พายุฤดูหนาวที่รุนแรงและมวลอากาศเย็นจัดจากอาร์กติก กำลังสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ประชาชนเกือบ 90 ล้านคน อยู่ภายใต้การประกาศเฝ้าระวังหรือเตือนภัยความหนาวเย็นรุนแรง (Extreme Cold Watches or Warnings) ซึ่งคาดว่าอุณหภูมิจะลดต่ำลง จนทำลายสถิติเดิมในหลายพื้นที่ เบื้องต้น มีผู้เสียชีวิตจากความหนาวเย็นนี้แล้วอย่างน้อย 11 คน โดยกระจายอยู่ในรัฐต่างๆ เช่น เทนเนสซี, แคนซัส, นิวยอร์ก, เท็กซัส, ลุยเซียนา และมิชิแกน
พายุหิมะสร้างความเสียหายและทำให้ประชาชนกว่า 1 ล้านคนในแถบ Mid-Atlantic และพื้นที่ทางตอนใต้ของสหรัฐฯ ไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยเฉพาะในแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซีและรัฐมิสซิสซิปปี สภาพอากาศที่เย็นจัดทำให้น้ำแข็งและหิมะเกาะตัวแน่น ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อเจ้าหน้าที่ในการกู้คืนระบบไฟฟ้า ผู้ที่ไม่มีไฟฟ้าใช้อาจต้องเผชิญกับความหนาวเย็นโดยไม่มีเครื่องทำความร้อน และเสี่ยงต่อการเกิดท่อประปาแตก เนื่องจากอุณหภูมิที่ติดลบ
ขณะที่การจราจรทางอากาศเป็นอัมพาต มีการยกเลิกเที่ยวบินรวมแล้วกว่า 17,000 เที่ยวบิน ตลอดช่วงพายุนี้ เฉพาะวันอาทิตย์ที่ผ่านมาถือเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดของการยกเลิกเที่ยวบิน นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด สนามบินนวร์ก (Newark Airport) ได้รับผลกระทบหนักมาก โดยมีการยกเลิกเที่ยวบินถึง 87% นอกจากนี้ โรงเรียนในเมืองใหญ่หลายแห่งต้องยกเลิกการเรียนการสอนหรือเปลี่ยนไปเรียนทางไกลแทน
สภาพอากาศในหลายพื้นที่ของสหรัฐฯ จะรุนแรงต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้ปริมาณหิมะที่ตกลงมามากที่สุดในรอบหลายปี มวลอากาศเย็นจากอาร์กติกจะยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องไปตลอดทั้งสัปดาห์




อ้างอิง:


