×

UAE ปิดน่านฟ้าชั่วคราว หลังเผชิญการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน ขณะที่มีเหตุโดรนโจมตีแหล่งก๊าซ-เขตอุตสาหกรรมน้ำมัน

17.03.2026
  • LOADING...
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปิดน่านฟ้าชั่วคราว ถูก อิหร่าน โจมตี

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ปิดน่านฟ้าของประเทศเป็นการชั่วคราวเมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ (17 มีนาคม)หลังเผชิญภัยคุกคามจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน ก่อนที่จะมีการเปิดน่านฟ้าในอีกราว 2 ชั่วโมงถัดมา ภายหลังสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

 

สำนักข่าว WAM ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รายงานว่าการปิดน่านฟ้าดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 03.14 น. ที่ผ่านมา โดยสำนักงานการบินพลเรือนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (GCAA) ระบุว่า เป็นการปิดน่านฟ้าชั่วคราวและบางส่วน ภายใต้ ‘มาตรการป้องกันพิเศษ’ เพื่อความปลอดภัยของเที่ยวบินและลูกเรือ ซึ่งการตัดสินใจเกิดขึ้นหลังจากประเมินความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและการปฏิบัติงานอย่างครอบคลุม และประสานงานกับหน่วยงานระดับชาติและระดับนานาชาติที่เกี่ยวข้อง

 

กระทรวงกลาโหมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศ ได้ตอบโต้ภัยคุกคามจากขีปนาวุธและโดรนที่มาจากอิหร่าน

 

และมีเสียงดังเกิดขึ้นจากการที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศ สกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนดังกล่าว

 

การปิดน่านฟ้าชั่วคราวดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากที่วานนี้ สนามบินนานาชาติในนครดูไบ เผชิญการโจมตีด้วยโดรนจนทำให้เกิดไฟไหม้ถังเชื้อเพลิง และต้องระงับให้บริการเที่ยวบินเป็นเวลาหลายชั่วโมง

 

ซึ่งล่าสุดสายการบิน Emirates หนึ่งในสายการบินแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้กลับมาให้บริการเที่ยวบินแล้ว แต่ลดตารางบินลง เช่นเดียวกับสายการบิน Etihad Airways ที่ให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์โดยลดตารางบินลง หลังการประเมินด้านความปลอดภัยและความมั่นคงอย่างครอบคลุม

 

นอกจากนี้ มีรายงานจากทางการกรุงอาบูดาบีว่า เกิดเหตุโดรนโจมตีแหล่งก๊าซชาห์ ภายในเมือง จนทำให้เกิดไฟไหม้ ซึ่งล่าสุดสามารถควบคุมสถานการณ์และดับไฟได้แล้ว โดยทางการสั่งระงับการดำเนินงานของแหล่งก๊าซเป็นการชั่วคราวและกำลังประเมินความเสียหายจากการโจมตีที่เกิดขึ้น

 

ขณะเดียวกันที่เมืองฟูไจราห์ ใกล้กับช่องแคบฮอร์มุซ ก็มีรายงานเหตุโจมตีด้วยโดรนในพื้นที่เขตอุตสาหกรรมน้ำมัน ซึ่งเบื้องต้นไม่พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีที่เกิดขึ้น

 

ภาพ: REUTERS/Stringer

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising