วันนี้ (4 สิงหาคม) สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NARIT กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดแถลงข่าวครั้งแรกของไทยสู่ภารกิจสำรวจดวงจันทร์ เพื่อประกาศความพร้อมของอุปกรณ์ CE-7 MATCH ซึ่งเป็น 1 ใน 7 อุปกรณ์วิทยาศาสตร์นานาชาติที่ได้รับคัดเลือกให้ร่วมภารกิจฉางเอ๋อ 7 พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ ไทยพีบีเอส และ Sea (ประเทศไทย) ถ่ายทอดสดการปล่อยจรวด รวมถึงจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยีอวกาศให้ประชาชนทั่วประเทศได้มีส่วนร่วม
CE-7 MATCH หรือ Moon Aiming Thai-Chinese Hodoscope เป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่ NARIT และมหาวิทยาลัยมหิดลร่วมกันพัฒนาภายใต้ความร่วมมือไทย-จีน ในโครงการสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (International Lunar Research Station : ILRS) มีภารกิจตรวจวัดรังสีคอสมิก หรืออนุภาคพลังงานสูงในอวกาศ รวมถึงศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ เพื่อทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมด้านรังสีในอวกาศ ซึ่งจะเป็นองค์ความรู้สำคัญสำหรับการสำรวจอวกาศระยะยาว และการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์บนดวงจันทร์ในอนาคต
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ความสำเร็จของภารกิจครั้งนี้เป็นผลจากการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมของประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาบุคลากร การสร้างองค์ความรู้ และความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และพันธมิตรระดับนานาชาติ จนสามารถยกระดับขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีขั้นสูงของประเทศ
ศ.ดร.ยศชนันย้ำว่า รัฐบาลมีเป้าหมายผลักดันประเทศไทยจากผู้ใช้เทคโนโลยี สู่ผู้สร้างเทคโนโลยี และผลักดันอุตสาหกรรมอวกาศให้เป็น New Growth Engine หรือเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ เนื่องจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีอวกาศสามารถต่อยอดสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งเซ็นเซอร์ วัสดุศาสตร์ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และวิศวกรรมขั้นสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศในระยะยาว
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า รัฐบาลยังมองไปถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศในอนาคต ทั้งแนวคิดการจัดตั้งฐานปล่อยยานอวกาศเพื่อการวิจัย (Space Port) และการส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชนในลักษณะเดียวกับโมเดลของ SpaceX เพื่อดึงดูดการลงทุนด้านอุตสาหกรรมอวกาศและเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการวิจัย การพัฒนา และการสร้างธุรกิจใหม่ของประเทศไทย
นอกจากนี้ หลังจากภารกิจ ‘ฉางเอ๋อ 7’ ประเทศไทยยังมีแผนสานต่อความร่วมมือในภารกิจ ‘ฉางเอ๋อ 8’ ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญในการลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์ เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิจัยและวิศวกรไทยได้พัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีร่วมกับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง
เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน กระทรวง อว. ได้ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ไทยพีบีเอส และ Sea (ประเทศไทย) ถ่ายทอดสดภารกิจผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ ควบคู่กับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านสื่อดิจิทัลและเกมออนไลน์ เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วประเทศได้ติดตามภารกิจครั้งประวัติศาสตร์ พร้อมเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และอวกาศอย่างใกล้ชิด
“เราอยากให้ภารกิจครั้งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กไทยเห็นว่า คนไทยสามารถสร้างเทคโนโลยีระดับโลกได้จริง และเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างกำลังคนด้าน STEM ตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงผู้ประกอบการที่จะร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของประเทศในอนาคต” ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
ทั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน มีกำหนดเดินทางไปร่วมเป็นสักขีพยานการปล่อยยานฉางเอ๋อ 7 ณ ศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ เพื่อนำเรื่องราวและความสำเร็จของภารกิจมาถ่ายทอดให้คนไทยได้รับชมอย่างใกล้ชิด
ด้าน ดร.วิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า CE-7 MATCH เป็นอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ชิ้นแรกที่ออกแบบและพัฒนาโดยคนไทย ใช้เวลาเพียง 2 ปี ตั้งแต่การออกแบบ พัฒนา ประกอบ และทดสอบจนพร้อมสำหรับปฏิบัติภารกิจในอวกาศ สะท้อนศักยภาพของนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรไทยที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงได้ตามมาตรฐานระดับโลก
ดร.วิภู กล่าวว่า สิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุดของภารกิจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์ที่ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศ แต่คือการพัฒนาบุคลากรไทยที่ได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่การออกแบบ การสร้าง การทดสอบ ไปจนถึงการทำงานร่วมกับนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ ซึ่งองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจะกลายเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและวิศวกรรมขั้นสูงของประเทศในอนาคต พร้อมเชิญชวนคนไทยร่วมติดตามการปล่อยยานและส่งกำลังใจให้ผลงานของคนไทยเดินทางสู่ดวงจันทร์
ขณะที่กระทรวงศึกษาธิการจะบูรณาการภารกิจดังกล่าวเป็นกิจกรรมการเรียนรู้ด้าน STEM และ STEAM Education สำหรับนักเรียนทั่วประเทศ โดยร่วมกับ NARIT จัดกิจกรรมทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการปล่อยยาน เพื่อเปลี่ยนภารกิจสำรวจดวงจันทร์ให้เป็น “ห้องเรียนแห่งอนาคต” ที่สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนก้าวสู่การเป็นนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และนวัตกรรุ่นใหม่
สำหรับการปล่อยยานฉางเอ๋อ 7 ในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ จะมีการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ของ NARIT กระทรวงศึกษาธิการ ไทยพีบีเอส รวมถึงแพลตฟอร์มในเครือ Sea (ประเทศไทย) เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยทั่วประเทศร่วมเป็นสักขีพยานในอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย พร้อมส่งแรงใจให้ผลงานของนักวิจัยไทยเดินทางสู่ดวงจันทร์เป็นครั้งแรก








