×

ปล่อยให้ AI ช้อปแทน ผู้ใช้ไทยกว่า 80% พร้อมแล้ว มากที่สุดในอาเซียน ดันเศรษฐกิจดิจิทัลไทยปีนี้แตะ 2.43 ล้านล้านบาท

30.10.2026
ภาพจำลองหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ให้คำแนะนำและช่วยซื้อสินค้าในระบบค้าปลีก

รายงาน e-Conomy SEA 2026 ที่จัดทำโดย Google, Temasek และ Bain & Company คาดว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในปี 2569 จะมีมูลค่าสินค้ารวม หรือ GMV 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (2.43 ล้านล้านบาท ที่อัตรา 33.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) เติบโต 19% จากปีก่อน แม้ภาวะเศรษฐกิจมหภาคยังมีความท้าทาย

 

 
 

ในระยะยาว รายงานคาดว่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทยจะมีมูลค่าแตะ 1.04 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.51 ล้านล้านบาท)ภายในปี 2573 และ 1.67 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (5.64 ล้านล้านบาท)ภายในปี 2578 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% โดยมีแรงหนุนจากแผนยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติที่ครอบคลุมการสร้างอธิปไตยทางดิจิทัล, ธรรมาภิบาล AI, การพัฒนาบุคลากรทักษะสูง และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

 

อีกข้อค้นพบที่รายงานให้น้ำหนัก คือไทยมีความพร้อมด้าน ‘Agentic Commerce’ หรือการให้ AI ทำหน้าที่ซื้อของและจัดการงานแทนผู้บริโภค มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

อีคอมเมิร์ซยังนำ ทุกกลุ่มหลักโตสองหลัก

 

รายงานระบุว่าตลาดดิจิทัลไทยเข้าสู่ช่วงที่เติบโตเต็มที่และหันมาเน้นการสร้างรายได้แล้ว โดยแพลตฟอร์มต่างๆ ปรับกลยุทธ์ไปเน้นการทำกำไร, แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเริ่มเก็บค่าธรรมเนียม และมีการนำโซลูชัน AI มาใช้ในวงกว้างขึ้น

 

อีคอมเมิร์ซยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ด้วยมูลค่าสินค้ารวม 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.45 ล้านล้านบาท)ในปี 2569 เติบโต 20% และคาดว่าจะแตะ 1.02 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.44 ล้านล้านบาท)ภายในปี 2578

 

ธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์เติบโต 12% มีมูลค่า 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (4.73 แสนล้านบาท) และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (8.78 แสนล้านบาท)ภายในปี 2578 จากการนำ AI มาใช้ทำการตลาดจุดหมายปลายทางและการเดินทางออนไลน์ ส่วนสื่อออนไลน์โตเร็วที่สุดในกลุ่มนี้ที่ 21% มีมูลค่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.04 แสนล้านบาท) และคาดว่าจะแตะ 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (5.74 แสนล้านบาท)ภายในปี 2578

 

บริการเรียกรถและสั่งอาหารเติบโต 19% มีมูลค่า 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2.36 แสนล้านบาท) และคาดว่าจะแตะ 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (7.09 แสนล้านบาท)ภายในปี 2578 หรือเติบโตเฉลี่ยปีละ 12% โดยได้แรงหนุนจากการควบรวมในตลาดและการหันมาเน้นทำกำไร

 

คนไทยใช้ AI ถี่ที่สุดในภูมิภาค

 

ปัจจุบันไทยมีผู้ใช้ Generative AI 31 ล้านคน หรือ 63% ของประชากรวัยทำงาน และมีการถาม AI รวมกันกว่า 2.1 หมื่นล้านครั้งต่อปี โดยคนไทยใช้ AI เฉลี่ย 2.7 ครั้งต่อสัปดาห์ ซึ่งถี่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

ในตัวชี้วัดอื่น ไทยอยู่อันดับ 3 ของภูมิภาคด้านปริมาณการใช้งานต่อคน ที่ 15 ล้านโทเค็นต่อผู้ใช้หนึ่งคน และอันดับ 2 ด้านสัดส่วนคนที่ใช้ Generative AI ทุกวัน ที่ 22% ของประชากรวัยทำงาน

 

การใช้งานของคนไทยเน้นเรื่องที่ใช้ได้จริง โดย 1 ใน 3 ของพรอมต์เป็นคำถามเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์และการค้นหาข้อมูล ส่วนหมวดที่ใช้มากที่สุดคือการทำงาน, การศึกษา และการช็อปปิ้งออนไลน์ ตามด้วยสุขภาพและการเดินทาง

 

วิลลี่ ชาง Partner, Bain & Company มองว่านโยบายของไทยถูกออกแบบให้สอดรับกับการใช้ AI ที่เติบโตเร็ว แต่ตัวชี้วัดความสำเร็จจริงอยู่ที่ผลลัพธ์ทางธุรกิจมากกว่าระดับการใช้งาน ธุรกิจที่ออกแบบกระบวนการทำงานใหม่โดยมี AI เป็นแกนหลักจะเป็นกลุ่มที่เปลี่ยนความตื่นตัวนี้ให้เป็นผลตอบแทนได้

 

พร้อมให้ AI ตัดสินใจซื้อของแทน

 

ผู้บริโภคไทยมีความพร้อมใช้ ‘Agentic AI’ มากที่สุดในภูมิภาค โดย 41% ของเส้นทางการซื้อของผู้บริโภคเริ่มต้นบนแพลตฟอร์ม AI ขณะที่ 75% ของผู้ใช้บอกว่าเชื่อมั่นใน AI มากขึ้นกว่าปีที่แล้ว และกว่า 80% ยินดีให้ Agentic AI ตัดสินใจซื้อสินค้าหรือจัดการงานที่ซับซ้อนแทน

 

ความต้องการ AI ที่เข้าใจบริบทท้องถิ่นยังสูง เพราะ 78% ของการสนทนากับ AI ใช้ภาษาไทย ซึ่งรายงานมองว่าเป็นเหตุผลที่ต้องพัฒนาโมเดลภาษาที่เข้าใจบริบทไทยได้จริง

 

ราฟาเอล ซิสโลว์สกี Country Manager, Google ประเทศไทย ระบุว่าเมื่อผู้บริโภค 80% พร้อมให้ AI Agent ทำงานแทน Google จะทำงานร่วมกับภาครัฐและพาร์ทเนอร์ในไทย เพื่อเปลี่ยนความเชื่อมั่นที่สูงเป็นประวัติการณ์นี้ให้เป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืน

 

การเงินดิจิทัลโตสองหลัก สินเชื่อโตเร็วที่สุด

 

การชำระเงินดิจิทัลมีมูลค่าธุรกรรมรวม หรือ GTV 2.15 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (7.26 ล้านล้านบาท)ในปี 2569 เติบโต 19% และคาดว่าจะแตะ 3.23 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (10.9 ล้านล้านบาท)ในปี 2573 และ 4.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (14.34 ล้านล้านบาท)ภายในปี 2578

 

กลุ่มที่โตเร็วที่สุดคือสินเชื่อดิจิทัล ซึ่งยอดสินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้น 24% เป็น 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (7.09 แสนล้านบาท) และคาดว่าจะแตะ 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.38 ล้านล้านบาท)ในปี 2573 และ 6.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (2.16 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2578 โดยมีแรงหนุนจากใบอนุญาต ‘Virtual Bank’ ที่มุ่งไปยังลูกค้ารายย่อยและเอสเอ็มอีที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน

 

ประกันภัยดิจิทัลมีเบี้ยประกันภัยรับรวม (GWP) และเบี้ยประกันปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) อยู่ที่ 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.71 หมื่นล้านบาท) เติบโต 11%

 

และคาดว่าจะแตะ 1,930 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (6.51 หมื่นล้านบาท)ในปี 2573 และ 3,250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.1 แสนล้านบาท)ภายในปี 2578 โดยได้แรงหนุนจากข้อกำหนดใหม่ที่ให้ออกกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

 

ด้านเงินลงทุนภาคเอกชน ครึ่งแรกของปี 2569 มีการระดมทุนรวม 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (6,750 ล้านบาท)จาก 11 ดีล ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และบริการทางการเงินดิจิทัล ควบคู่กับเงินลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกและผู้ให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ ที่ขยายขีดความสามารถด้านคลาวด์และ AI ในไทย

 

ภาพ: N Universe / Shutterstock


READ MORE






Latest Stories