×

ตรีรัตน์มองมติ กพช. รับซื้อไฟฟ้าโซลาร์ 2.20 บาท เอื้อการไฟฟ้าฯ ได้กำไรเกือบ 5 พันล้านต่อปี

โดย THE STANDARD TEAM
29.04.2026
  • LOADING...
กราฟิกแสดงกำไรเกือบ 5 พันล้านบาทของการไฟฟ้าฯ จากมติ กพช. รับซื้อไฟฟ้าโซลาร์ภาคประชาชน

นโยบายการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโซลาร์ภาคประชาชนกำลังถูกตั้งข้อสังเกตถึงความคุ้มค่าและผลประโยชน์ที่แท้จริง หลังจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติกำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าจากประชาชนที่ต่ำกว่าราคาขายออกเกือบ 3 บาท นำไปสู่การตั้งคำถามถึงโครงสร้างราคาที่อาจเอื้อประโยชน์และสร้างกำไรมหาศาลให้แก่หน่วยงานรัฐมากกว่าการสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาด

 

ตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส อดีตรองเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ได้แสดงความคิดเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่กำหนดราคารับซื้อไฟฟ้าจากประชาชนที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในอัตรา ‘2.20 บาทต่อหน่วย’

 

เขสชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งของนโยบายเมื่อเปรียบเทียบกับราคาที่รัฐจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ประชาชนซึ่งอยู่ในระดับเกือบ ‘5 บาทต่อหน่วย’

 

จากการคำนวณโครงสร้างราคาดังกล่าว นายตรีรัตน์ระบุว่า ทำให้เกิดส่วนต่างราคาสูงถึงเกือบ ‘2.80 บาทต่อหน่วย’ ซึ่งส่วนต่างจำนวนนี้จะถูกแปลงเป็นกำไรเข้าสู่การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ได้แก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ในขณะที่ต้นทุนค่าบริการสายส่งไฟฟ้า (Grid cost) ที่แท้จริงอยู่ที่เพียง ‘0.51 บาทต่อหน่วย’ เท่านั้น

 

ตรีรัตน์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในต้นทุนค่าบริการสายส่ง 0.51 บาทต่อหน่วยนั้น ได้ครอบคลุมผลกำไรของการไฟฟ้าไว้เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้การกำหนดราคารับซื้อในปัจจุบันสร้างกำไรส่วนเกินให้แก่การไฟฟ้าฯ สูงถึงเกือบ 5,000 ล้านบาทต่อปี

 

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งคำถามถึงทิศทางการบริหารนโยบายพลังงานภายใต้การกำกับดูแลของ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่าการใช้รูปแบบการรับซื้อไฟฟ้าลักษณะนี้ เป็นการนำวาระการสนับสนุนประชาชนมาเป็นข้ออ้างเพื่อหารายได้และเพิ่มผลกำไรให้แก่การไฟฟ้าหรือไม่

 

ตรีรัตน์ได้เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาโดยเน้นย้ำว่า หากรัฐบาลมีความจริงใจในการสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและส่งเสริมพลังงานสะอาด รัฐบาลควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การรับซื้อไฟฟ้าคืนจากประชาชนให้เป็นธรรม โดยคำนวณจากราคาเดียวกับที่จำหน่ายให้แก่ประชาชน แล้วหักลบด้วยต้นทุนค่าบริการสายส่งที่ 0.51 บาทต่อหน่วย ซึ่งจะสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและไม่เป็นการเพิ่มภาระหรือเอาเปรียบผู้บริโภคในระบบพลังงานระยะยาว

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising