ถึงวันนี้ สงครามในตะวันออกกลางได้ก้าวเข้าสู่วันที่ 7 แล้ว และมีแนวโน้มยืดเยื้อออกไปอีก ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกเผชิญแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หลังราคาน้ำมันปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางความกังวลว่าความขัดแย้งอาจลุกลามและกระทบเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก
ในสัปดาห์นี้ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปิดตลาดสูงกว่า 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นมากกว่า 20 ดอลลาร์จากสัปดาห์ก่อน นับเป็นการปรับตัวรายสัปดาห์ที่รุนแรงที่สุดตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดตลาดเหนือระดับ 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สร้างความตื่นตระหนกให้ตลาด
ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องให้อิหร่านยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข พร้อมส่งสัญญาณว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อ และเตือนว่าหากสถานการณ์บานปลาย ตลาดพลังงานทั่วโลกจะเผชิญความผันผวนรุนแรงมากขึ้น อีกทั้งยังมีความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจต้องเผชิญข้อจำกัดด้านคลังอาวุธ หากสงครามยืดเยื้อเป็นเวลานาน
ทรัมป์ยังโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า ‘UNCONDITIONAL SURRENDER!’ พร้อมระบุว่าสหรัฐฯ และพันธมิตรมีแผนคัดเลือกผู้นำที่ดีและเป็นที่ยอมรับขึ้นมาปกครองอิหร่านในอนาคต ขณะที่ภายในอิหร่านเองก็เริ่มมีการจับตาประเด็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำสูงสุด โดยหนึ่งในบุคคลที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ Mojtaba Khamenei บุตรชายคนรองของผู้นำสูงสุดคนก่อนหน้านี้
ในอีกด้านหนึ่ง ทรัมป์ได้เชิญผู้บริหารจากบริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเข้าพบที่ทำเนียบขาว เพื่อหารือถึงการเร่งเพิ่มกำลังการผลิตอาวุธ โดยบริษัทผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ตกลงที่จะเพิ่มการผลิตอาวุธขั้นสูงมากถึง 4 เท่า เพื่อเร่งเสริมคลังอาวุธของสหรัฐฯ ให้พร้อมรับสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อ
ด้าน Karoline Leavitt โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามลดความวิตกของประชาชนเกี่ยวกับราคาพลังงาน หลังราคาน้ำมันเบนซินตามสถานีบริการในสหรัฐฯ ปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน 2024 อีกทั้งรัฐบาลสหรัฐฯ ยังเดินหน้ามาตรการลดแรงกดดันด้านราคา เช่น การเพิ่มแผนประกันภัยให้กับเรือบรรทุกสินค้าในภูมิภาค และเตรียมส่งเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ เข้าไปคุ้มกัน หากสถานการณ์จำเป็น
ขณะที่ Kevin Hassett ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐฯ แสดงความเห็นว่า รัฐบาลยังมีเครื่องมืออีกจำนวนมากที่สามารถใช้ควบคุมและบรรเทาแรงกดดันด้านราคาน้ำมันได้
อย่างไรก็ตาม นักค้าน้ำมันหลายคนเตือนว่าราคาน้ำมันมีโอกาสทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไม่ช้า หลังการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เกิดการหยุดชะงักเกือบทั้งหมด ทำให้หลายประเทศผู้ส่งออกพลังงานต้องเร่งหาเส้นทางขนส่งทางเลือก
ด้าน Citigroup Inc. ประเมินว่า หลังอิหร่านเตือนว่าจะโจมตีเรือที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และ อิสราเอล ในช่องแคบดังกล่าว ตลาดน้ำมันโลกอาจสูญเสียอุปทานมากถึง 7–11 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากปัญหาการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น คำถามสำคัญที่ทั่วโลกกำลังจับตาคือสงครามครั้งนี้จะจบลงอย่างไร ระหว่างการเจรจาทางการทูตที่อาจช่วยคลี่คลายสถานการณ์ หรือการเผชิญหน้าที่อาจขยายวงกว้างจนกระทบเสถียรภาพพลังงานและเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง ซึ่งจนถึงขณะนี้ บทสรุปของความขัดแย้งก็ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ภาพ: Gergitek/shutterstock
อ้างอิง:

