นายกรัฐมนตรี ลอเรนซ์ หว่อง ของสิงคโปร์ แถลงผ่านโทรทัศน์เตือนประชาชนทั่วประเทศให้เตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบที่จะตามมาจากมาตรการภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์
และนี่คือการถอดความจากสปีชของหว่อง ซึ่งกล่าวประมาณ 5 นาที
“พี่น้องชาวสิงคโปร์ของผม ผมเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า โลกกำลังจะเปลี่ยนไปในทางที่จะสร้างความเสียเปรียบให้กับประเทศเศรษฐกิจเล็กๆ ที่เปิดกว้างอย่างสิงคโปร์ บางคนเคยตั้งคำถามกับการประเมินนี้ แต่การประกาศ ‘วันแห่งการปลดแอก’ โดยสหรัฐอเมริกาเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ไม่ต้องสงสัยกันอีกต่อไป
“มันคือการเปลี่ยนแปลงที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในระเบียบโลก ยุคแห่งโลกาภิวัตน์และการค้าเสรีภายใต้กฎเกณฑ์นั้นสิ้นสุดลงแล้ว เรากำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่กระทำตามอำเภอใจ กีดกันการค้า และอันตรายมากขึ้น
“หลายทศวรรษที่ผ่านมา สหรัฐฯ ถือเป็นรากฐานสำหรับเศรษฐกิจตลาดเสรีของโลก สหรัฐฯ เป็นผู้สนับสนุนการค้าเสรี และเป็นผู้นำความพยายามในการสร้างระบบการค้าพหุภาคีที่ยึดโยงด้วยกฎเกณฑ์และบรรทัดฐานที่ชัดเจน ซึ่งประเทศต่างๆ สามารถบรรลุผลประโยชน์ร่วมกันผ่านการค้า
“ระบบ WTO (องค์การการค้าโลก) นี้ได้นำมาซึ่งเสถียรภาพและความเจริญรุ่งเรืองที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับโลก และสหรัฐฯ เอง แน่นอน ระบบนี้ไม่สมบูรณ์แบบ ที่ผ่านมาสิงคโปร์และอีกหลายประเทศต่างเรียกร้องให้มีการปฏิรูปเพื่อปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่างๆ ให้ทันสมัยและดีขึ้น แต่สิ่งที่สหรัฐฯ กำลังทำอยู่นี้ไม่ใช่การปฏิรูป สหรัฐฯ กำลังละทิ้งระบบทั้งหมดที่ตนเองได้สร้างขึ้น แนวทางใหม่ในการใช้อัตราภาษีศุลกากรตอบโต้เป็นรายประเทศถือเป็นการปฏิเสธกรอบการทำงานของ WTO อย่างสิ้นเชิง
“สหรัฐฯ อาจกำหนดอัตราภาษีตอบโต้สิงคโปร์ไว้ในระดับต่ำสุดที่ 10% ดังนั้นผลกระทบโดยตรงต่อเราอาจจะจำกัดอยู่ในตอนนี้ แต่ผลที่ตามมานั้นจะกว้างกว่าและลึกกว่า หากประเทศอื่นๆ ใช้แนวทางเดียวกันกับสหรัฐฯ ด้วยการละทิ้ง WTO และทำการค้าตามเงื่อนไขที่ตนเองต้องการเท่านั้น ก็จะสร้างปัญหาให้กับทุกประเทศ โดยเฉพาะประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ เราเสี่ยงที่จะถูกบีบคั้น ถูกละเลย และถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
“เราอาจคาดการณ์ได้เช่นกันว่า ทั่วโลกจะตอบสนองอย่างรุนแรงต่อภาษีของอเมริกา สิงคโปร์ตัดสินใจที่จะไม่กำหนดภาษีตอบโต้ แต่ประเทศอื่นอาจไม่ข่มกลั้นแบบเดียวกับเรา ความเป็นไปได้ที่จะเกิดสงครามการค้าโลกอย่างเต็มรูปแบบกำลังเพิ่มสูงขึ้น ผลกระทบจากภาษีที่สูงขึ้น บวกกับความไม่แน่นอนที่ว่าประเทศอื่นๆ จะดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น จะโถมทับเศรษฐกิจโลก การค้าและการลงทุนระหว่างประเทศจะประสบปัญหา และการเติบโตทั่วโลกจะชะลอตัว สิงคโปร์จะได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศอื่นๆ เนื่องจากเราพึ่งพาการค้าเป็นอย่างมาก
“ครั้งสุดท้ายที่โลกประสบเหตุการณ์ทำนองนี้คือในช่วงทศวรรษที่ 1930 สงครามการค้าทวีความรุนแรงกลายเป็นความขัดแย้งด้วยอาวุธ และกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่สองในท้ายที่สุด ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะเป็นอย่างไรในอีกไม่กี่เดือนหรือกี่ปีข้างหน้า แต่เราต้องตระหนักถึงอันตรายต่างๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้นในโลก
“สถาบันต่างๆ ของโลกกำลังอ่อนแอลง บรรทัดฐานระหว่างประเทศกำลังเสื่อมถอยลง ประเทศต่างๆ มากขึ้นๆ จะดำเนินการโดยยึดผลประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก และใช้กำลังหรือแรงกดดันเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ
“นี่คือความจริงอันโหดร้ายของโลกเราในปัจจุบัน เราจะยังคงเฝ้าระวัง เราจะสร้างขีดความสามารถของเราให้แข็งแกร่งขึ้น เราจะเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือของเรากับประเทศที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกัน เรามีความพร้อมมากกว่าประเทศอื่นๆ ด้วยทุนสำรอง ความเป็นปึกแผ่น และความมุ่งมั่นของเรา แต่เราต้องเตรียมใจรับมือกับแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้น ความสงบและเสถียรภาพของโลกที่เราเคยรู้จักจะไม่กลับมาในเร็ววันนี้ เราไม่สามารถคาดหวังว่า กฎระเบียบที่เคยปกป้องรัฐเล็กๆ จะยังคงอยู่
“ผมขอแชร์เรื่องนี้กับทุกท่านเพื่อที่เราจะได้เตรียมใจ เพื่อที่เราจะได้ไม่ประมาท เราอย่าชะล่าใจ ความเสี่ยงครั้งนี้เป็นเรื่องจริง และเดิมพันก็สูงมาก หนทางข้างหน้าจะยากลำบากมากขึ้นมาก แต่ถ้าเรายืนหยัดและรวมกันเป็นหนึ่ง สิงคโปร์จะยังคงรักษาตัวรอดได้ในโลกที่เต็มไปด้วยปัญหานี้”
อ้างอิง:
- CNA