บนเวที ‘Co-creation of longevity economy / ร่วมสร้างเศรษฐกิจอายุยืน: โอกาสธุรกิจไทยที่ต้องโตไปด้วยกัน’ ในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 เทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย และ ปรีชา สนั่นวัฒนานนท์ ประธานอนุกรรมการยุทธศาสตร์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ร่วมเปิดมุมมองการยกระดับภาคการท่องเที่ยวไทยจากการพักผ่อนทั่วไป สู่เป้าหมายการเป็นจุดหมายปลายทางด้านเศรษฐกิจอายุยืน (Longevity Destination) ระดับโลก โดยมี พลวุฒิ สงสกุล THE STANDARD ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ
ออกแบบการท่องเที่ยวใหม่ ดึงต่างชาติพักยาวด้วยความสุข
เทียนประสิทธิ์ ระบุว่า ปัจจุบันการท่องเที่ยวไทยเน้นการท่องเที่ยวแบบ Leisure หรือการเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจและหาความสนุกเป็นหลัก แต่การเที่ยวรูปแบบนี้กำลังถึงจุดอิ่มตัว การขยับสู่แนวคิด Longevity หรือ การท่องเที่ยวเพื่อดูแลสุขภาพให้มีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีความสุข จะช่วยขยายกรอบการตลาดให้กว้างขึ้น โดยโรงแรมสามารถออกแบบโปรแกรมการพำนักระยะยาว 14–30 วัน และทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงพันธมิตรทั้งด้านอาหารเพื่อสุขภาพ การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพองค์รวม
เทียนประสิทธิ์ ยังกล่าวว่า จุดแข็งของประเทศไทยคือความสนุกสนาน และผู้ประกอบการควรสอดแทรกความสนุกเข้าไปในโปรแกรมการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มสีสัน พร้อมมองว่า กลุ่มเป้าหมายสำคัญคือกลุ่มคนวัย 55 ปีขึ้นไปที่มีทั้งกำลังซื้อและความพร้อมในการดูแลสุขภาพ
รวมพลัง 650 แบรนด์เอกชน ขับเคลื่อนระบบนิเวศรับเทรนด์ใช้ชีวิต
ด้าน ปรีชา อธิบายว่า นักท่องเที่ยวในยุโรปและสหรัฐอเมริกาเริ่มเปลี่ยนจากการมาเที่ยวระยะสั้นไปเป็นการมองหาพื้นที่ใช้ชีวิตระยะยาว ซึ่งไทยมีต้นทุนที่แข็งแกร่งอยู่แล้วทั้งด้านการท่องเที่ยวและการแพทย์ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีแบรนด์ไทยกว่า 650 แบรนด์ที่หันมาทำธุรกิจด้านสุขภาพและ Longevity แบ่งเป็นแบรนด์ขนาดใหญ่ราว 40–50 แบรนด์ ที่เหลือเป็นสตาร์ตอัปและ SMEs
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักไม่ได้อยู่ที่เป้าหมายเชิงมหภาค แต่อยู่ที่การสร้างระบบนิเวศเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้าด้วยกัน ปรีชาย้ำว่าฝั่งอุปสงค์หรือการส่งเสริมการตลาดนั้นภาครัฐมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต้องเร่งทำคือการพัฒนาฝั่งอุปทาน (Supply-side) ซึ่งเอกชนสามารถเริ่มจับมือกันได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ ส่วนภาครัฐสามารถช่วยปลดล็อกในเชิงโครงสร้าง เช่น นโยบายวีซ่าพำนักระยะยาวและการบริการทางการแพทย์
ปลุกเศรษฐกิจเมืองรอง โตอย่างยั่งยืนด้วย Human Touch
ปรีชา ชี้ว่า เศรษฐกิจอายุยืนมีโอกาสเป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ (S-Curve) ที่พาประโยชน์กระจายสู่ชุมชนและจังหวัดเมืองรอง เช่น จันทบุรี แพร่ ลำปาง หรือสามร้อยยอด ซึ่งมีความพร้อมในการรองรับผู้ที่ต้องการมาใช้ชีวิต 60–90 วัน หากท้องถิ่นเสริมสร้างความเข้าใจด้าน Longevity Literacy จะช่วยสร้างการเติบโตที่ครอบคลุมทุกภาคส่วน
ในการตอบคำถามทิ้งท้ายถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำ เทียนประสิทธิ์ เน้นย้ำว่าสิ่งที่ต้องรักษาไว้คือ “Human Touch” ในงานบริการ ซึ่งเทคโนโลยีหรือปัญญาประดิษฐ์ไม่สามารถทดแทนได้ และไม่ควรมองสิ่งต่างๆ เป็นอุปสรรคจนไม่ลงมือทำ ขณะที่ ปรีชา ทิ้งท้ายว่า “อย่าลังเล ทำเลย” เพื่อคว้าโอกาสทางเศรษฐกิจที่ไทยมีความได้เปรียบสูงในระดับโลก

