสำหรับคดีเกี่ยวกับวงจรการค้าของรัฐบาลกลาง (US Court of Appeals for the Federal Circuit) แล้ว และคาดว่าศาลฎีกาสหรัฐฯ อาจเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดในคดีที่มีเดิมพันสูงนี้ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้คำตัดสินดังกล่าวจะมีผลเป็นการระงับการใช้กำแพงภาษีเป็นการถาวร เว้นแต่ศาลอุทธรณ์จะอนุญาตให้ทรัมป์นำกลับมาใช้ใหม่ในระหว่างการพิจารณาคดี

 

ตลาดการเงินตอบรับเชิงบวกทันที สัญญาซื้อ-ขายล่วงหน้าดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น โดยสัญญาล่วงหน้าดัชนี Nasdaq 100 พุ่งขึ้นถึง 2.1% หลังมีคำตัดสิน ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ส่วนเงินเยนอ่อนค่าลง

 

การตีความกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉินที่เป็นปัญหา

 

คำตัดสินครั้งนี้ถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในชั้นศาลของทรัมป์ ซึ่งทดสอบขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดี โดยผู้พิพากษาปฏิเสธข้อโต้แย้งของรัฐบาลที่ว่า ทรัมป์มีอำนาจในการกำหนดอัตราภาษีฝ่ายเดียวภายใต้กฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อจัดการกับธุรกรรมทางการเงินในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ (International Emergency Economic Powers Act: IEEPA) คำตัดสินดังกล่าวเป็นลักษณะ ‘Summary Judgment’ ซึ่งหมายถึงชัยชนะที่เด็ดขาดสำหรับฝ่ายโจทก์ในศาลชั้นต้นโดยไม่จำเป็นต้องมีการพิจารณาคดีเต็มรูปแบบ

 

ก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้อ้างใช้กฎหมาย IEEPA เพื่อให้เหตุผลในการตั้งกำแพงภาษีทั่วโลก โดยอ้างว่าการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ และปัญหาการลักลอบค้ายาเสพติดตามแนวชายแดน ถือเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติ อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการพิจารณาคดี ทนายความของทรัมป์ยอมรับว่าเจตนาของการตั้งภาษีคือเพื่อ ‘กดดัน’ ประเทศอื่นๆ ให้ยอมทำข้อตกลงทางการค้าที่ดีขึ้น

 

คณะผู้พิพากษาซึ่งประกอบด้วยผู้พิพากษาที่ได้รับการแต่งตั้งจากทรัมป์, บารัก โอบามา และ โรนัลด์ เรแกน เขียนในคำตัดสินว่า “ข้อโต้แย้งเรื่อง ‘การกดดัน’ ของรัฐบาล เท่ากับเป็นการยอมรับโดยปริยายว่าผลโดยตรงของกำแพงภาษีที่เจาะจงรายประเทศนั้น เป็นเพียงการสร้างภาระให้กับประเทศเป้าหมาย”

 

ขอบเขตผลกระทบของคำสั่งศาล

 

คำสั่งศาลดังกล่าวจะมีผลระงับกำแพงภาษีส่วนใหญ่ของทรัมป์ ได้แก่

 

  • กำแพงภาษีอัตราเดียวทั่วโลก (Global Flat Tariff)
  • อัตราภาษีที่สูงขึ้นสำหรับจีนและประเทศอื่นๆ
  • กำแพงภาษีที่เกี่ยวข้องกับยาเฟนทานิลต่อจีน แคนาดา และเม็กซิโก

 

อย่างไรก็ตาม กำแพงภาษีอื่นๆ ที่บังคับใช้ภายใต้อำนาจกฎหมายอื่น เช่น มาตรา 232 (Section 232) และมาตรา 301 (Section 301) ซึ่งรวมถึงภาษีเหล็ก อะลูมิเนียม และรถยนต์ จะไม่ได้รับผลกระทบจากคำตัดสินนี้

 

ภาพ: Chip Somodevilla / Getty Images

อ้างอิง:


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories