เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2025 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศนโยบายใหม่ด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยตั้งชื่อวันดังกล่าวว่า ‘Liberation Day’ หรือ ‘วันประกาศอิสรภาพทางเศรษฐกิจ’ ของสหรัฐฯ
โดยสหรัฐฯ จะเก็บ ภาษีนำเข้าพื้นฐาน 10% จากสินค้าทุกประเทศทั่วโลก เริ่มบังคับใช้ 5 เมษายน 2025 และสำหรับประเทศที่สหรัฐฯ มองว่าเก็บภาษีหรือมีมาตรการกีดกันทางการค้าอย่างไม่เป็นธรรม จะถูกเรียกเก็บ ภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ที่สูงขึ้น มีผลวันที่ 9 เมษายน 2025
สำหรับประเทศที่ได้รับผลกระทบเฉพาะ เช่น
- เวียดนาม: 46%
- ไทย: 36%
- จีน: 34%
- เกาหลีใต้: 25%
- ญี่ปุ่น: 24%
- สหภาพยุโรป (EU): 20%
โดยสหรัฐฯ ระบุว่า ไทยมีการเก็บภาษีและตั้งกำแพงทางการค้า (รวมทั้งมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี) กับสินค้าจากสหรัฐฯ สูงถึง 72% ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต้องเก็บภาษีตอบโต้ในอัตรา 36% หรือสูงกว่าภาษีพื้นฐานเดิม 3 เท่า
“ผมจะลงนามในคำสั่งบริหารประวัติศาสตร์เพื่อกำหนดภาษีตอบโต้กับประเทศต่างๆ ทั่วโลก” ประธานาธิบดีกล่าว “ซึ่งการตอบโต้… หมายความว่าพวกเขาทำกับเรา และเราก็ทำกับพวกเขา”
ทั้งนี้ ในการคำนวณอัตราภาษีที่ประเทศอื่นเรียกเก็บจากสหรัฐฯ นั้น ทรัมป์ได้รวมถึงการบิดเบือนค่าเงินและอุปสรรคทางการค้า เช่น VAT ในสหภาพยุโรปด้วย
สำหรับจีน ซึ่งเรียกเก็บภาษี 67% กับสินค้านำเข้าของสหรัฐฯ จะเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยจะมีภาษีใหม่ 34% เพิ่มเติมจากภาษี 20% กับสินค้าจากจีน ทำให้รวมแล้วเป็น 54%
ส่วนคู่ค้า เช่น สหราชอาณาจักรและบราซิล ซึ่งปัจจุบันเรียกเก็บภาษี 10% กับสินค้าของสหรัฐฯ จะถูกเรียกเก็บภาษี 10% กับสินค้าส่งออกของตนไปยังสหรัฐฯ ภายใต้แผนของทรัมป์สำหรับภาษีขั้นต่ำ 10% กับสินค้านำเข้าทั้งหมด
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูความเป็นเจ้าของการผลิตของอเมริกา โดยระบุว่ามาตรการเหล่านี้มีความจำเป็นในการตอบโต้สิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็นแนวปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม
“เราจะเปิดตลาดต่างประเทศ และทำลายอุปสรรคทางการค้าต่างประเทศ และในท้ายที่สุด กิจกรรมภาคการผลิตภายในประเทศเพิ่มขึ้นจะหมายถึงการแข่งขันที่แข็งแกร่งขึ้น และราคาที่ต่ำลงสำหรับผู้บริโภค นี่จะเป็นยุคทองของการกลับมาของชาวอเมริกัน เราจะกลับมาอย่างแข็งแกร่งมาก” ทรัมป์กล่าวเสริม
นอกจากนี้ทรัมป์ยังยืนยันด้วยว่า ภาษี 25% ที่วางแผนไว้ก่อนหน้านี้กับการนำเข้ารถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์มายังสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้ในเวลาเที่ยงคืน (2 เมษายน ตามเวลาสหรัฐฯ)
นอกเหนือจากภาษีรถยนต์นำเข้าแล้ว ฝ่ายบริหารของทรัมป์ยังได้กำหนดภาษี 25% กับสินค้าจากเม็กซิโกและแคนาดาที่ไม่เป็นไปตามข้อตกลงสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา ซึ่งเป็นข้อตกลงทางการค้าที่ลงนามในช่วงวาระแรกของทรัมป์ ภาษี 25% กับเหล็กและอะลูมิเนียมก็มีผลบังคับใช้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์กันว่าคู่ค้าจะประกาศมาตรการตอบโต้ ซึ่งเป็นการปูทางไปสู่สงครามการค้าที่อาจเกิดขึ้น โดยก่อนการประกาศภาษีตอบโต้ ประเทศต่างๆ ได้ให้คำมั่นว่าจะตอบโต้ โดยบางประเทศถึงกับเสนอแนวคิดที่จะตอบโต้ร่วมกัน
โดยมีรายงานว่าจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ตกลงที่จะตอบโต้ภาษีของสหรัฐฯ ร่วมกัน ในขณะเดียวกัน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป Ursula von der Leyen กล่าวว่าสหภาพยุโรปมี ‘แผนที่แข็งแกร่ง’ ที่จะตอบโต้ภาษีที่ทรัมป์กำหนด แต่ต้องการที่จะเจรจามากกว่า
“ยุโรปไม่ได้เริ่มต้นการเผชิญหน้านี้ เราไม่จำเป็นต้องตอบโต้ แต่ถ้าจำเป็น เรามีแผนที่แข็งแกร่งที่จะตอบโต้และเราจะใช้มัน” เธอกล่าว
ภาพ: Reuters
อ้างอิง: