×
388803

ธนาธร-ปิยบุตร ขอประชาชนเข้าใจนักศึกษา แยกเนื้อหาออกจากท่าทีการปราศรัย เปิดใจฟังแก่น 10 ข้อเสนอ

โดย THE STANDARD TEAM
15.08.2020
  • LOADING...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวานนี้ (14 สิงหาคม) เวลา 20.00 น. เพจคณะก้าวหน้า – Progressive Movement ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ร่วมกันจัดรายการ ‘ก้าวหน้า Talk’ โดยเป็นการพูดคุยถึงประเด็นร้อนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือกรณีการชุมนุมของประชาชน นิสิต นักศึกษาที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ และกำลังจะมีการชุมนุมใหญ่ ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในวันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคมนี้ ขณะเดียวกันก็มีการคุกคาม ติดตาม และจับกุมตัวแกนนำนักศึกษา โดยล่าสุด เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวแล้วนั้น

 

ปิยบุตรชี้ เทคนิคกฎหมายจัดการแกนนำนักศึกษา – ปัญหามาตรฐานกระบวนการยุติธรรม

ปิยบุตรกล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นมองว่าเป็นกลวิธีหรือเทคนิคในการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเพื่อจำกัดเสรีภาพประชาชน โดยตั้งข้อหาให้มาก ออกหมายจับให้มาก แล้วเลือกจับทีละนิด ทีละคน เพื่อให้การชุมนุมค่อยๆ อ่อนกำลังลงไป ทั้งนี้ในการจับทนายอานนท์ นำภา และไมค์-ภาณุพงศ์ จาดนอก เยาวชนระยอง ซึ่งล่าสุดศาลอาญาออกหมายเรียกไต่สวนวันที่ 3 กันยายน ฐานฝ่าฝืนเงื่อนไขประกันที่ห้ามทำผิดซ้ำเดิม ซึ่งกรณีนี้ก็มีปัญหาทางกฎหมายอยู่มาก เช่น เมื่อส่งตัว ศาลบอกให้ตำรวจกลับไปทำสำนวนใหม่ ซึ่งทนายบางท่านบอกว่าตามมาตรา 68 ป.วิอาญา ทำให้หมายจับนั้นสิ้นสภาพไปแล้ว ต้องไปขอศาลเพื่อออกหมายจับใหม่ หากแต่ตำรวจก็ยืนยันว่ามีอำนาจในการควบคุมตัวอยู่ นอกจากนี้เมื่อส่งศาลอีกรอบและศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยมีเงื่อนไขว่าห้ามกระทำผิดซ้ำอีก 

 

“ปัญหาคือนี่เป็นเพียงการตั้งข้อกล่าวหาในชั้นเจ้าพนักงานสอบสวนเท่านั้น รัฐธรรมนูญรับประกันว่าทุกคนบริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษา น่าแปลกใจว่าแล้วศาลตั้งเงื่อนไขการประกันตัวแบบนี้ได้หรือ ถ้าตั้งเงื่อนไขว่าห้ามไปกระทำความผิดซ้ำ นั่นหมายความว่าในสายตาของศาลมองว่าเขากระทำผิดแล้วหรือ ทั้งที่ยังเป็นข้อกล่าวหาอยู่”

   

นอกจากนี้ยังมีการชุมนุมปราศรัยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งตามประกาศฉุกเฉินที่ออกมาตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม บอกว่าให้กลับไปใช้ พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะ ซึ่งมีข้อยกเว้นว่าถ้าชุมนุมในสถานศึกษาไม่ต้องแจ้ง ก็รอดูการไต่สวนว่าจะเป็นอย่างไร แต่อดคิดไม่ได้ว่าทำไมสถานการณ์ประจวบเหมาะกับการที่ตำรวจชอบจับกุมตัววันศุกร์ และแปลกใจว่าศุกร์ที่แล้วเพนกวินปราศรัยหน้า สน.บางเขน ทำไมไม่จับ เลือกจับวันนี้ อย่างนี้อดคิดไม่ได้ว่าเจ้าหน้าที่คิดอะไรอยู่ การปฏิบัติหน้าที่ อ้างทุกครั้งว่าทำตามกฎหมาย ทำตามหน้าที่ ไม่ทำมีความผิด มีผู้บังคับบัญชาสั่งมา 

 

“แต่อยากบอกว่าท่านกินภาษีประชาชน ผู้บังคับบัญชาท่านและระบอบที่สังกัดตอนนี้ไม่ยั่งยืนเสมอไป จะมีวันล่มสลายอย่างแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว วันนั้นท่านอาจจะนึกเสียใจ นิสิตนักศึกษาเหล่านี้ไม่ใช่อาชญากรโดยสันดาน เขาเพียงแค่อยากมาเรียกร้อง ทนเห็นสภาพบ้านเมืองแบบนี้ไม่ไหว แต่ทำราวกับอาชญากรอย่างนี้ คนก็อดเปรียบเทียบคดีคุณบอส อยู่วิทยา ไม่ได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ขยันกวดขันกันมากกว่านี้ก็คงหนีไม่ทัน แต่กับนักศึกษาตามทุกฝีก้าว สังคมกำลังตั้งคำถามถึงมาตรฐานกระบวนการยุติธรรม” ปิยบุตรกล่าว

 

ธนาธรอัด รัฐบาลไม่จริงใจ-แค่ข้อเรียกร้องแรกก็ทำไม่ได้

ธนาธรกล่าวว่า การข่มขู่ คุกคาม ลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าและยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ทนายอานนท์ ไมค์ และเพนกวิน แต่มีในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เช่น กลุ่มเยาวชนปลดแอกปัตตานี ก็มีเจ้าหน้าที่ทหารไปติดตาม นักศึกษาในภาคอีสานหลายคนก็โดน ตอนนี้กลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่ไล่ติดตามข่มขู่ให้ประชาชนกลัว ติดต่อไปที่เพื่อน ที่ครอบครัว หรือตามไปถึงบ้าน และยิ่งล่าสุดก็มีแผนผังกลุ่มบุคคลที่ปราศรัยเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ซึ่งมีกระทั่งรายชื่อคนสั่งน้ำแข็งอยู่ในผังแล้ว ตนเห็นผังแบบนี้หลายครั้ง ลักษณะนี้เป็นหน่วยงานความมั่นคงแน่นอน นี่คือความพยายามจัดการแกนนำอย่างเป็นระบบ นี่คือการทำให้กลัว พยายามยัดเยียดข้อกล่าวหาทีละเล็กน้อยให้รู้สึกกังวล ให้สูญเสียเวลา สูญเสียทรัพยากร สูญเสียกำลังใจ ต้องเรียนอยู่แล้ว เรียกร้องรณรงค์อยู่แล้ว ยังต้องจัดการเรื่องคดีอีก ซึ่งตนยืนยันว่ากลุ่มคนแกนนำต่างๆ เหล่านี้เขาต้องการกำลังใจจากประชาชน ดังนั้นอย่าปล่อยให้เขาสู้อย่างโดดเดี่ยว ต้องออกมาช่วยกัน

  

“สำหรับข้อเรียกร้องหยุดคุกคามเสรีภาพของประชาชน แก้รัฐธรรมนูญ และยุบสภานั้น ทั้ง 3 เรื่องเกี่ยวเนื่องกัน สัปดาห์ก่อนด้านหนึ่งมีการตั้งกรรมาธิการรับฟังเสียงเรียกร้องนักศึกษา ขณะที่อีกขาให้เจ้าหน้าที่ไล่คุกคาม ยัดข้อหาให้กับแกนนำ ดังนั้นนี่เป็นการพิสูจน์ว่าความพยายามของรัฐบาลในการฟังนักศึกษาและหาทางออกประเทศนั้นไม่เป็นจริง แค่ข้อเรียกร้องแรกก็ไปด้วยกันไม่ได้แล้ว ดังนั้นเวลาแบบนี้อย่าปล่อยให้คนลุกขึ้นมาสู้โดดเดี่ยว เราเป็นกำลังใจ เป็นกำลังกายให้กัน ผมเห็นว่าอนาคตของประเทศตอนนี้อยู่ในมือเยาวชนนักศึกษา เขาจะเป็นตัวกำหนดอนาคตประเทศ เราให้กำลังใจเต็มที่”

 

ปิยบุตรแนะแยกเนื้อหา-ท่าทีปราศรัย เปิดใจฟังแก่น 10 ข้อเสนอ

ปิยบุตรกล่าวด้วยว่า สถานการณ์ตอนนี้จุดตัดสำคัญคือการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ที่มีการปราศรัยยื่นข้อเสนอเพิ่มเติม 10 ข้อ ซึ่งเป็นประเด็นปัญหาเกี่ยวสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยต่อมาสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคือฝ่ายอนุรักษนิยมไม่สบายใจ กังวลว่าสถานการณ์จะไปสู่ความรุนแรง ตนอยากเชิญชวนพิจารณาว่าให้แยกแก่นกับกระพี้ออกจากกัน คือ 10 ข้อเสนอนั้น ส่วนเนื้อหาเรื่องหนึ่ง และส่วนลีลาท่าทางการอภิปรายนั้นอีกเรื่องหนึ่ง คิดว่าหลายคนที่ไม่สบายใจเป็นเรื่องท่าทีและการแสดงออกบางอย่างบนเวที แต่นั่นเป็นเพียงรูปแบบ ไม่ควรเอามาทำลายเนื้อหา ไม่ควรเอามาบิดผันว่าเขามีพฤติกรรมและทัศนคติล้มล้างสถาบันฯ เพราะเมื่อดูรายละเอียดทั้ง 10 ข้อเสนอเพิ่มเติมนั้น ไม่มีตรงไหนที่บอกว่าเป็นเรื่องล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นเพียงการแก้กฎหมายที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น ไม่ได้พูดเรื่องว่าประเทศไทยจะกลายเป็นสาธารณรัฐ แต่ยืนยันว่าประเทศไทยจะยังเป็นราชอาณาจักรอยู่ต่อไป ยังมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสืบทอดทางสายโลหิตอยู่ต่อไป และเท่าที่ฟังข้อเสนอเหล่านี้ เขาก็พูดชัดว่าต้องการทำเพื่อธำรงสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มั่นคงอยู่คู่กับประชาธิปไตย นี่คือแก่น ส่วนการที่ไม่สบายใจในรูปแบบท่าทีบนเวทีก็ต้องใช้วิธีอื่นตักเตือนหรือเชิญมาพูดคุย ไม่ใช่กวาดล้างปราบปราม

   

“หลากหลายเรื่องราวถูกพูดถึงในที่สาธารณะเรียบร้อยแล้ว ประเด็นคือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้นมีการพัฒนา มีการเปลี่ยนความสัมพันธ์ทางอำนาจในรัฐธรรมนูญมาโดยตลอดนับตั้งแต่ปี 2475 จนวันนี้ ใครก็ตามที่พูดถึงสถาบันต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญจึงเป็นธรรมดา อยู่ที่จะต้องถกเถียงว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยในประเด็นใด ซึ่งถกเถียงกันได้ โดยขีดเส้นชัดว่าภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้นอยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนทำความเข้าใจน้องนักศึกษาที่พูดบนเวที วัยแห่งความดุเดือดเลือดพล่าน ฮึกเหิมแบบบนเวทีวันนั้น คิดว่าหลายท่านก็คงเคยผ่าน และไม่ควรเอาเหตุการณ์นั้นมาเป็นเหตุให้พวกกระหายเลือดที่จ้องรอกวาดล้างนักศึกษาใช้เป็นเครื่องมือ ต้องช่วยกันหยุดเรื่องนี้” ปิยบุตรกล่าว

 

ธนาธรไม่สบายใจ ส.ว. กระหายเลือดร้องปราบนักศึกษา

ขณะที่ธนาธรกล่าวว่า จินตนาการระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของผู้คนนั้นไม่ตรงกัน แม้ใช้คำเดียวกัน แต่ความหมายไม่ตรงกัน ดังนั้นจะทำให้ตรงกันได้ต้องคุยกัน และยืนยันว่าการพูดคุยกันเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาไม่ใช่อาชญากรรม เพราะไม่อย่างนั้นเริ่มคุยกันไม่ได้ ตนยืนยันว่าการคุยกันอย่างเปิดเผย ไม่อาฆาตมาดร้าย คุยอย่างมีเหตุผล เป็นจุดเริ่มต้นการหาทางออกเพื่อปรับจินตนาการเราให้ตรงกัน ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในรอบหลายวันที่ผ่านมาทำให้ตนรู้สึกกังวลใจอย่างมาก ยิ่งได้ฟังการปราศรัยในสภาของ ส.ว. บางท่าน เห็นชัดเลยว่าเขาต้องการเห็นการปราบปรามอย่างเด็ดขาดเหมือนพวกกระหายเลือด และการที่คนกลุ่มนี้พูดว่านักศึกษาจาบจ้วงเมื่อไร เขาไม่เคยพูดว่ามีเนื้อหาตรงไหนจาบจ้วงเพื่อจะได้ถกเถียงกันอย่างมีเหตุผล ตนคิดว่าเรื่องนี้ไม่เป็นธรรม

   

“การทำให้การพูดเรื่องนี้ปลอดภัยไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม การพูดเรื่องที่เป็นปัญหาที่กระอักกระอ่วนใจต้องทำได้อย่างเป็นสาธารณะ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายกระหายเลือดนำมาใช้โจมตีตลอดเวลา ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องพยายามทำให้การพูดเรื่องนี้ปลอดภัยด้วยการพูดเยอะๆ อย่างมีเหตุผล โดยไม่ใช้ท่าทีที่ทำให้ฝ่ายอนุรักษนิยมไม่สบายใจ สังคมไทยก็จะสามารถเผชิญความจริง สังคมไทยจะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีวุฒิภาวะมากขึ้น ต้องเผชิญหน้าความจริงอันกระอักกระอ่วนอย่างตรงไปตรงมา มีแต่วิธีนี้เท่านั้นที่จะพาสังคมไปสู่ทางออกที่เป็นรูปธรรมได้” ธนาธรกล่าว

   

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายรายการได้มีการเชิญชวนรับฟังการบรรยาย ‘ว่าด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข’ โดยปิยบุตร เวลา 11.00-12.00 น. วันที่ 16 สิงหาคม ขณะเดียวกันได้เชิญชวนประชาชนไปร่วมให้กำลังใจในการชุมนุมที่จะมีขึ้นในเย็นวันที่ 16 สิงหาคมด้วย 

 

ขณะที่ธนาธรระบุสาเหตุที่ตนเองและปิยบุตรไม่ไปร่วมชุมนุมว่า การไปร่วมชุมนุมวันนี้น่าจะเป็นโทษกับนักศึกษามากกว่าเป็นคุณ เพราะจะถูกโจมตีว่าอยู่เบื้องหลัง คิดว่าอนาคตอยู่ในมือนักศึกษา ประเทศไทยจะไปในทิศทางใด เยาวชนนักศึกษาเป็นคนตัดสิน โดยพร้อมเป็นกำลังใจและขอปกป้องอยู่ข้างหลัง

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories