กรมธนารักษ์จับมือกรุงไทย เปิดตัว ‘Treasury Coin Market’ ตลาดประมูลเหรียญออนไลน์อย่างเป็นทางการ ทุกวันที่ 17 ของเดือน เปิดประเดิมด้วยเหรียญ 10 บาท ปี พ.ศ. 2533 ปิดที่ 2.54 ล้านบาท และจะประมูล ‘เหรียญสมเด็จย่า สุขภาพดีถ้วนหน้า’ ในรอบต่อไป
ประเด็นสำคัญ
วันนี้ (24 สิงหาคม) กรมธนารักษ์ ร่วมกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดตัว ‘Treasury Coin Market’ ระบบประมูลเหรียญออนไลน์แบบครบวงจร เพื่อเปิดทางให้ประชาชนและนักสะสมเข้าถึงข้อมูลและร่วมประมูลเหรียญของกรมธนารักษ์ได้ผ่านช่องทางออนไลน์
โดย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ระบบ ‘Treasury Coin Market’ ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มช่องทางประมูลเหรียญ แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับตลาดเหรียญในยุคดิจิทัล ช่วยลดข้อจำกัดด้านระยะทาง ให้ประชาชนและผู้สนใจในทุกพื้นที่สามารถเข้าถึงและเข้าร่วมการประมูลได้
จุดเด่นสำคัญของระบบ ‘Treasury Coin Market’ คือการสร้างกลไกการซื้อขายที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ ตั้งแต่ข้อมูลเกี่ยวกับเหรียญ ความถูกต้องและความแท้จริงของผลิตภัณฑ์ ความเป็นธรรมในการเสนอราคา ความปลอดภัยในการชำระเงิน ไปจนถึงการตรวจสอบย้อนหลัง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับตลาดเหรียญสะสม
โดยในอนาคตจะมุ่งพัฒนามาตรฐานกลางของตลาดเหรียญไทยสำหรับซื้อ ขาย และแลกเปลี่ยนเหรียญให้มีราคาอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ และเชื่อมโยงตลาดเหรียญไทยกับตลาดเหรียญสากลทั่วโลก
ด้านอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า การพัฒนา Treasury Coin Market เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนกลยุทธ์ ‘VALUE’ ของกรมธนารักษ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าและคุณค่าของทรัพย์สินของแผ่นดิน โดยระบบดังกล่าวจะรวบรวมข้อมูล องค์ความรู้ การประเมินและตรวจสอบคุณภาพเหรียญ รวมถึงระบบชำระเงินไว้ในกระบวนการเดียว
ขณะที่ธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ‘Treasury Coin Market’ เป็นอีกขั้นของความร่วมมือด้าน Digital Treasury ระหว่างกรุงไทยและกรมธนารักษ์ โดยมุ่งเชื่อมโยงข้อมูล กระบวนการ และธุรกรรมภาครัฐเข้าสู่ระบบดิจิทัล เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้ครบวงจรมากขึ้น
การเปิดแพลตฟอร์มดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ความสนใจในเหรียญสะสมและสินทรัพย์ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้น โดยกรมธนารักษ์ตั้งเป้าให้ระบบนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาตลาดเหรียญไทย จากเดิมที่การซื้อขายอาศัยข้อมูลและราคาจากผู้ซื้อขายเป็นหลัก ไปสู่ตลาดที่มีข้อมูลและราคาอ้างอิงที่ตรวจสอบได้มากขึ้น
ประเดิมเหรียญ 10 บาท ปี พ.ศ. 2533 ปิดที่ 2.54 ล้านบาท
กรมธนารักษ์ประเดิมการเปิดตัว ‘Treasury Coin Market’ ด้วยการนำเหรียญ 10 บาท ปี พ.ศ. 2533 ออกประมูลออนไลน์ โดยเป็นเหรียญที่ผ่านกระบวนการประเมินคุณภาพเหรียญ หรือ ‘Coin Grading’ ตามมาตรฐานสากล และมีระดับคะแนน MS 66 ซึ่งหมายถึง เหรียญสภาพใหม่ ยังไม่ถูกนำออกใช้งาน ผิวเหรียญมีลวดลายชัดเจน อาจมีรอยตำหนิเล็กน้อยจากกระบวนการผลิต ก่อนปิดการประมูลที่ราคา 2.54 ล้านบาท
โดยความพิเศษของเหรียญ 10 บาท ปี พ.ศ. 2533 คือการจัดทำขึ้นเพียง 100 เหรียญเพื่อเป็นที่ระลึกในการประชุมคณะกรรมการโรงกษาปณ์ ครั้งที่ 16 ณ ประเทศอังกฤษ และมีการแจกจ่ายให้ผู้เข้าร่วมประชุม 20 เหรียญ และบุคคลในประเทศไทยอีก 20 เหรียญ ขณะที่เหรียญที่เหลืออยู่ในการดูแลของกรมธนารักษ์
อัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ ระบุว่า ปัจจุบันมีเหรียญดังกล่าวอยู่ภายนอกกรมธนารักษ์ 34 เหรียญ อยู่ในพิพิธภัณฑ์เหรียญของกรมธนารักษ์ 8 เหรียญ ส่วนที่เหลือยังอยู่ในการดูแลของกรมธนารักษ์
รอบต่อไปประมูล ‘เหรียญสมเด็จย่า สุขภาพดีถ้วนหน้า’
สำหรับ ‘Treasury Coin Market’ จะเปิดประมูลผลิตภัณฑ์เหรียญเป็นประจำทุกวันที่ 17 ของเดือน โดยรอบถัดไปเตรียมนำเหรียญ ‘เหรียญทองแห่งสุขภาพดีถ้วนหน้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี’ หรือ ชื่อเล่นว่า ‘เหรียญสมเด็จย่า สุขภาพดีถ้วนหน้า’ ราคาหน้าเหรียญ 6,000 บาท ออกประมูล โดยผลิตเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า เนื่องในโอกาสที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองแห่งสุขภาพดีถ้วนหน้า เมื่อปี พ.ศ. 2533 ทั้งหมดจำนวน 604 เหรียญ โดยปัจจุบันเหลืออยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์ 11 เหรียญ
จากนั้นจะทยอยนำเหรียญหายากรายการอื่นออกประมูล เช่น เหรียญทองคำ 6,000 บาท ที่ระลึกเหรียญรางวัลแมกไซไซ เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสที่มูลนิธิแมกไซไซทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลแด่สมเด็จพระเทพฯ พ.ศ.2534 ซึ่งผลิตทั้งหมด 500 เหรียญ เหลืออยู่กับกรมธนารักษ์ 14 เหรียญ และเหรียญทองคำ 6,000 บาท ที่ระลึกในโอกาสครบ 100 ปีแห่งวันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ปี พ.ศ. 2536

