สหรัฐฯ และอิหร่าน โจมตีตอบโต้กันอย่างรุนแรงในชั่วข้ามคืนที่ผ่านมา หลังจากที่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดปะทุขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง จากกรณีการโจมตีเรือพาณิชย์
โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศในวันนี้ (8 กรกฎาคม) ว่า ได้ทำการโจมตีมากกว่า 80 เป้าหมายของอิหร่าน รวมถึงเรือเล็กของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) มากกว่า 60 ลำ เพื่อตอบโต้ที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ที่อยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ
ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังได้ยกเลิกการยกเว้นมาตรการคว่ำบาตร ที่อนุญาตให้อิหร่านขายน้ำมันได้ภายใต้ข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวที่ลงนามเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ซึ่งผลจากการตอบโต้และการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นทันที
ปฏิบัติการโจมตีตอบโต้ดังกล่าวของ CENTCOM เกิดขึ้นขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อยู่ในตุรกีเพื่อร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ NATO
สื่อทางการอิหร่าน ระบุว่า สหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายในเกาะเกชม์ เมืองบันดาร์อับบาส และเมืองซีริก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ด้านพลเรือน รวมถึงท่าเทียบเรือประมงและหอส่งสัญญาณโทรคมนาคม โดยการโจมตีที่เมืองซีริก ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหลายรายถูกนำส่งโรงพยาบาล
ด้าน IRGC ประกาศว่าได้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ 85 แห่ง ในบาห์เรนและคูเวต เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ โดยสื่อทางการอิหร่านรานงานว่า กองทัพอิหร่านได้ใช้โดรนโจมตีฐานทัพอากาศในบาห์เรน ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองทัพสหรัฐฯ โดยผลการโจมตี ทำให้มีเสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังสนั่นทั้งในบาห์เรนและคูเวต
ภาพ : U.S. Central Command/Handout via REUTERS
อ้างอิง:
- https://www.aljazeera.com/news/liveblog/2026/7/8/iran-war-live-us-bombs-sirik-qeshm-bandar-abbas-over-hormuz-attacks
- https://www.bbc.com/news/live/c17y1vnn2qxt


