ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา พบกับประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน แบบทวิภาคี ระหว่างการประชุม World Economic Forum 2026 ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวานนี้ (22 มกราคม) เพื่อหาทางยุติสงครามรัสเซีย–ยูเครนที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 4 ปี
ภายหลังการหารือ เซเลนสกีเปิดเผยว่า ทีมงานของยูเครนและสหรัฐฯ ทำงานร่วมกัน ‘แทบทุกวัน’ เพื่อผลักดันกระบวนการยุติสงคราม และระบุว่า เอกสารที่มุ่งสู่การยุติความขัดแย้งใกล้จะแล้วเสร็จ
ขณะเดียวกัน เซเลนสกียืนยันว่า จะมีการประชุมไตรภาคีระหว่างสหรัฐฯ ยูเครน และรัสเซีย ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตั้งแต่วันศุกร์นี้เป็นต้นไป ถือเป็นการหารือในกรอบเดียวกันของทั้งสามฝ่ายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นในปี 2022
แหล่งข่าวทางการทูตยุโรประบุว่า การเจรจาเพื่อยุติสงครามในขณะนี้ยังเหลือประเด็นที่ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ เช่น เรื่องดินแดนที่รัสเซียยึดครองในยูเครน ซึ่งถือเป็นจุดชี้ขาดของข้อตกลงสันติภาพในอนาคต
ในวันเดียวกัน เซเลนสกียังขึ้นกล่าวสุนทรพจน์บนเวที WEF โดยแสดงความไม่พอใจต่อท่าทีของยุโรปที่เขามองว่ายังขาดความเด็ดขาดต่อประเด็นความมั่นคง พร้อมเปรียบเปรยว่า ผู้นำยุโรปกำลังอยู่ในภาวะ “Greenland mode” คือรับรู้ถึงปัญหา แต่ยังรอท่าทีจากสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก
เซเลนสกีย้ำว่า ยุโรปจำเป็นต้องแสดงบทบาทเชิงรุกมากกว่านี้ โดยเฉพาะการสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันตนเอง พร้อมเตือนว่า หากยุโรปยังคงพึ่งพาสหรัฐฯ เพียงฝ่ายเดียว อาจไม่สามารถรักษาสถานะความเป็นผู้เล่นหลักบนเวทีภูมิรัฐศาสตร์โลกได้ในระยะยาว
การพบกันของทรัมป์และเซเลนสกี รวมถึงการเตรียมเปิดโต๊ะเจรจา 3 ฝ่ายในครั้งนี้ ถูกจับตามองว่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการทางการทูตที่จริงจังที่สุด นับตั้งแต่สงครามยูเครนปะทุขึ้น แม้ยังไม่มีความชัดเจนว่า การเจรจาจะนำไปสู่การหยุดยิงหรือข้อตกลงสันติภาพได้ในเร็ววันหรือไม่
ภาพ: Ukrainian Presidential Press Service / Handout via REUTERS


