ดัชนี Nasdaq 100 ร่วง 2% เมื่อคืนนี้ (12 กุมภาพันธ์) หลังนักลงทุนกังวลกำไรของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี พร้อมกับการร่วงลงของราคาทองคำ โลหะเงิน และบิตคอยน์
ก่อนการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อสำคัญในวันศุกร์นี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลง 0.07% มาอยู่ที่ 4.10% ขณะที่การประมูลพันธบัตรอายุ 30 ปี มูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ได้รับความต้องการซื้อในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ด้านบิตคอยน์ซื้อขายต่ำกว่า 66,000 ดอลลาร์ และราคาน้ำมันลดลงประมาณ 3%
ทางด้านราคาทองคำร่วงลงต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์ โดยมีสัญญาณว่าการซื้อขายด้วยระบบอัลกอริทึมยิ่งเร่งให้การปรับตัวลงของทองคำรุนแรงขึ้น ขณะที่ราคาเงินและทองแดงก็ปรับลดลงเช่นกัน ทองคำร่วงลงมากสุดถึง 4.1% ขณะที่ราคาเงินดิ่งลงถึง 11% ส่วนทองแดงในตลาดโลหะลอนดอน (LME) ลดลง 2.9% อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นโลหะมีค่าบางส่วนได้ฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้บางส่วน
Nicky Shiels หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์โลหะของ MKS PAMP SA ระบุว่า แรงเทขายอาจถูกเร่งจากการเรียกหลักประกันเพิ่ม (margin call) ทำให้นักลงทุนบางรายจำเป็นต้องปิดสถานะในสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงโลหะต่างๆ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในพอร์ตการลงทุน
ท่ามกลางการปรับตัวลงของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ หุ้นอย่าง Cisco Systems Inc. ดิ่งลง 12% หลังแนวโน้มอัตรากำไรที่ซบเซา ส่งสัญญาณว่าราคาชิปหน่วยความจำที่สูงขึ้นกำลังส่งผลกระทบ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่และกองทุน ETF ที่ติดตามบริษัทซอฟต์แวร์ร่วงลง 2.7% พร้อมกับความกังวลเกี่ยวกับการถูกดิสรัปต์จากปัญญาประดิษฐ์ (AI disruption)
นอกเหนือจากความกังวลว่าการลงทุนใน AI จะคุ้มค่าหรือไม่แล้ว ความกลัวเกี่ยวกับการถูกดิสรัปต์ทางธุรกิจก็กำลังเพิ่มสูงขึ้น ความกังวลเหล่านี้ทวีความรุนแรงขึ้นนับตั้งแต่สตาร์ทอัพด้าน AI อย่าง Anthropic เปิดตัวเครื่องมือใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อทำงานอัตโนมัติในอุตสาหกรรมต่างๆ จุดชนวนความกลัวว่านวัตกรรมเหล่านี้จะส่งผลร้ายต่อธุรกิจจำนวนนับไม่ถ้วน
Steve Sosnick จาก Interactive Brokers บอกว่า รู้สึกว่าภูมิทัศน์ของตลาด “เต็มไปด้วยกับระเบิด AI ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา นักลงทุนส่วนใหญ่มอง AI ในแง่ดี มันเคยเป็นคำถามที่ว่า AI จะทำอะไรได้บ้างเพื่อให้ธุรกิจหรืออุตสาหกรรมมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็น AI จะทำลายโมเดลการทำกำไรของธุรกิจหรืออุตสาหกรรมได้อย่างไร และแทนที่จะค้นหาผู้ชนะ นักลงทุนกำลังล่าหาผู้แพ้ที่มีศักยภาพ”
“AI อาจกำลังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลงทุนรายจ่ายฝ่ายทุน (capex) มหาศาลและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต แต่มันกำลังกลายเป็นผลลบสุทธิต่อตลาดหุ้น” Adam Crisafulli จาก Vital Knowledge กล่าว
ตลอด 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา หุ้น AI ดูดซับกระแสเงินทุนแทบทั้งหมดขณะที่ตลาดส่วนที่เหลือซบเซา แต่การผูกขาดกระแสเงินทุนของ AI กำลังสิ้นสุดลง ตามความเห็นของ Brett Ewing จาก First Franklin Financial Services
ภาพ: Noam Galai/Getty Images
อ้างอิง:


