โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ปฏิเสธว่าไม่ทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผลการสืบสวนที่ชี้ว่ากองทัพสหรัฐฯ อยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีโรงเรียนประถมศึกษาในภาคใต้ของอิหร่าน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 170 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นเด็ก ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากนานาชาติให้มีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน
คำตอบที่ย้อนแย้งของผู้นำสหรัฐฯ
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทรัมป์ให้ข้อมูลที่ ‘ขัดกันหลายครั้ง’ โดยในช่วงแรก ทรัมป์ยืนยันว่า ‘อิหร่านวางระเบิดโรงเรียนตัวเอง’ ที่เมืองมินาบ ทางตอนใต้ของประเทศ โดยอ้างว่าขีปนาวุธของอิหร่านไม่มีความแม่นยำ
ต่อมา เมื่อสื่อยักษ์ใหญ่อย่าง The New York Times รายงานผลสอบสวนเบื้องต้นของกระทรวงกลาโหมชี้ว่า กองทัพสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะเป็นผู้โจมตี ทรัมป์กลับตอบว่า ‘ผมไม่รู้เรื่องนี้’
ส่วนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธนั้น เมื่อมีหลักฐานว่า อาวุธที่ใช้โจมตีโรงเรียนดังกล่าวเป็นขีปนาวุธ ‘โทมาฮอว์ก’ (Tomahawk) ซึ่งสหรัฐฯ ใช้เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ โดยทรัมป์อ้างว่า อิหร่านก็มีโทมาฮอว์ก หรืออาจเป็นของประเทศอื่น เพราะเป็นอาวุธทั่วไป ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางทหารได้ตีตกข้ออ้างนี้ เนื่องจากอิหร่านอยู่ภายใต้การคว่ำบาตรอย่างหนัก และไม่สามารถซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ ได้ ทำให้หลายฝ่ายมองว่า ทรัมป์กำลังโยนความผิดครั้งนี้ไปให้กับอิหร่านเอง
การโจมตีโรงเรียนประถม อาจเกิดจาก ‘ความผิดพลาดด้านข่าวกรอง’
สำนักข่าว CNN รายงานการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า มีความเป็นไปได้สูงที่กองทัพสหรัฐฯ ได้โจมตีโรงเรียนประถมศึกษา Shajareh Tayyiba โดยอุบัติเหตุ ส่งผลให้เด็กอย่างน้อย 168 คนและครู 14 คนเสียชีวิต เนื่องจากใช้ ‘ข้อมูลที่ล้าสมัย’ เกี่ยวกับฐานทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่อยู่ติดกัน โดย US Central Command กำหนดพิกัดการโจมตีจากข้อมูลเก่าที่ได้รับจาก Defense Intelligence Agency (DIA)
ภาพถ่ายดาวเทียมในปี 2013 ชี้ว่าโรงเรียนและฐานทัพเคยอยู่ใน ‘พื้นที่เดียวกัน’ แต่ภาพตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา แสดงให้เห็นชัดเจนว่า มีการสร้างรั้วกั้น เพื่อแยกบริเวณโรงเรียนออกจากฐานทัพแล้ว รวมถึงมีการสร้างทางเข้าแยกต่างหาก
วิดีโอที่ถูกตรวจสอบพิกัดและซากชิ้นส่วนขีปนาวุธในพื้นที่เกิดเหตุนั้น สอดคล้องกับขีปนาวุธนำวิถี Tomahawk (TLAM) ของสหรัฐฯ อย่างชัดเจน
ทำเนียบขาวและหน่วยงานด้านความมั่นคงปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเพิ่มเติม เนื่องจากการสืบสวนยังคงดำเนินอยู่ ด้าน พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมยืนยันว่า จะมีการสืบสวนเรื่องนี้อย่างละเอียดถี่ถ้วน และระบุว่าสหรัฐฯ ได้พยายามทุกวิถีทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียของพลเรือนแล้ว
แฟ้มภาพ: Getty Images / Reuters
อ้างอิง:


