ByteDance บริษัทแม่สัญชาติจีนของ TikTok บรรลุข้อตกลงจัดตั้งบริษัทร่วมทุนที่มีชาวอเมริกันเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกแบนในสหรัฐฯ โดย ByteDance ยังคงถือหุ้น 19.9% ซึ่งทำให้สัดส่วนการถือหุ้นต่ำกว่าเกณฑ์ 20% ตามที่กฎหมายกำหนด ขณะที่ผู้ลงทุนสามราย ได้แก่บริษัท Silver Lake, Oracle และ MGX ซึ่งเป็นกองทุนลงทุนด้าน AI จากอาบูดาบี ถือหุ้นรายละ 15%
การปิดดีลครั้งนี้เป็นการสิ้นสุดความพยายามหลายปีในการรักษาอนาคตระยะยาวของ TikTok ในสหรัฐฯ และแก้ไขข้อกังวลที่ว่าแอปพลิเคชันนี้อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ
บริษัทร่วมทุนดังกล่าวมีชื่อว่า TikTok USDS Joint Venture LLC นำโดยซีอีโอ คือ อดัม เพรสเซอร์ (Adam Presser) ซึ่งเดิมเป็นผู้บริหารของ TikTok และเป็นผู้ดูแลด้านการปกป้องข้อมูลผู้ใช้งานชาวอเมริกันในสหรัฐฯ โดยมี วิล ฟาร์เรล (Will Farrell) รับตำแหน่งหัวหน้าระบบความปลอดภัยของแอปฯ
ขณะที่บริษัทได้ออกแถลงการณ์ว่า จะให้บริการผู้ใช้งานมากกว่า 200 ล้านคน พร้อมทั้งใช้มาตรการป้องกันที่เข้มงวดสำหรับการปกป้องข้อมูล ความปลอดภัยของอัลกอริทึม และการควบคุมเนื้อหา
“บริษัทร่วมทุนที่ชาวอเมริกันเป็นเจ้าของและถือหุ้นใหญ่จะดำเนินงานภายใต้มาตรการคุ้มครองที่กำหนดไว้ ซึ่งปกป้องความมั่นคงของชาติผ่านการปกป้องข้อมูลอย่างครอบคลุม ความปลอดภัยของอัลกอริทึม การควบคุมเนื้อหา และการรับประกันซอฟต์แวร์สำหรับผู้ใช้ในสหรัฐฯ”
บริษัทร่วมทุนนี้จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการเจ็ดคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกัน รวมถึงโจว โซ่วจือ (Shou Zi Chew) ซีอีโอของ TikTok สหรัฐฯ, เคนเนธ กลัค (Kenneth Glueck) รองประธานบริหารในสำนักงานซีอีโอของ Oracle และตัวแทนจากบริษัทลงทุน Susquehanna International Group, บริษัทไพรเวทอิควิตี้ Silver Lake และบริษัทลงทุน MGX จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอื่นๆ
ทั้งนี้ ความพยายามแบน TikTok ในสหรัฐฯ เริ่มต้นขึ้นเมื่อทรัมป์ ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในสมัยแรก ประกาศว่าจะไม่ใช้แอปฯ นี้ ขณะที่เรื่องราวทวีความรุนแรงขึ้นในปี 2024 หลังโจ ไบเดน ประธานาธิบดีขณะนั้น ลงนามในกฎหมายที่กำหนดให้แอปฯ TikTok เวอร์ชันสหรัฐฯ ต้องแยกตัวออกจากบริษัทแม่ในจีนอย่าง ByteDance มิฉะนั้นจะถูกแบนในสหรัฐฯ
โดยในสมัยที่ 2 ของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ทรัมป์ได้เลื่อนการบังคับใช้กฎหมายนี้หลายครั้ง ขณะที่พยายามหาข้อตกลงเพื่อโอนการควบคุมการดำเนินงานของแอปฯ ในสหรัฐฯ ไปเป็นของชาวอเมริกัน
ภาพ : REUTERS/Dado Ruvic/Illustration/File Photo
อ้างอิง :


