คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) มีมติอนุมัติสนับสนุนงบประมาณภายใต้โครงการ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ รอบแรก ให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 570 กองทุน ใน 16 จังหวัด วงเงินรวม 38.53 ล้านบาท พร้อมเร่งเดินหน้าโครงการเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านระยะที่ 3 วงเงิน 3,400 ล้านบาท เพื่อทยอยจัดสรรให้กองทุนที่ตกค้างจากโครงการเดิมภายในปี 2569
วันนี้ (26 มิถุนายน) สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการ กทบ. ครั้งที่ 5/2569 ว่า ที่ประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลด้านการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและการเพิ่มสภาพคล่องให้ประชาชน พร้อมมีมติอนุมัติการสนับสนุนงบประมาณในโครงการ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ รอบแรก
สำหรับกองทุนที่ได้รับอนุมัติจำนวน 570 กองทุน ครอบคลุม 16 จังหวัด จะได้รับวงเงินเพิ่มทุนรวม 38,530,000 บาท โดยมาตรการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 45,628 ราย ลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้รวม 32,204,016.90 บาท ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน เพิ่มสภาพคล่อง และเปิดโอกาสให้สมาชิกนำเงินไปต่อยอดประกอบอาชีพและสร้างรายได้
โครงการ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ เป็นมาตรการของรัฐบาลที่มุ่งลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ของสมาชิกกองทุนหมู่บ้าน ควบคู่กับการเพิ่มทุนหมุนเวียนให้กองทุน เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก
นอกจากนี้ สุขสมรวยกล่าวว่า ได้มอบนโยบายให้สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เร่งดำเนินโครงการฟื้นฟูและเพิ่มทุนกองทุนหมู่บ้านแห่งละ 1 ล้านบาท หรือ ‘ล้านที่ 2’ ซึ่งเป็นโครงการคงค้างมาตั้งแต่ปี 2555 วงเงินรวม 3,400 ล้านบาท
โดย สทบ. อยู่ระหว่างกำหนดแนวทางดำเนินการร่วมกับหน่วยงานส่วนกลางและสาขา เพื่อฟื้นฟูกองทุนที่มีศักยภาพควบคู่กับการจัดสรรเงินเพิ่มทุนระยะที่ 3 ให้แก่กองทุนที่ผ่านการฟื้นฟูและมีความพร้อมดำเนินงาน พร้อมกำชับให้เร่งดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายในปี 2569
สุขสมรวยกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากและการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน โดยมอบหมายให้ สทบ. เร่งผลักดันโครงการต่าง ๆ เพื่อให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นกลไกสำคัญในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน


