×

สะเทือนทำเนียบขาว ทรัมป์รับรู้ เอปสตีน ‘ละเมิดเด็ก’ คดีฉาวค้ามนุษย์ เขย่าเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ

13.11.2025
สะเทือนทำเนียบขาว ทรัมป์รับรู้ เอปสตีน ‘ละเมิดเด็ก’ คดีฉาวค้ามนุษย์ เขย่าเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯ

‘คดีเอปสตีน’ กำลังกลายเป็นระเบิดเวลาในหน้าการเมืองสหรัฐอเมริกา แม้อาชญากรอย่าง เจฟฟรีย์ เอปสตีน จะจากโลกนี้ไปแล้ว (อย่างมีเงื่อนงำ) แต่ข้อกล่าวหาการค้ามนุษย์และล่วงละเมิดผู้เยาว์ ซึ่งพัวพันกับผู้นำ มหาเศรษฐี และชนชั้นนำระดับโลก ยังคงหลอกหลอนสังคมอเมริกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อปรากฏชื่อของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในเอกสารและหลักฐานหลายชิ้น

 

ล่าสุด พรรคเดโมแครตเปิดหลักฐานชิ้นใหม่อย่างข้อความทางอีเมลของเอปสตีน โดยระบุว่า ทรัมป์เคยใช้เวลาหลายชั่วโมงอยู่กับเหยื่อรายหนึ่ง พร้อมเรียกผู้นำสหรัฐฯ ว่า เป็น ‘สุนัขที่ไม่เคยเห่า’ ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนสั่นสะเทือนการเมืองอเมริกันในชั่วข้ามคืน

 

THE STANDARD สรุปทุกประเด็นว่า คดีเอปสตีนเกี่ยวข้องกับทรัมป์อย่างไร แล้วเรื่องราวฉาวโฉ่สามารถเขย่าเก้าอี้ประธานาธิบดี สหรัฐฯ ได้หรือไม่

 

คดีเอปสตีนคืออะไร ทำไมจึงกลับมาได้รับความสนใจหน้าการเมืองสหรัฐฯ

 

  • คดีเอปสตีนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และล่วงละเมิดทางเพศหญิงสาวนับพันคน โดยสาเหตุที่คดีดังกล่าวถูกจับตามองจากนานาชาติ ไม่ใช่แค่ในสหรัฐฯ เพราะเชื่อกันว่า มีคนดัง บุคคลสำคัญ มหาเศรษฐี และชนชั้นนำทั่วโลก พัวพันกับคดีดังกล่าว เช่น บิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ, แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน วินด์เซอร์ หรืออดีตเจ้าชายแอนดรูว์, ไมเคิล แจ็กสัน ราชาเพลงป๊อป และ เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์ นักมายากล รวมถึงทรัมป์ ในฐานะอดีตเพื่อนสนิทของเอปสตีน

 

  • คดีดังกล่าวเกิดขึ้นโดยมีศูนย์กลาง คือ เอปสตีน และ กิซเลน แม็กซ์เวลล์ (Ghislaine Maxwell) อดีตแฟนสาวชาวอังกฤษ โดยวิธีการก่ออาชญากรรม คือ ล่อลวงเด็กผู้หญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ให้มาทำงานด้วย แต่กลับล่วงละเมิดทางเพศ และบังคับให้ค้าประเวณีกับเครือข่ายกลุ่มผู้ทรงอิทธิพล ทั้งในบ้านของเขาที่แมนฮัตตัน ปาล์มบีช รัฐฟลอริดา และเกาะลิตเติลเซนต์เจมส์ พื้นที่ส่วนหนึ่งของหมู่เกาะเวอร์จินในสหรัฐฯ

 

  • เหยื่อที่โด่งดังที่สุดในคดีนี้ คือ เวอร์จิเนีย จุฟเฟร (Virginia Giuffre) เหยื่อผู้ล่วงลับจากการปลิดชีพ และอดีตพนักงานในรีสอร์ตมาร์อาลาโกของทรัมป์ช่วงทศวรรษที่ 2000 เธอออกมาเปิดโปงว่า ตนถูกเอปสตีนและกิซเลนบังคับให้ค้าประเวณีกับอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ตั้งแต่อายุ 16 ปี พร้อมกับเขียนหนังสือ Nobody’s Girl: A Memoir of Surviving Abuse and Fighting for Justice ที่อธิบายเหตุการณ์ว่า เธอเผชิญกับการล่วงละเมิดทางเพศอย่างไรบ้าง

 

  • สาเหตุที่คดีดังกล่าวกลับมาโด่งดังอีกครั้ง แม้เอปสตีนจะถูกจับ และเสียชีวิตในคุกอย่างปริศนาตั้งแต่ปี 2019 เพราะในระหว่างแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 ทรัมป์ประกาศชัดว่า เขาจะปล่อย ‘ไฟล์เอปสตีน’ หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคดีล่วงละเมิดทางเพศสู่สาธารณะ ซึ่งคาดกันว่า จะมีบันทึกการเดินทาง ไปจนถึง ‘รายชื่อลูกค้า’ หรือผู้สมรู้ร่วมคิดในเหตุการณ์

 

  • การหาเสียงเช่นนี้ได้ใจทั้งกลุ่ม MAGA และชาวอเมริกันบางส่วน เพราะมีทฤษฎีสมคบคิดว่า เอปสตีนเสียชีวิต เพราะถูก ‘เก็บ’ จากผู้ทรงอิทธิพล หากทรัมป์ปล่อยรายชื่อดังกล่าว โลกจะได้รู้ว่า ใครคือผู้เกี่ยวข้องกับโศกนาฏกรรมเลวร้ายครั้งนี้ ขณะที่ผู้สนับสนุนทรัมป์บางส่วนเชื่อว่า ผู้มีอำนาจจากรัฐพันลึกมีส่วนสำคัญกับคดีดังกล่าว

 

  • แต่หลังจากทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขาอ้างว่า มีการปิดคดีเอปสตีนไปแล้ว ซ้ำยังวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มผู้สนับสนุนที่กดดันเขา ถึงแม้จะมีการเปิดเผยเอกสารนับพันหน้าในต้นปี 2025 แต่ก็ไม่ใช่ข้อมูลใหม่

 

  • นอกจากนี้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยังระบุว่า ไฟล์เอปสตีนไม่ได้มีรายชื่อลูกค้าอยู่ในนั้น พร้อมกับยืนยันว่า อาชญากรใคร่เด็กเสียชีวิตเพราะปลิดชีพตนเอง ไม่ได้ถูกลอบสังหารแบบที่ใครเชื่อ

 

  • ซ้ำร้ายกว่านั้น คดีเอปสตีนได้กลายเป็น ‘ชนัก’ ติดตัวทรัมป์ ซึ่งอาจทำให้เขาสูญเสียฐานเสียงผู้สนับสนุน หมดความน่าเชื่อถือทางการเมือง ไปจนถึงสุ่มเสี่ยงการถูกใช้เป็นหนึ่งในวาระถอดถอนจากตำแหน่งประธานาธิบดี (Impeachment) หลังมีการข้อกล่าวหามากมายว่า เขามีส่วนพัวพันกับคดีล่วงละเมิดทางเพศครั้งนี้

 

ข้อกล่าวหาและหลักฐานทางอีเมล ทรัมป์เกี่ยวข้องกับคดีเอปสตีนอย่างไร

 

  • ทรัมป์เป็นเพื่อนสนิทกับเอปสตีนตั้งแต่ช่วง 1980 โดยรู้จักกันในวงอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งคฤหาสน์ของเอปสตีนตั้งอยู่ไม่ไกลรีสอร์ตมาร์อาลาโก ทำให้อดีตมหาเศรษฐีผู้ล่วงลับไปหามาสู่ที่บ้านทรัมป์บ่อยๆ

 

  • ในปี 2002 ทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์กับ TIME Magazine ว่า เขารู้จักเอปสตีนมาหลายปี โดยระบุว่า เอปสตีนชอบผู้หญิงสวยๆ เหมือนเขา แต่ส่วนใหญ่เป็นคนอายุน้อยกว่าทั้งหมด

 

  • อย่างไรก็ดีในปี 2019 ทรัมป์ปฏิเสธว่า เขาเลิกคบหาเอปสตีนมานานแล้ว โดยอ้างว่า ทะเลาะกันเรื่องอสังหาริมทรัพย์ และไม่ได้ชอบพฤติกรรมของอดีตเพื่อนคนนี้เลย

 

  • แต่ระเบิดลูกแรกที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับเอปสตีน คือ รายงานของ Wall Street Journal และ New York Times ในเดือนกรกฎาคม 2025 ซึ่งอ้างว่า แพม บอนดี อัยการสูงสุดสหรัฐฯ แจ้งให้ทรัมป์ทราบในการบรรยายสรุปว่า มีชื่อของเขาในไฟล์เอปสตีน แต่แหล่งข่าวในทำเนียบขาวระบุว่า พวกเขาไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด และคิดว่า ไม่มีหลักฐานที่เอาผิดทรัมป์ได้

 

  • อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ปฏิเสธว่า บอนดีแค่สรุปให้เขาฟังสั้นๆ ขณะที่ทำเนียบขาวไม่ตอบคำถาม พร้อมระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข่าวปลอม และทรัมป์ไม่คบหาสมาคมกับเอปสตีนมานานแล้ว เพราะทำตัว ‘น่าขนลุก’ กับพนักงานของเขา (หมายถึงจุฟเฟร)

 

  • ระเบิดระลอกที่สองตามมา หลัง Wall Street Journal ปล่อยภาพการ์ดอวยพรวันเกิดที่ทรัมป์เขียนให้เอปสตีนในปี 2003 โดยมีข้อความบนรูปวาดผู้หญิงเปลือยกาย ตามด้วยลายเซ็นอันเป็นเอกลักษณ์บนอวัยวะเพศ พร้อมข้อความ “สุขสันต์วันเกิด – ขอให้ทุกวันเป็นความลับอันแสนพิเศษ”

 

  • ทว่าทรัมป์ปฏิเสธเหมือนเช่นเคย โดยระบุว่า เขาไม่เคยวาดภาพผู้หญิงแบบนี้ และภาษาที่ใช้ก็ไม่เหมือนเขา พร้อมขู่ฟ้อง The Wall Street Journal กับเจ้าของอย่าง รูเพิร์ต เมิร์กดอร์ก เจ้าพ่อสื่อยักษ์ใหญ่

 

  • ล่าสุด เกิดเรื่องใหญ่เมื่อคืนวานนี้ (12 พฤศจิกายน) สมาชิกผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครตได้ส่งเอกสาร 2 หมื่นฉบับ ซึ่งได้มาจากกองมรดกของเอปสตีน ให้คณะกรรมการกำกับดูแล ส.ส. สหรัฐฯ (Oversight Committee in the US House of Representatives) โดยมีอีเมลที่ระบุว่า ทรัมป์ใช้เวลากับเหยื่อคนหนึ่งเป็นเวลาหลายชั่วโมงที่บ้านของเขา และประธานาธิบดีสหรัฐฯ รู้เรื่องการล่วงละเมิดทางเพศของเขา

 

  • ในอีเมลฉบับหนึ่งพบว่า เอปสตีนส่งข้อความหาแม็กซ์เวลล์ในปี 2011 ว่า “ผมอยากให้คุณรู้ว่า สุนัขตัวหนึ่งที่ไม่เคยเห่าเลย คือ ทรัมป์ … (ชื่อของเหยื่อ) ใช้เวลากับเขาหลายชั่วโมงที่บ้านของผม … เขาไม่เคยถูกพูดถึงเลยแม้แต่ครั้งเดียว…”

 

  • นอกจากนี้ พรรคเดโมแครตยังเปิดเผยอีเมลระหว่างเอปสตีนกับ ไมเคิล วอล์ฟฟ์ (Michael Wolff) นักเขียน ผู้สื่อข่าว และผู้ประพันธ์หนังสือ Fire and Fury (2018) ซึ่งในอีเมลหนึ่ง วอล์ฟฟ์เคยขอเอปสตีนให้สัมภาษณ์เรื่องราวเกี่ยวกับทรัมป์

 

  • วอล์ฟฟ์เขียนอีเมลถึงเอปสตีนว่า “มีโอกาสที่คุณจะออกมาให้การในสัปดาห์นี้ โดยสามารถพูดถึงทรัมป์ในแบบที่จะทำให้คุณได้รับความเห็นอกเห็นใจมาก และอาจถึงขั้นเล่นงานเขาให้ถึงจุดจบได้ สนใจไหม?” ในวันที่ 29 ตุลาคม 2016 ซึ่งเป็นการส่งข้อความก่อนการเลือกตั้งสหรัฐฯ ในอีก 2 วันข้างหน้า

 

  • น่าสนใจอย่างยิ่งว่า ในอีเมลพูดคุย เอปสตีนยังแนะนำ ธอร์บยอร์น จักลันด์ (Thorbjorn Jagland) อดีตนายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ว่า ให้ วลาดีมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และ เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย มาคุยกับเขา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลวงในเกี่ยวกับทรัมป์ในปี 2018

 

  • อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด พร้อมระบุว่า พรรคเดโมแครตตัดตอนข้อความเพื่อหวังเล่นงานทรัมป์ และเบี่ยงเบนจากการพ่ายแพ้ปมชัตดาวน์รัฐสภา โดยอ้างชื่อของจุฟเฟรว่า เธอคือเหยื่อคนหนึ่งที่ย้ำแล้วย้ำอีกว่า ทรัมป์ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว

 

  • ปัจจุบัน จะมีการวางแผนโหวตลงคะแนนเสียงให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เปิดเผยเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับคดีเอปสตีน ซึ่งคาดว่า จะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ โดยมีผู้ชี้ขาด คือ อเดลิตา กริยัลวา (Adelita Grijalva) ส.ส. พรรคเดโมแครตจากรัฐแอริโซนาที่เพิ่งรับตำแหน่ง ซึ่งต้องเซ็น Discharge Petition หรือกลไกบังคับให้สภาฯ นำร่างกฎหมายลงมติได้ หากผู้นำพรรคหรือคณะกรรมาธิการไม่ยอม และเตะถ่วง

 

คดีเอปสตีนจะ ‘ล้ม’ ทรัมป์ได้หรือไม่

 

  • น่าสนใจว่า ประเด็นการถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์จากคดีเอปสตีน ยังไม่ได้รับการพูดถึงมากทั้งในบทความ หรือหน้าสื่อ อาจเพราะไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนมัดตัวได้มากนัก และเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ หากแต่ในขณะนี้ มีการพูดถึง ‘กระแสเสื่อมศรัทธาทรัมป์’ มากกว่า

 

  • เพราะแม้ไม่มีข้อกล่าวหาทางกฎหมาย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า คดีเอปสตีนหลอกหลอน และทำลายทรัมป์ทางการเมืองผ่านภาพลักษณ์ และความโปร่งใส โดยเฉพาะในหมู่กลุ่มอนุรักษนิยมที่เชื่อเรื่อง ‘คนดีมีศีลธรรม’

 

  • ครั้งหนึ่ง ทักเกิล คาร์ลสัน (Tucker Carlson) อินฟลูเอนเซอร์อนุรักษนิยม และ ลอรา ลูเมอร์ (Laura Loomer) นักเคลื่อนไหววิจารณ์ว่า รัฐบาลทรัมป์ขาดความโปร่งใสที่ไม่เปิดเผยเรื่องนี้ ขณะที่ ไมค์ เพนซ์ อดีตรองประธานาธิบดีสมัยแรกของทรัมป์ ก็กดดันผ่าน CBS News ว่า ถึงเวลาที่ผู้นำสหรัฐฯ ควรเปิดเผยเอกสารทั้งหมด

 

  • ชาร์ลี ไซคส์ (Charlie Sykes) ผู้เขียนหนังสือ How the Right Lost Its Mind ที่วิเคราะห์ขบวนการฝ่ายขวาในสหรัฐฯ และวิธีการเล่นเกมทางการเมืองของทรัมป์ระบุว่า ขณะนี้ทรัมป์กำลังถูกกลืนกินด้วยทฤษฎีสมคบคิดในลักษณะเดียวกันที่ทำให้เขาขึ้นสู่อำนาจ และเป็นเรื่องย้อนแย้งที่เขาปฏิเสธเรื่องราวที่เคยบอกประชาชนมาตลอด

 

  • นอกจากนี้ คดีเอปสตีนเป็นชนวนเร่งกระแสเสื่อมศรัทธาทรัมป์ เพราะนี่ไม่ใช่เรื่องแรกที่ผู้นำสหรัฐฯ ทำให้ผู้สนับสนุนไม่พอใจ เช่น การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพไม่ได้ หรือการมุ่งเน้นนโยบายต่างประเทศเป็นพิเศษ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ทรัมป์สัญญาไว้ในการหาเสียง โดยเฉพาะกับกรณีล่าสุด คือ การเปิดบ้านต้อนรับ อาเหม็ด อัล-ชะอารา (Ahmed al-Sharaa) ประธานาธิบดีซีเรียคนปัจจุบัน และอดีตสมาชิกอัลกออิดะห์ในซีเรีย

 

  • ปัจจุบัน Realclearpolitics ระบุว่า คะแนนไม่สนับสนุนทรัมป์อยู่ที่ 54% ถือเป็นการตกต่ำที่สุดในช่วงดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ สมัยที่ 2

 

ภาพ: Archive Photos via Getty Images

อ้างอิง:


READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories