โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งบังคับใช้ภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% ขยายสงครามการค้าเพื่อดึงงานผลิตกลับสู่สหรัฐฯ มีผล 2 เมษายนนี้ พร้อมส่งสัญญาณ ‘ธุรกิจไม้แปรรูป เซมิคอนดักเตอร์ และยารักษาโรค’ อาจเป็นระลอกถัดไปที่จะประกาศในสัปดาห์หน้า
ทรัมป์กล่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า (26 มีนาคม) “สิ่งที่เราจะทำคือเก็บภาษี 25% กับรถยนต์ทุกคันที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ เราจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากประเทศต่างๆ ที่ทำธุรกิจในประเทศของเรา ขโมยงานของเรา ดูดความมั่งคั่งของเรา และเอาสิ่งต่างๆ ไปจากเราตลอดหลายปีที่ผ่านมา”
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวต่อว่า ภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 เมษายน และสหรัฐฯ จะเริ่มจัดเก็บในวันถัดไป โดยภาษีนี้จะถูกเพิ่มเข้าไปจากอัตราภาษีที่มีอยู่แล้ว วิล ชาร์ฟ เลขาธิการทำเนียบขาว ระบุว่า รัฐบาลคาดการณ์ว่ามาตรการนี้จะสร้างรายได้ใหม่ให้สหรัฐฯ ปีละ 1 แสนล้านดอลลาร์
ทรัมป์ย้ำว่าภาษีดังกล่าวเป็นมาตรการถาวรและไม่มีความสนใจในการเจรจายกเว้นใดๆ มาตรการในวันพุธเป็นเพียงจุดเริ่มต้นก่อนการประกาศภาษีตอบโต้แบบในวงกว้างขึ้นในวันที่ 2 เมษายน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อลดกำแพงการค้าของประเทศอื่นและลดขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ
มาตรการดังกล่าวจะกำหนดอัตราภาษีแบบเฉพาะเจาะจงในแต่ละประเทศ เพื่อตอบโต้กำแพงภาษีที่กระทบต่อสินค้าส่งออกของสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ส่งสัญญาณว่าคู่ค้าบางประเทศอาจได้รับการยกเว้นหรือปรับลดอัตราภาษี นอกจากนี้ ยังมีแผนเก็บภาษีเฉพาะอุตสาหกรรม เช่น ไม้แปรรูป เซมิคอนดักเตอร์ และยารักษาโรคอีกด้วย
การเก็บภาษีรถยนต์ครั้งนี้ถือเป็นการขยายสงครามการค้าครั้งใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแบรนด์รถยนต์ชั้นนำในญี่ปุ่น เยอรมนี และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นคู่ค้ารายสำคัญของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังเสี่ยงต่อการทำให้ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอเมริกาเหนือปั่นป่วน เนื่องจากผู้ผลิตในสหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโก พึ่งพาการดำเนินงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ทรัมป์โต้แย้งว่าภาษีดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการเติบโตในภาคส่วนรถยนต์ในประเทศและบังคับให้บริษัทต่างๆ ย้ายฐานการผลิตมากขึ้นมาที่สหรัฐฯ
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงในวันพุธ นำโดยหุ้นเทคโนโลยี ท่ามกลางแรงกดดันจากภาษีนำเข้า ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 1.12% ปิดตลาดที่ 5,712.20 จุด ขณะที่ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรม Dow Jones ลดลง 132.71 จุด หรือ 0.31% ปิดตลาดที่ 42,454.79 จุด ขณะที่ Nasdaq Composite ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยี ร่วงหนัก 2.04% ปิดตลาดที่ 17,899.01 จุด หลังหุ้น NVIDIA ดิ่งเกือบ 6%
หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง Meta Platforms และ Amazon ปรับตัวลงมากกว่า 2% ขณะที่ Alphabet ร่วงเกิน 3% ส่วน Tesla ร่วงหนักกว่า 5% ราคาหุ้นของ General Motors Co., Ford Motor Co. และ Stellantis NV ร่วงลงในการซื้อขายหลังปิดตลาด ขณะที่ทรัมป์กำลังหารือเกี่ยวกับภาษีดังกล่าว โดยราคาหุ้น General Motors และ Stellantis ร่วงลงกว่า 3%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีเพิ่มขึ้น 3 Basis Points เป็น 4.35% ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น 0.3%
ภาพ: Win McNamee / Getty Images
อ้างอิง: