×

จากเสือเศรษฐกิจ ไทยกลายเป็น ‘ผู้ป่วยแห่งเอเชีย’ เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?

04.02.2026
  • LOADING...
ภาพบรรยากาศร้านค้าและร้านอาหารริมทางที่ถนนบรรทัดทอง กรุงเทพฯ ซบเซาและปิดตัวลง สะท้อนภาวะเศรษฐกิจไทยถดถอย

ประเทศไทยกลายเป็น ‘ผู้ป่วย’ แห่งเอเชียได้อย่างไร?

 

The Financial Times สำนักข่าวเศรษฐกิจอังกฤษ รายงานบทวิเคราะห์ ‘How Thailand became the ‘sick man’ of Asia’ ว่า ครั้งหนึ่งไทยเคยเป็นเสือเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ เสือแห่งเอเชีย ที่มีการเติบโตสองหลัก (Double digit) แต่ปัจจุบันเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลัก ทั้งการบริโภค การผลิต และภาคการท่องเที่ยว ทั้งหมดกำลังอยู่ในช่วง ‘ขาลง’

 

เช่นเดียวกับคนไทยหลายล้านคน The Financial Times สัมภาษณ์ ทิพย์วิมล วานิชถาพันธ์ ผู้ประกอบการวัย 57 ปี เดินทางมายังกรุงเทพฯ เพื่อหางานที่ดีกว่าเลี้ยงดูครอบครัว ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา เธอเปิดร้านอาหารเล็กๆ ให้บริการพนักงานออฟฟิศ

 

แต่ขณะนี้ยอดขายลดลงถึงสองในสามในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทำให้ลูกค้าไม่มาใช้บริการ กระทั่งขาดทุนมากขึ้นเรื่อยๆ และเดือนเมษายน วางแผนที่จะปิดร้านเมื่อสัญญาเช่าหมดอายุ

 

เธอระบุว่า ตอนนี้มีคนถูกเลิกจ้างจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนกำลังซื้อจึงลดลง พร้อมกังวลค่าใช้จ่าย และสินเชื่อรถยนต์ที่ยังไม่ได้ชำระคืน

 

ทั้งนี้ การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ เป็นประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในวันอาทิตย์นี้ (8 ก.พ.) โดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล และบรรดาพรรคการเมืองต่างชูนโยบายหาเสียง ด้วยการให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง

 


 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

 


 

10 ปี ไทยถดถอย จากเสือแห่งเอเชีย สู่ ‘ผู้ป่วยแห่งเอเชีย’

 

อย่างไรก็ตาม ไทยที่เคยมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยังคงติดกับดัก GDP ที่โตราวๆ 2% มาตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จากปัจจัยหลักที่ต้องพึ่งแรงหนุนจากการบริโภค การผลิต และการท่องเที่ยว ‘ล้วนอยู่ในช่วงขาลง’

 

ทว่า หากย้อนดูอัตราการเติบโต สูงถึง 13% ในปี 1988 ในปีนั้นประเทศไทยได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘เสือแห่งเอเชีย’ (Asian Tiger)

 

ปัจจุบันเป็นเพียง ‘ความทรงจำ’ อันว่างเปล่า เนื่องจากไทยเผชิญประชากรสูงอายุและลดลงอย่างรวดเร็ว หนี้ครัวเรือนสูง (Household debt) และขีดความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) ที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

 

“จากที่เคยได้รับการขนานนามว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่ปราศจากพิษภัย เป็นเสือแห่งเอเชีย วันนี้กลับกลาย ‘ผู้ป่วยแห่งเอเชีย’ ภายใน 10 ปี นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก” บุรินทร์ อดุลวัฒนะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารกสิกรไทยกล่าว

 

หนี้ครัวเรือนสูง การเมือง ‘ไร้เสถียรภาพ’

 

สิ่งที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก คือความไม่มั่นคงทางการเมืองที่ยืดเยื้อและการเปลี่ยนแปลงผู้นำบ่อยครั้ง ประกอบกับฝ่ายอนุรักษ์นิยมสถาบันพระมหากษัตริย์และกองทัพติดอยู่ในภาวะเผชิญหน้ากับพรรคปฏิรูปที่ชนะการเลือกตั้ง แต่ถูกกีดกันไม่ให้เข้าสู่อำนาจ ส่งผลให้ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีถึง 3 คนใน 3 ปี

 

กิตติ พรศิวะกิจ นายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย กล่าวว่า โครงการและงบประมาณด้านการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หากรัฐบาลมีความน่าเชื่อถือและเสถียรภาพที่ดีกว่านี้ เราก็สามารถกลับไปสู่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดได้

 

พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทุกอย่างกำลังพังทลาย เราไม่มีเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตใหม่ๆ นี่ไม่ใช่เรื่องของอุปสงค์ตามวัฏจักร แต่ตอนนี้มันเป็นปัญหาที่ร้ายแรงซึ่งต้องการ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการปฏิรูปอย่างแท้จริง”

 

อีกหนึ่งสัญญาณร้ายของภาวะเศรษฐกิจตกต่ำและกำลังเพิ่มขึ้น คือการผิดนัดชำระหนี้ ธนาคารจึงปล่อยสินเชื่อน้อยลง ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์อยู่ในภาวะตกต่ำที่สุดในรอบ 3 ทศวรรษ และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งบ่งชี้ถึงความต้องการที่อ่อนแอ ตลาดหุ้นไทยเป็นตลาดที่ทำผลงานได้แย่ที่สุดในเอเชียในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยลดลง 10% ในปี 2025

 

เวียดนามมาแรง ‘ภาคการผลิตไทย’ อ่อนแรง

 

แม้รัฐบาลคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ที่ 2% ในปีนี้ แต่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ไว้เพียง 1.6 % ซึ่งเป็นตัวเลขที่โตต่ำสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

“เรากังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย” เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวเมื่อเดือนที่แล้ว โดยเกรียงไกรเตือนว่า แรงกดดันจากภาษีนำเข้า 19% ของสหรัฐฯ และการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์ จะบั่นทอนภาคการส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์สำคัญของประเทศ

 

“รัฐบาลใหม่ต้องพยายามอย่างจริงจังในการเปลี่ยน อุตสาหกรรมเก่าให้เป็นอุตสาหกรรมใหม่” เขาย้ำ

 

โดยภาคการผลิตอยู่ในช่วงขาลงมาหลายปีแล้ว เนื่องจากความต้องการภายในประเทศที่อ่อนแอ การไหลเข้าของสินค้าจีนราคาถูกทะลัก และการแข่งขันที่รุนแรงจากศูนย์กลางการผลิตใหม่ๆ จากเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม

 

ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลกระทบต่อภาคยานยนต์ของไทยที่เคยรุ่งเรือง ซึ่งประเทศไทยเคยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ในภูมิภาค แต่ Nissan, Honda, Suzuki และบริษัทอื่นๆ ได้ปิดโรงงานหรือลดการผลิตลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

 

ยุพิน บุญศิริจันทร์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การชะลอตัวอย่างมาก ของอุตสาหกรรมรถยนต์ส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

“ยอดผลิตรถยนต์ ยอดขายในประเทศ และอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงจากระดับก่อนเกิดโรคระบาดและระดับสูงสุด” เธอกล่าวพร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นการลงทุนและความต้องการภายในประเทศ

 

นักเศรษฐศาสตร์ กล่าวอีกว่า ประเทศไทยจะต้องปลดล็อกนโยบายกีดกันทางการค้า ผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการลงทุนจากต่างประเทศ และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่การเติบโตที่มีศักยภาพ เช่น Data center อุตสาหกรรมการผลิตสินค้ามูลค่าสูง เช่น ยา และเทคโนโลยีชีวภาพ

 

“แต่ภารกิจเร่งด่วนกว่าคือการฟื้นฟูฐานะทางการเงินของผู้บริโภคไทย”

 

โดยเฉพาะอัตราส่วนหนี้ภาคครัวเรือนต่อ GDP ทะลุเพดาน 90% ซึ่งเป็นประเทศที่อยู่ในอันดับต้นในเอเชีย เนื่องจากค่าจ้างยังคงทรงตัว และประชากรไทยลดลงต่อเนื่องมา 4 ปี โดยอัตราการเกิดต่ำสุดในรอบ 75 ปี ในปี 2025

 

ภาพบรรยากาศร้านค้าและร้านอาหารริมทางที่ถนนบรรทัดทอง กรุงเทพฯ ซบเซาและปิดตัวลง สะท้อนภาวะเศรษฐกิจไทยถดถอย 1

 

ส่งผลให้ คนไทยจำนวนมากกำลังลดค่าใช้จ่ายและการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น “ลูกค้าของฉันน้อยลงเรื่อยๆ” เจ้าของร้านเสริมสวยในกรุงเทพฯ กล่าว เธอบอกว่า ปีนี้คนไทยหาทางประหยัดมากขึ้น ซื้อของใช้ส่วนตัวน้อยลง และเน้นซื้อของให้ลูกๆ มากขึ้น เธอกล่าวขณะซื้อของที่ร้านขายของราคา 20 บาท

 

ท่องเที่ยวหดตัว ร้านค้าทยอยปิดตัว

 

บุรินทร์ กล่าวเสริมอีกว่า “เศรษฐกิจไม่ได้อยู่ในห้องไอซียู แต่หากรัฐบาลไม่แก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้ สถานการณ์จะแย่ลงกว่านี้มาก”

 

นอกจากนี้ ภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญทางเศรษฐกิจกำลังชะลอตัว และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังธุรกิจค้าปลีก เกษตรกรรม และการก่อสร้างโรงแรม ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.9 ล้านคนในปี 2025 ลดลง 7% จากปีที่แล้ว และยังต่ำกว่าจุดสูงสุดก่อนเกิดโรคระบาดที่ 40 ล้านคนในปี 2019

 

อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากความกังวลด้านความปลอดภัยหลังจากนักแสดงชาวจีนถูกลักพาตัว จากปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติเมื่อปีที่แล้ว รวมถึงการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากประเทศต่างๆ เช่น เวียดนามและญี่ปุ่น

 

บรรยากาศที่หดหู่ปรากฏให้เห็นทั่วกรุงเทพฯ ที่ซึ่งร้านอาหารร้าง โรงแรมแทบจะไม่เต็ม และผู้ค้าปลีกกำลังดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ที่ถนนบรรทัดทอง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นแหล่งอาหารริมทาง (Street food) ที่คึกคักสำหรับนักท่องเที่ยว ร้านอาหารหลายแห่งทยอยปิดตัวลง

 

ภาพ: Sakchai Vongsasiripat , Getty images

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising