วันนี้ (3 พฤศจิกายน) พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้ยานยนตร์บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และทางหลวงพิเศษหมายเลข 9 ภายในระยะเวลาที่กำหนด พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจพิจารณาเป็นการล่วงหน้าและปรับแก้ไขชื่อร่างกฎกระทรวงเรียบร้อยแล้ว โดยให้กระทรวงคมนาคมรับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติไปดำเนินการต่อไป
การยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าว มีขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2569 จนเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ครอบคลุมเส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 (กทม. – บ้านฉาง ตอน กทม. – เมืองพัทยา รวมทางแยกต่าง ๆ และตอนบ้านหนองปรือ – บ้านฉาง) และมอเตอร์เวย์หมายเลข 9 (ถนนวงแหวนรอบนอก กทม. ตอนบางปะอิน – บางพลี) ระหว่างเวลา 12.00 น. ของวันที่ 26 กันยายน 2569 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 29 กันยายน 2569
พลอยทะเลระบุว่า การดำเนินการตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 จะทำให้ภาครัฐสูญเสียรายได้ประมาณ 53.37 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะก่อให้เกิดผลประโยชน์ตอบแทนทางด้านเศรษฐกิจโดยสามารถประเมินเป็นมูลค่าเงินได้ประมาณ 90.32 ล้านบาท ซึ่งประเมินจากมูลค่าการประหยัดค่าใช้จ่ายจากการใช้รถและมูลค่าจากการประหยัดเวลาในการเดินทาง รวมทั้งยังมีผลประโยชน์ทางอ้อมที่ไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าเงินได้ จากการที่ประชาชนนำเงินที่ประหยัดได้ไปใช้จ่ายในส่วนอื่น โดยมีค่าผลทวีคูณของการใช้จ่ายต่อระบบเศรษฐกิจ ประมาณ 1.38 เท่า คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 74 ล้านบาท
นอกจากนี้ ครม. ยังมีมติอนุมัติมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านอัตราค่าโดยสารร่วมในระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โดยกำหนดค่าแรกเข้าตามสัญญาเดิมไม่เกิน 17 บาท และอัตราค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ไม่มีการคิดค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าทุกสายในเขต กทม. และปริมณฑล มีระยะเวลาดำเนินมาตรการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2570 ตามมติคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน พร้อมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานให้เป็นไปตามแผน
พร้อมกันนี้ ครม. รับทราบประมาณการกรอบวงเงินค่าใช้จ่ายดำเนินมาตรการดังกล่าว วงเงินรวม 5,807 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินชดเชยค่าโดยสาร 5,785 ล้านบาท และเงินค่าธรรมเนียมการโอนเงินคืนประชาชนต่อรายการธุรกรรม 22 ล้านบาท โดยให้ สนข. เสนอขอรับจัดสรรงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่ออุดหนุนและบริหารการจ่ายเงินตามจริง ทั้งยังมอบหมายให้ รฟม. และ กทม. รวบรวมข้อมูลปริมาณการเดินทาง รายได้จริง และประเมินปริมาณผู้โดยสารส่วนเพิ่ม (Induced Demand) เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อใช้เป็นข้อมูลเจรจาสัดส่วนการแบ่งรายได้จากผู้ประกอบการคืนสู่ภาครัฐอย่างเหมาะสมและเป็นธรรมต่อไป

